การออกมาสนับสนุน “บุหรี่ไฟฟ้า” ของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ โดยอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง ได้สร้างความสงสัยแก่สังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง นายชัยวุฒิผลักดันให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเพื่ออะไร มีอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะไม่ใช่เป็นงานที่รับผิดชอบ และ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เพิ่งจะออก พ.ร.บ.ควบคุมผลิต ภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ห้ามขายบุหรี่แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี และ ครม.ก็เพิ่งมีมติให้ขึ้นภาษีบุหรี่เพื่อลดการสูบบุหรี่วันที่ 1 ตุลาคมการออกมาสนับสนุน บุหรี่ไฟฟ้า ของ นายชัยวุฒิ จึงเป็นท่าทีที่น่าสงสัยอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวของ นายชัยวุฒิ ได้รับการคัดค้านจากคณะแพทย์ทุกกลุ่ม ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะแพทย์จากราชวิทยาลัย 14 แห่ง และเครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ปรามนายชัยวุฒิ (ตอนนี้กำลังติดตามนายกฯตู่อย่างใกล้ชิด) เพราะ บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สินค้าปกติ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทยาสูบผลิตขึ้นเพื่อทดแทนบุหรี่มวน โดยมีผลวิจัยทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำลายสุขภาพอย่างชัดเจน บุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินที่เป็นสารเสพติดที่เลิกได้ยากมาก มีผลทำให้เกิดการอักเสบและตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ การรักษามีราคาแพง ทำลายสุขภาพของประชาชนพิษภัย บุหรี่ไฟฟ้า รุนแรงขนาดไหน ดร.สแตนตัน แกลนซ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและศึกษาด้านการควบคุมยาสูบ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จากการทดลองในสัตว์พบว่า สารนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ ส่งผลต่อปอดและส่งผลให้ร่างกายเพิ่มตัวรับบนผิวเซลล์ ACE2 receptor ส่งผลให้ร่างกายรับเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด–19 ได้ง่ายขึ้นพล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ก็ออกมาคัดค้านเช่นเดียวกันว่า ผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้บอกว่าเมื่อติดบุหรี่ไฟฟ้าแล้วจะเลิกบุหรี่ได้อย่างไร โดยเฉพาะ สารนิโคตินในน้ำยาที่ใช้สูบมีความเข้มข้นแตกต่างกัน และยากต่อการควบคุม ยิ่งเข้มข้นมาก การติดยาก็ยิ่งรุนแรง และโรคที่เกิดจากสารนิโคตินก็จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วยนอกจากนี้ ผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้ายังมีการทำการตลาด เพื่อขยายผลในการจำหน่ายในหลายรูปแบบ เช่น โฆษณาสินค้าด้วยการสร้างรูปแบบอุปกรณ์ ทั้งรูปร่าง สีสัน กลิ่น ให้เป็นที่ดึงดูด เป็นแฟชั่นโฆษณาในสื่อออนไลน์ที่เย้ายวนเยาวชนส่วนข้อมูลที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯอ้างว่ามี 67 ประเทศอนุญาตให้จำหน่าย ศ.นพ.ประมุข มุทิรางกูร ประธานราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงว่า แต่ละประเทศล้วนมีข้อแม้และข้อบ่งชี้ในการใช้ทั้งสิ้น มิใช่ขายได้อย่างอิสระ ยังมีประเทศอีกจำนวนมากที่ไม่อนุญาต (Ban) การจำหน่ายด้วยเหตุผลว่า ต้องการปกป้องสุขภาพของประชาชน ดังนั้น แพทยสมาคมและองค์กรร่วมจึงขอคัดค้านอย่างเต็มที่ และขอเชิญชวนให้มีการต่อต้านการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เป็นกำลังพัฒนาประเทศชาติต่อไปเมื่อฟังข้อมูลจาก แพทย์ผู้ใหญ่ จาก แพทยสมาคมฯ คณะแพทย์จากราชวิทยาลัย 14 แห่งแล้ว ทำให้สงสัยว่า ข้อมูลบุหรี่ไฟฟ้า ที่ นายชัยวุฒิ แถลงว่า “บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง บุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารพิษน้อยกว่า” เป็นข้อมูลที่ เป็นความจริงหรือไม่ หรือ เป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งได้มีการนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก จะต้องพิจารณาดำเนินคดีหรือไม่ก็ฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาก็แล้วกัน ท่านจะรักชาติรักประชาชน หรือ รักษาผลประโยชน์ของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ พิสูจน์กันตรงนี้แหละ.“ลม เปลี่ยนทิศ”