สื่อจีนรายงานว่า รัฐบาลจีน เตรียมผลิตวัคซีน mRNA ร่วมกับ เยอรมันไฟเซอร์ สำหรับฉีดเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับ ประชาชนฟรี โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Comirnaty หรือชื่อภาษาจีนว่า ฟู่ปี้ไท่ ผลิตโดย ไบโอเอนเทค ของ เยอรมนี ที่ร่วม ผลิตวัคซีนไฟเซอร์กับสหรัฐฯ แต่ครั้งนี้ เยอรมันไฟเซอร์ จะมาร่วมผลิตกับ บริษัทฟอซันฟาร์มา ของ จีน ทั้งนี้ ไบโอเอนเทค ได้เตรียมตั้งโรงงานผลิตที่ เซี่ยงไฮ้ และคาดว่าจะเริ่มทำการผลิตภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งมีกำลังผลิตวัคซีน คู่แฝดของไฟเซอร์ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านโดสต่อปี และถ้าพ่วงกับโรงงานผลิตที่บริษัทจีนมีอยู่แล้วจะสามารถผลิตได้ 100-200ล้านโดสต่อเดือนโดย รัฐบาลจีน มีแผนที่จะใช้วัคซีนชนิดนี้ ฉีดกระตุ้นให้กับประชากรจีนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค และ ซิโนฟาร์ม ไปก่อนหน้านี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เนื่องจากการวิจัยของ มหาวิทยาลัยในจีน และ ฮ่องกง พบว่า การผสมวัคซีน 2 ชนิดคือ Comirnaty กับ ซิโนแวค ทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ทั้งที่ จีนมีการฉีดวัคซีน ไปแล้วกว่า1,400 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรจีนกว่าครึ่งประเทศ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จีนจะฉีดวัคซีนให้ประชากรได้ร้อยละ 70 ขึ้นไปหันมาดูประเทศเราบ้างยังล้มลุกคุกคลานในการรับมือกับโควิด-19 ปล่อยให้ประชาชนต้องนอนตายไปต่อหน้าต่อตาของญาติพี่น้องในระหว่างรอรับความช่วยเหลือทางด้านสาธารณสุข ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ ไม่มีความสลด หรือความรับผิดชอบใดๆจากบุคคลที่ควรจะรับผิดชอบ ในฐานะผู้นำและผู้บริหารพยายามที่จะเอาการเมืองนำการแพทย์ที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตของประชาชนตลอดเวลาวิกฤติโรคระบาด แตกต่างจาก วิกฤติภัยธรรมชาติ โดยทั่วๆไปอย่างชัดเจน ต่อให้ระดมเงินระดมความช่วยเหลือขนาดไหน ถ้ารัฐยัง ยื้ออำนาจ เอาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว เพียงเพราะจะเสียหน้าหรือผลประโยชน์อื่นใด ก็ไม่สามารถที่จะยืดชีวิตของคนไทยตาดำๆเอาไว้ได้คำถามที่ยังคาใจ ทำไมรัฐไม่มีทางเลือกให้ประชาชน ที่จะเลือกวัคซีนในการรักษาชีวิตเอาไว้ ทำไมต้องล็อกเอาไว้ทุกอย่างทั้ง วัคซีนทางเลือก ทั้ง การตรวจหาเชิงรุกเชื้อโควิด ในเบื้องต้น ชีวิตความเป็นความตายของคนทั้งประเทศ ต้องขึ้นอยู่กับ ศบค. และ กระทรวงสาธารณสุข เท่านั้นหรือแล้วทำไมต้องยัดเยียดวัคซีนที่ไม่มีคุณภาพให้กับชาวบ้านวันนี้ต้องยอมรับว่า การรับมือกับวิกฤติโควิดมาถึงทางตัน ระบบสาธารณสุขของประเทศล้มเหลว ภาวะผู้นำถึงขีดจำกัด การที่รัฐจะรับมือกับวิกฤติ ด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม โดยอ้างว่าจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ ประกาศจะยกระดับความเข้มข้นในการล็อกดาวน์ ขึ้นอีก ก็ยังเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยแนวคิดเอาชนะทางการเมืองแบบเดิมๆแล้วโยนภาระให้กับประชาชนจะเอาชนะวิกฤติโควิดได้อยู่ที่การฉีดวัคซีนและระบบการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ต้องเอาการแพทย์นำการเมือง ต้นตอของปัญหาคือการบริหารงานด้านสาธารณสุขที่ล้มเหลวและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของฝ่ายบริหารตั้งแต่ต้น ดังนั้น ทางแก้ปัญหามีอยู่หนทางเดียวก่อนที่วิกฤติจะบานปลาย ยอมรับผิดแสดงสปิริตเสียเถอะ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th