หลังงานวิจัยพบฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ต้นฟ้าทะลายโจรถึงกับขาดตลาดถึงขั้นกักตุน ขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรเร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกและขยายสู่แปลงใหญ่ พร้อมเดินหน้านำผลงานวิจัยไปใช้เชิงพาณิชย์ พัฒนาต้นแบบสมุนไพรชุมชน สร้างรายได้ให้เกษตรกรล่าสุดสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตรค้นพบฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์พื้นเมืองป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา จากการวิเคราะห์พบว่ามีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) 6.01% (60,127 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) สูงกว่าค่ามาตรฐานที่มีในฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์ทั่วไป 6 เท่า “หลังพบว่ากิ่งและใบของฟ้าทะลายโจรป่าขาดที่มีลักษณะของใบและต้นไม่ต่างจากฟ้าทะลายโจรทั่วไปนัก มีความสูงประมาณ 60 ซม. ทรงพุ่มกว้าง 30 ซม. มีกิ่งหลักและกิ่งย่อยอย่างละ 10 กิ่ง ขนาดใบเฉลี่ยกว้าง 3 ซม. ยาว 9 ซม. มีสารแอนโดรกราโฟไลด์มากกว่าฟ้าทะลายโจรทั่วไปถึงกว่า 6 เท่า ส่วนวิธีการปลูกควรใช้ต้นกล้าที่มาจากการเพาะเมล็ด หรือปักชำ หมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้รกเกินไป หมั่นรดน้ำอย่าให้ขาด ที่สำคัญควรให้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ เราเลยนำฟ้าทะลายโจรพันธุ์นี้ขยายเข้าสู่โครงการพืชสมุนไพรชุมชนต้านโควิด-19 ในพื้นที่แปลงใหญ่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา”นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้เชี่ยวชาญ สวพ.8 อธิบายถึงลักษณะทางกายภาพของฟ้าทะลายโจรพื้นเมืองป่าขาด ขณะนี้ได้เตรียมแผนดำเนินงานในพื้นที่ไว้ 5 แบบ เพื่อผลิตฟ้าทะลายโจรในลักษณะแคปซูล หากสำเร็จตามเป้าของโครงการจะสามารถผลิตแคปซูลฟ้าทะลายโจรได้รวม 10 ล้านแคปซูล รักษาผู้ป่วยโควิดได้ 333,333 คน (วันละ 6 แคปซูล 5 วัน) คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากฟ้าทะลายโจรสงขลาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาททั้งนี้ ฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์พื้นเมืองป่าขาดเมื่อมาผลิตเป็นผงยารับประทาน หากบรรจุแคปซูลละ 500 มิลลิกรัม นำไปเพื่อรักษาไข้หวัด ใช้วันละ 2 แคปซูล แต่หากเพื่อรักษาอาการโควิด-19 ใช้วันละ 6 แคปซูล แต่ห้ามกินติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือกินตามคำแนะนำของแพทย์สำหรับแผนดำเนินงานโครงการขยายโครงการ 5 รูปแบบ ประกอบไปด้วย...รูปแบบที่ 1 พัฒนาต้นแบบพืชสมุนไพรต้านโควิด-19 ครัวเรือนละ 100 ต้น แบ่งเป็นฟ้าทะลายโจร 40 ต้น กระชายขาว 30 ต้น ขิง 30 ต้น เพื่อใช้ในครัวเรือน แบ่งปันในชุมชน เป็นแหล่งขยายพันธุ์ และเป็นรายได้เสริม เป้าหมาย 32 รายรูปแบบที่ 2 พัฒนาต้นแบบสมุนไพรชุมชน ปลูกและบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่ม เช่น วัด และกลุ่มเกษตรกร ปลูกฟ้าทะลายโจร 200-1,000 ต้น จำนวน 7 กลุ่ม พัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดประ โยชน์เชิงสาธารณะเป็นหลักรูปแบบที่ 3 พัฒนาต้นแบบฟ้าทะลายโจรเชิงพาณิชย์รายละ 1,000 ต้น ปลูกเพื่อการผลิตผงฟ้าทะลายโจรแคปซูลจำหน่ายเป็นรายได้ และแบ่งปันในชุมชน เป้าหมาย 10 ราย รูปแบบที่ 4 การศึกษาการปลูกสมุนไพรในโรงเรือน ศึกษารูปแบบการปลูก การให้น้ำ การจัดการภายใต้สภาพโรงเรือนรูปแบบที่ 5 ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จัดทำโครงการ “สงขลา เมืองสมุนไพรต้านโควิด-19” โดย MOU ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขสงขลา โรงพยาบาลสิงหนคร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนสงขลา และร่วมกับภาคส่วนต่างๆในการพัฒนาพืชสมุนไพร เป้าหมายจำนวน 127 ตำบลของจังหวัดสงขลาโดยกระบวนการพัฒนาในส่วนของ สวพ.8 จะศึกษาความเหมาะสมการปลูกพืชสมุนไพร สนับสนุนพันธุ์ ให้ความรู้การผลิต การรับรองมาตรฐานสินค้า GAP อินทรีย์ พัฒนาการแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์สินค้า การส่งเสริมการตลาดชุมชน และตลาดดิจิทัล การประชา สัมพันธ์ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปบทเรียน และประเมินผลสำเร็จ.กรวัฒน์ วีนิล