คดีอาชญากรรมลักจี้ชิงปล้นนับวันยิ่งมีความรุนแรง คนร้ายใช้อาวุธปืนมาเป็นเครื่องมือก่อเหตุ และคดีทะเลาะวิวาทที่มีอาวุธปืนไล่ยิงกัน เป็นข่าวบ่อยครั้ง “อาวุธปืนเถื่อน” ที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุรุนแรง ที่มีทั้งคนผลิต ดัดแปลง สั่งเข้ามาจำหน่ายอยู่เกลื่อนเมือง ทุกคนสามารถมาซื้อขาย “อาวุธปืนเถื่อน” ได้ง่ายๆในโลกโซเชียล อาวุธปืนบางส่วนหลุดไปอยู่ในมือผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและนักค้ายาเสพติด สร้างความหวาดกลัวคนทั่วไปพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เห็นปัญหาอาวุธปืนเถื่อนเป็นต้นเหตุของคดีอาชญากรรมร้ายแรง กำชับให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาวุธปืนอย่างต่อเนื่อง เน้นการทลายเครือข่าย “ค้าอาวุธปืนออนไลน์” มอบ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สืบสวนติดตามขบวนการค้าอาวุธปืนออนไลน์ มีตำรวจกองปราบปรามเป็นแม่งานหลักพล.ต.ต.จิรภพ สั่งกองปราบปรามเปิดปฏิบัติการทลายแก๊งค้าอาวุธปืนออนไลน์ครั้งใหญ่ เริ่มจาก กก.6 บก.ป. สืบทราบว่า มีขบวนการซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนผ่านเฟซบุ๊กกลุ่มปิดใช้ชื่อว่า “ชุมชนตลาดดำ” มี นายเอกชัย ประยูรสมบูรณ์ เป็นแอดมินดูแลสมาชิกกว่า 1,000 ราย กองปราบปรามรวบรวมหลักฐานขอหมายศาลเข้าค้นบ้านพักที่ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา จับกุมนายเอกชัย พร้อมอาวุธปืน 13 รายการ จับกุมเครือข่ายที่ อ.เมืองสงขลา เพิ่ม 2 ราย มี นายวีระพงษ์ สุขการ และนายนักรบ ละอองจิต ยึดอาวุธปืน 6 กระบอก ลูกระเบิดขว้างสังหาร 10 ลูก ของกลาง 30 รายการนายวีระพงษ์ซัดทอดว่าซื้อขายอาวุธปืนกับ นายอนพัช รุจิระพัฒน์ ผ่านทางไลน์มี นายนฤพล จันทร์นวล เป็นคนกลาง นายอนพัช เจ้าของร้านทองฝั่งธนบุรี พ่อค้าอาวุธปืนรายใหญ่ที่ติดต่อซื้อขายกว่า 2 ปี ขายอาวุธปืนไปแล้ว 200 กระบอก เครือข่ายนี้มีบริษัทขนส่งเป็นของตัวเอง และมีลูกค้าในมือมากกว่า 1,000 รายพล.ต.ต.จิรภพ เห็นว่า เครือข่ายของนายอนพัช เป็นขบวนการค้าอาวุธปืนออนไลน์รายใหญ่ หากปล่อยไว้อาวุธปืนจะถูกขายต่อไปในกลุ่มคนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุรุนแรงในสังคมไทย พล.ต.ต.จิรภพนำข้อมูลสืบสวนให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป เป็นผู้ควบคุมสั่งการ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. เจ้าของงานคนเดินงานหลักร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุดในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัดจับตัวการใหญ่ 3 คน นายนฤพล จันทร์นวล อายุ 39 ปี ผู้ดูแลกลุ่มและผู้ประสานซื้อขายจัดหาอาวุธปืน นายอนพัช รุจิระพัฒน์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านทองฝั่งธนบุรี พ่อค้าอาวุธปืนรายใหญ่ นายสหรัฐ ลพทองคำ อายุ 27 ปี ลูกน้องนายอนพัช ยึดอาวุธปืน 56 กระบอก เครื่องกระสุน 1,000 นัด มีอาวุธสงคราม ค้นที่คอนโดนายอนพัช ย่านพุทธ–มณฑลสาย 