หนุ่มโรงงานเป็นหนี้พนันออนไลน์ หลายหมื่นบาท วางแผนใช้มีดบุกเดี่ยวจี้ธนาคารหาเงินปลดหนี้ อุตส่าห์กินเหล้าย้อมใจ บุกไปธนาคารแห่งแรก เจอลูกค้าเยอะ เลยเปลี่ยนบุกจี้แบงก์บัวหลวงที่อยู่ติดกัน ใจเกิดฝ่อไม่กล้าลงมือ เลยใช้มีดจี้สาวลูกค้าที่นั่งรอทำธุรกรรมตามลำพัง ขู่ให้ส่งเงินและโทรศัพท์มือถือให้ จนเหยื่อยอมจำนน แต่ไม่ทันได้ใช้เงิน รปภ.เห็นเหตุการณ์แจ้งตำรวจล็อกตัวได้คาหนังคาเขาหนุ่มคนงานจี้ชิงโทรศัพท์สาวในธนาคาร หาเงินใช้หนี้พนัน แต่ยังไม่ทันหลบหนีโดนตำรวจรวบทันควันรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.ย. พ.ต.อ.จิราวัฒน์ ศักดิ์ศรีวัฒนา ผกก. สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ.ธนาคารกรุงเทพ สาขาสี่มุมเมืองแหลมฉบัง ถนนสุขุมวิท ต.ทุ่งสุขลา ว่า มีคนร้ายใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ลูกค้าในธนาคาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิพร กระสิ รอง ผกก.ป. และ ร.ต.อ.นิกร พันแสน รอง สวป. นำกำลังรุดไประงับเหตุธนาคารดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว เมื่อเจ้าหน้าที่ ไปถึงพบพนักงาน รปภ. ชี้ไปยังนายประจักษ์ ป้องเงิน อายุ 30 ปี คนร้าย เป็นชาว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม แหลมฉบัง ใช้มีดจี้ลูกค้าหญิงของธนาคาร นั่งรอทำธุรกรรมในธนาคาร ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่ธนาคารและลูกค้าคนอื่นกว่า 10 คน จ้องมองด้วยความ เป็นห่วง พอคนร้ายเห็นตำรวจรีบลุกเดินหนี แต่ไม่รอด ถูกตำรวจล็อกตัวไว้ได้ คุมตัวไปสอบสวนที่โรงพักนายประจักษ์ให้การรับสารภาพว่า อยู่บ้านเช่า ย่านวัดบ้านนา มีแฟนเป็นช่างเสริมสวย ตนเป็นหนี้พนันออนไลน์อยู่หลายหมื่นบาท ตัดสินใจบุกจี้ธนาคาร หาเงินใช้ โดยซื้อเหล้ามากินย้อมใจก่อน จากนั้นไปที่ธนาคารกสิกรไทยที่อยู่ติดกัน พอเห็นว่ามีลูกค้านั่งรออยู่เยอะ เลยเปลี่ยนแผนมาก่อเหตุที่ธนาคารกรุงเทพ ตอนแรกตั้งใจจะจี้พนักงานธนาคารที่เคาน์เตอร์รับฝาก ถอนเงิน แต่เกิดฝ่อเลยเลือกจี้ลูกค้าหญิงที่นั่งอยู่ตามลำพัง บังคับให้ส่งเงินและโทรศัพท์มือถือ จนเหยื่อ ยอมส่งโทรศัพท์ให้แล้ว แต่ยังไม่ทันหลบหนีตำรวจก็มาถึงเสียก่อน คุมตัวดำเนินคดีฐานชิงทรัพย์