เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยตัวแทนนักเรียนทั้งในระบบและนอกระบบ เดินทางมายื่นหนังสือต่อ ศธ.เพื่อสอบถามความชัดเจนการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มนักเรียนอายุ 12-18 ปี มีนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ.รับเรื่อง โดย นพ.ทศพร กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากนักเรียนทั้งกลุ่มโฮมสคูล กลุ่มนักเรียน กศน. กลุ่มในระบบ กลุ่มที่จบ ม.6 แล้วแต่ยังไม่ได้เข้าศึกษาต่อ รวมถึงกลุ่มเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือ หลายคนตกหล่น ไม่มีโอกาสได้เข้ารับการฉีดวัคซีน หรือแม้แต่บางคนลงทะเบียนมีรายชื่อเข้ารับวัคซีน แต่ทำสีผมก็ถูกปฏิเสธจากโรงเรียนไม่ให้เข้ารับวัคซีน จึงต้องการความชัดเจนจาก ศธ.ว่าเด็กทุกคนจะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันก็ควรมีระยะเวลาการฉีดที่ชัดเจนพร้อมกับการให้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กมีโอกาสตัดสินใจเลือกว่าจะฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไรขณะที่ตัวแทนนักเรียนกล่าวว่า หลายโรงเรียนโดยเฉพาะพื้นที่สีแดงอย่างปทุมธานียังไม่มีความชัดเจนว่านักเรียนจะได้รับวัคซีนเมื่อใด จึงต้องการสอบถาม ศธ.ว่าควรจะออกปฏิทินการฉีดวัคซีนที่ชัดเจนหรือไม่ ขณะที่กลุ่มเด็กโฮมสคูลก็ไม่มีโอกาสได้รับวัคซีน หรือเด็ก กศน.หลายคนก็ตกหล่นด้านนายวีระกล่าวว่า หลายปัญหาตรงกับที่ ศธ.ได้วางแนวทางแก้ไขไว้แล้ว ยืนยัน ศธ.พยายามบริหารจัดการให้เด็กนักเรียนทุกกลุ่มไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกระบบการศึกษาให้ได้รับการฉีดวัคซีนทุกคน โดยคนที่ยังไม่ได้ยื่นความประสงค์สามารถยื่นที่โรงเรียนต้นสังกัด หรือศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ของตนเองได้ เพื่อที่ ศธจ.จะได้รวบรวมและส่งรายชื่อให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรวัคซีนให้ฉีดได้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องการปฏิเสธนักเรียนทำสีผม ไม่ให้เข้ารับวัคซีนนั้น เป็นเรื่องที่ ศธ.จะเร่งทำความเข้าใจไปยังสถานศึกษาต่างๆต่อไป.