คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่าจำเลยในคดีอาญา ที่ถูกคุมขังหรือติดคุก แต่ต่อมาศาลพิพากษาถึงที่สุด ว่ามิได้เป็นผู้กระทำผิด นอกจากจะได้รับการปล่อยตัวแล้วยังมีสิทธิที่ได้ค่าเยียวยาจากรัฐบาล เป็นจำนวนเงินตามสมควร แม้แต่จำเลยเองก็ไม่ทราบว่าตนมีสิทธิ น่าสงสัยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้บอกกล่าวใช่หรือไม่ตัวเลขล่าสุดของบุคคลที่เรียกกันว่า “แพะ” รับบาป จากการเปิดเผยของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีทั้งหมด 355 คน ทั้งประเทศ บางคนถูกจับกุมคุมขัง ติดคุกฟรีนานหลายปี ต้องสูญเสียอิสรภาพ เสรีภาพ สูญเสียเวลาทำมาหากิน กระทบถึงครอบครัว แต่มีส่วนน้อยที่ใช้สิทธิเรียกค่าเยียวยาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำเลยมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากทางการหลายรายการ ได้แก่ (1) ค่าทดแทนการถูกคุมขังวันละ 500 บาท (2) ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 40,000 บาท (3) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ 50,000 บาท (4) ค่าขาดประโยชน์การทำมาหาได้เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่จำเลยทำงานยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เช่น ค่าทนาย ส่วนกรณีที่จำเลยเสียชีวิต ยังมีสิทธิได้รับค่าทดแทน 100,000 บาท ค่าทำศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท และค่าเสียหายอื่นอีกไม่เกิน 40,000 บาท รวมเป็นเงินพอสมควร แต่น่าเสียดายถ้าจำเลยไม่ใช้สิทธิ กลายเป็น “แพะติดคุกฟรี”หน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแม้แต่กรมราชทัณฑ์หรือเรือนจำ ก็ต้องบอกให้จำเลยรู้สิทธิที่ตนมี ในวันที่ปล่อยตัวพ้นคุก แต่ค่าเสียหายต่างๆแม้จะเป็นเงินไม่น้อยเกินไป แต่ก็ยังไม่คุ้มกับอิสรภาพที่เสียไป ต้องกลายเป็น “คนขี้คุก” ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด และยังมีผู้ที่ไม่ได้ทำผิด แต่ต้องติดคุกไม่รู้เท่าไหร่อดีตนายกสภาทนายความท่านหนึ่ง ซึ่งท่านประสบการณ์การเป็นทนาย ในคดีอาญามาอย่างโชกโชน กล่าวในเวทีเสวนาแห่งหนึ่ง เชื่อว่า มีคนที่ติดคุกโดยไม่ได้กระทำผิด ประมาณ 20–30% สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องจากกรรมการสอบสวน ที่สามารถสอบสวนให้ผิดหรือไม่ผิดก็ได้ แต่ตัวเลข 20–30% เป็นเรื่องที่น่ากลัวเพราะเป็นการมุ่งชี้ว่า มีคนต้องติดคุก โดยไม่ได้กระทำความผิดหลายหมื่นคน เรื่องที่รัฐบาลหรือกระทรวงยุติธรรมจะต้องทำเร่งด่วน นอกจากสิทธิในการเยียวยาผู้ไม่ได้กระทำผิดแล้ว ยังต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เริ่มที่ตำรวจ ซึ่งเป็นต้นการกระบวนยุติธรรม โดยเฉพาะการสอบสวนคดีที่โปร่งใส และมีการถ่วงดุล.