สุดฉาว มีเด็กสาวตกเป็น เหยื่อไม่ต่ำกว่า 50 คน คดีอ้าง ตัวเป็นบิ๊กแวดวงการศึกษา-นายกสมาคมเยาวชนจิตอาสารับบริจาคเงินแห่งหนึ่งย่านเขตสายไหม ก่อเหตุอนาจาร-ข่มขืนกระทำชำเรา ทนายนิด้า-ผู้ช่วย ส.ส.พาเหยื่อเข้าแจ้งความ ที่ สน.สายไหม วันเดียวกว่า 20 คน เด็กแฉสุดหื่น อาศัยช่วงทำกิจกรรม ค่ายอาสาตามต่างจังหวัด ก่อเหตุทั้งในรถตู้และที่ทำการ ของสำนักงาน แถมยักยอกเงินบริจาคบางส่วนเข้ากระเป๋า ตำรวจ-สหวิชาชีพ เร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายเรียก จอมหื่นรายนี้มาสอบสวนหาความจริงจากคดี น.ส.ฝน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี อดีตนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่านเขตสายไหม เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.สายไหม ถูกนายบอย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี กระทำอนาจาร เมื่อช่วงกลางปี 63 โดยนายบอยอ้างตัวเป็นผู้ใหญ่ในแวดวงการศึกษาและนายกสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา ชักชวนเด็กสาวเข้ากลุ่มจิตอาสาออกรับเงินบริจาคและแจกของประชาชน ก่อนฉวยโอกาสทำอนาจาร ข่มขู่ไม่ให้ไปบอกใครไม่งั้นจะมีปัญหาทำให้เรียนไม่จบความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขตสายไหม นำเด็กสาวผู้เสียหายกว่า 20 คน ช่วงอายุระหว่าง 14-20 ปี เข้าพบ พ.ต.อ. อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม และสหวิชาชีพ เพื่อแจ้งความเอาผิดนายบอย (นามสมมติ) ในข้อหาอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ตามฐานความผิดที่แตกต่างกันตามช่วงอายุของผู้เสียหายและพฤติการณ์ โดยนำคลิปวิดีโอและข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน ต่างๆมามอบเป็นหลักฐานน.ส.ศรันยา หรือทนายนิด้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีเด็กสาวตกเป็นเหยื่อประมาณ 40-50 คน แต่มีผู้เสียหายที่พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุเพียง 20 คน เนื่องจากผู้เสียหายบางคนยังไม่พร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ เกรงว่าหากบุคคลรอบข้างทราบแล้วจะรับไม่ได้เกิดปัญหาครอบครัวและการงานได้ จึงขอเวลาตัดสินใจและปรึกษากับบุคคลใกล้ชิดก่อน ทั้งนี้จากการสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสียหาย พบทั้งหมดให้การไปในทิศทางเดียวกัน มีความไว้วางใจผู้ก่อเหตุถึงขั้นเรียกว่าพ่อ เหยื่อทั้งหมดให้การเหมือนกันว่าผู้ก่อเหตุลงมืออนาจาร ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงและมีลักษณะพฤติกรรมเลือกเวลาขณะทำกิจกรรมภายในค่ายอาสาที่ผู้ก่อเหตุจัดกิจกรรมขึ้น ทั้งที่ จ.นครปฐม จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น และอีกหลายจังหวัด ก่อเหตุภายในรถตู้และในสำนักงานของเครือข่ายดังกล่าว ข่มขู่ไม่ให้แจ้งผู้ปกครองหรือตำรวจ อ้างจะมีผลต่อการเรียนในอนาคตทำให้ผู้เสียหายที่เป็นเด็กในขณะนั้นเกิดความกลัว เก็บงำเรื่องราวมาตลอด กระทั่งเกิดกระแสในทวิตเตอร์จึงตัดสินใจออกมาแจ้งความดังกล่าว ทั้งนี้ข้อหากระทำอนาจาร หากเป็นเด็กอายุเกิน 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี เด็กอายุไม่ถึง 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี ส่วนข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา หากเป็นเด็กอายุเกิน 15 ปี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี อายุยังไม่ถึง 15 ปี มีโทษ จำคุกตั้งแต่ 5-20 ปีขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุมาตั้งแต่ ม.1 เข้าร่วมกิจกรรมอาสากับผู้ก่อเหตุเรื่อยมา จนกระทั่งผู้ก่อเหตุเริ่มออกอุบายใช้ให้นวด โดยอ้างปวดเมื่อยตามร่างกาย จากนั้นเริ่มถูกอนาจารในรูปแบบต่างๆ กระทั่งถูกผู้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา สาเหตุที่ไม่ยอมแจ้งความ เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อเนื่องจากผู้ก่อเหตุได้รับความเคารพเชื่อถือจากสังคม ยืนยันไม่ใช่เรื่องชู้สาวหรือการยินยอมพร้อมใจแต่อย่างใดนอกจากนี้ ผู้เสียหายบางรายยังกล่าวถึงเรื่องเงินบริจาคของสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนาว่า ผู้ก่อเหตุยักยอกเงินบริจาคเข้าบัญชีของตนเอง โดยไม่มีการแสดงรายการรายรับรายจ่าย หรือยอดเงินให้สมาชิกทราบ และนำเงินบางส่วนไปใช้ส่วนตัว เรื่องนี้สมาชิกของเครือข่ายทราบพฤติการณ์มาตลอดแต่ไม่กล้าทักท้วงด้าน พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม เปิดเผยว่า เบื้องต้นเตรียมพนักงานสอบสวน รวมทั้งสหวิชาชีพในการสอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 20 คนแล้ว โดยจะสอบปากคำตั้งแต่ช่วงเวลาการเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ พฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุ จากนั้นจะนำคำให้การของผู้เสียหายทั้งหมดรวมถึงพยานหลักฐานที่นำมามอบให้ส่งต่อให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่ามีมูลก็จะออกหมายเรียกให้ผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อหาตามขั้นตอน รวมถึงอาจจะต้องมีการเรียกเจ้าหน้าที่ในเครือข่ายองค์กรอาสาดังกล่าวมาสอบปากคำด้วยวันเดียวกัน ทีมงานประชาสัมพันธ์กองบัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แจงคดีนี้ว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รรท.ผบก.น.2 เป็นผู้ควบคุมการสอบสวนคดีนี้แล้ว ทั้งนี้ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส. น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และทีมงานกลุ่มสายไหมต้องรอด ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ประสงค์จะให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนายยศรินทร์ ตลับนาค อายุ 50 ปี โดยขณะนี้ทีมพนักงานสอบสวน เริ่มสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อทราบพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเพื่อรวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงมีรายงานว่า แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยหลังจากมีผู้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุรายนี้ที่อ้างเป็นบิ๊กในแวดวงการศึกษาว่า เจ้าตัวได้ลาออกจากการเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสถานศึกษา เป็น โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งนั้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ทั้งนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาแห่งนั้นยืนยันโครงการจิตอาสาที่ผู้ก่อเหตุดำเนินการนั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ทางโรงเรียน แม้ว่าผู้ก่อเหตุรายนี้จะเคยขอให้ทางโรงเรียนนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมหลายครั้ง แต่โรงเรียนก็ไม่เคยอนุญาตแต่อย่างใด