วันเสาร์วันนี้ความทุกข์ท่วมประเทศ เมื่อต้อง “ล็อกดาวน์” อีกครั้งนี้ จะทั่วประเทศเหมือนเมษายนปี 63 หรือไม่ ผมเขียนคอลัมน์นี้บ่ายวันที่ 8 ก.ค. ยังไม่รู้มติ ศบค.ชุดใหญ่ แต่ฟัง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงแล้ว ก็ฟันธงได้เลยว่า นี่คือการล็อกดาวน์ ถึงแม้ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ รองโฆษก ศบค.จะปฏิเสธว่า ไม่มีคำว่าล็อกดาวน์ แต่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พูดชัดเจน “มาตรการครั้งนี้กับมาตรการเมษายน 63 น่าจะมีความเข้มข้นไม่น้อยกว่ากัน” เมื่อ โควิด–19 สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ระบาดอย่างรวดเร็วมาตั้งแต่ต้นเดือน ทำให้มีผู้ติดเชื้อใหม่วันละหลายพันคน 8 ก.ค. ทำสถิติใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 7,058 คน เสียชีวิต 75 คน ทำให้ไทยมีผู้ป่วยหนักสูงอันดับ 11 ของโลกจาก การตัดสินผิดพลาดของ ศบค. ที่ ประกาศปิดแคมป์คนงานก่อสร้างล่วงหน้า 3 วัน ทำให้เกิดภาวะผึ้งแตกรัง แรงงานกระเจิงกลับต่างจังหวัดพร้อมเชื้อโควิด 8 ก.ค. รองโฆษก ศบค. แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว ไม่มีจังหวัดสีเขียวเหลืออีกแล้วมาตรการจาก ศบค.ชุดใหญ่ วานนี้ (9 ก.ค.) ผมขอเรียกว่า “ล็อกดาวน์” ก่อนก็แล้วกัน จะ “ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ” เหมือนเมษายน 63 หรือ “ล็อกดาวน์ กทม. กับปริมณฑล” วันนี้ก็รู้แล้ว เงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอต่อ ศบค. ชุดเล็ก ก่อนเข้า ศบค.ชุดใหญ่ ก็คือ จำกัดการเดินทางของคนในพื้นที่เสี่ยงสีแดง ห้ามการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด จะมี “ระบบกันชน” เพื่อ ป้องกันไม่ให้เดินทางข้ามจังหวัด ไปยัง “จังหวัดสีเหลือง” เพื่อไปร้านอาหารไปสังสรรค์หรือไปอะไรก็แล้วแต่ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาตรการเพิ่มเติมที่น่าสนใจก็คือ การใช้ Rapid Antigen Test เพื่อตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อให้เร็วขึ้น โดยดูการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในเลือดหรือแอนติบอดี ใช้เวลาคนละไม่เกิน 30 นาที และมีราคาถูก แทนการตรวจเชื้อแบบ RT–PCR ที่มีราคาแพงมาก และต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือข้ามวันกว่าจะรู้ผลถ้า ผลตรวจ rapid test เป็นบวก ค่อยไปตรวจซ้ำด้วย RT–PCR ทำให้ตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อได้เร็วและจำนวนมาก ไม่ต้องให้ประชาชนไปลำบากปูเสื่อนอนรอคิวบนฟุตปาทกันข้ามคืน เพื่อหวังได้ตรวจเชื้อโควิดอย่างที่เห็นที่วัดพระศรีมหาธาตุ เพราะ มีคิวตรวจแค่วันละ 1 พันคน นายกรัฐมนตรีไม่รู้สึกสมเพชรัฐบาลตัวเองบ้างหรือ ที่เป็นแบบนี้ความจริง rapid test แพทย์ไทยเสนอมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ราคาถูกกว่า RT–PCR เกือบ 10 เท่า แต่รัฐบาลไม่เอา เพราะมีอดีตนายกฯที่อยู่เมืองนอกไปพูดเสนอ ไม่ชอบส่วนตัวแต่ประชาชนซวย อังกฤษ สหรัฐฯ ยุโรป ใช้กันทั้งนั้น ผมหวังว่า การเสนอของกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้จะไม่ถูก ศบค.ชุดใหญ่ปฏิเสธ การตรวจราปิดเทสต์ สามารถใช้กับผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวในบ้าน หรือ Home lsolation ที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังทำได้เป็นอย่างดีมาตรการอีกอย่างที่ถูกเบี้ยวมาตลอดคือ การฉีดวัคซีน 2 กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 7 โรคเรื้อรัง เพื่อ ลดการป่วย การตาย มาตรการเดิมมาถูกทางแล้ว แต่วัคซีนไม่รู้ถูกใครเม้มไป ทำให้คนสองกลุ่มนี้ได้ฉีดวัคซีนน้อยมาก เมื่อเจอเชื้อกลายพันธุ์เดลตา เลยป่วยหนักตายกันระนาว ครั้งนี้ นพ.เกียรติภูมิ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า จะเร่งฉีดใน 2 สัปดาห์ให้ได้ 1 ล้านโดส จะฉีดคนกลุ่มนี้ให้ได้ 80% ก่อน ขอให้พูดจริงทำจริงโควิด–19 สายพันธุ์อินเดียเดลตา ร้ายกาจขนาดไหน บล.เอเชียพลัส นำสถิติอินเดียมาทำแบบจำลองกับไทยพบว่า จะถึงจุดพีก 18 ก.ค. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 15.65 เท่า จากนั้น จะใช้เวลา 51 วันค่อยๆลดลงจนใกล้เคียงระดับเดิมในวันที่ 7 ก.ย. แม่นไม่แม่นต้องดูกันต่อไปการล็อกดาวน์รอบ 2 กระทรวงสาธารณสุขเสนอ 14 วัน ถ้าเอาไม่อยู่ก็คงต้องปิดต่อ วันวาน เวียดนาม เพิ่งล็อกดาวน์ นครโฮจิมินห์ 14 วัน มาเลเซีย ล็อกดาวน์ กัวลาลัมเปอร์ มาหนึ่งเดือนแล้ว ผู้ติดเชื้อยังเพิ่มวันละ 7 พันกว่าคน วินัยไม่เข้ม เอาไม่อยู่จริงๆ.“ลม เปลี่ยนทิศ” ปฏิบัติการไทยรัฐ ฝ่าวิกฤติโควิด-19