2 พบอาวุธปืน 78 กระบอก นายอนพัช อ้างเป็นอาวุธปืนหลุดจำนำที่ขายต่อลูกค้ากองปราบปรามขยายผลขอหมายจับเพิ่มเครือข่ายอีก 5 ราย ติดตามจับกุมได้ 3 ราย มี นายสิปปวุฒิ พรหมประสิทธิ์ อายุ 28 ปี หลานชายเจ้าของร้านซ่อมปืนดังย่านวังบูรพา พบว่าอาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนเถื่อนบางส่วนที่กลุ่มแอดมินนำไปจำหน่ายให้สมาชิกเป็นปืนที่ซื้อมาจากนายสิปปวุฒิ ตรวจค้นภายในร้านยึดปืนพกสั้น 10 กระบอก และปืนยาว 2 กระบอก และยึดอาวุธปืนที่บ้านพักนายสิปปวุฒิได้อีก 12 กระบอก จับกุม นายไตรภพ ล้ำเลิศ ผู้ส่งลูกระเบิดให้แก่ นายวีระพงษ์ และจับกุม นายนัฐพงษ์ ศรีงาม ผู้ที่ติดต่อขายอาวุธปืนสงครามเซกาเซ่ ให้แก่ นายเอกชัย ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ส่วน นายวันชัย เขจรลาภ ผู้ที่ติดต่อขายลูกระเบิดให้นายวีระพงษ์ เป็นคนกลางในการซื้ออาวุธปืน M16 และ นายเชิดศักดิ์ วงษ์โทน ผู้ส่งอาวุธปืนสงครามให้นายเอกชัย ถูกออกหมายจับอยู่ระหว่างติดตามจับกุมการขยายผลเครือข่ายนักค้าอาวุธปืนเถื่อนกลุ่มนี้ได้เห็นความน่ากลัวของกลุ่มอาชญากรใช้ “สื่อออนไลน์” สร้างกลุ่มค้าขายอาวุธปืน ทุกคนร่วมกลุ่มซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนได้ง่ายๆ ใช้เพจ “อวตาล” มาซื้อขายอาวุธทำให้คล่องตัวในการกระทำผิด จนเกิดเป็นวงจรขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทบางคนซื้อขายอาวุธปืนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 20-30 กระบอก บางรายเปิดธุรกิจขนส่งขึ้นมาเองเพื่อส่งของ บางรายเปิดธุรกิจอื่นๆมา “บังหน้า” บางรายที่อยู่ในเครือข่ายมีสมาชิกอยู่ร่วมในกลุ่มออนไลน์จำนวนหลายหมื่นคน ขณะที่กองปราบปรามบุกเข้าตรวจค้นบางกลุ่มยังมีอาวุธปืนที่ซื้อขายทยอยส่งของมาให้พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. กล่าวว่า “ผลงานกองปราบปรามเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “ปืนออนไลน์ผิดกฎหมาย” ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.–9 มิ.ย. เริ่มจาก กก.6 บก.ป. สืบสวนจากโซเชียลเฟซบุ๊ก กลุ่มปิดใช้ชื่อว่า “ชุมชนตลาดดำ” ทำการค้าอาวุธปืนออนไลน์ ตำรวจจับกุมและขยายผลผู้ต้องหาได้ 9 ราย ยึดอาวุธปืนสงคราม 4 กระบอก อาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 5 กระบอก อาวุธปืนสั้น 145 กระบอกและลูกระเบิด 14 ลูก พบว่าเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่มากที่อาชญากรใช้โซเชียลเป็นเน็ตเวิร์กในการกระทำผิด ใครเข้าสู่วงการนี้ได้ไม่ใช่แค่ร้านปืนอย่างเดียว ผู้ต้องหาบางรายมีเครือข่าย 30–40 กลุ่ม กลุ่มละ 300–400 คน บางรายมีธุรกิจขนส่งของตัวเอง เครือข่ายที่จับได้มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท” “ตำรวจกองปราบฯกำลังขยายผลทั้งต้นทาง ปลายทาง เส้นทางเข้าออกของอาวุธปืนผิดกฎหมาย ปฏิบัติการครั้งนี้สื่อให้อาชญากรรู้ว่าตำรวจกองปราบปรามเอาจริงในการทลายเครือข่าย ปืนออนไลน์ ใครก็ตามที่กำลังทำผิดขอให้หยุดและหากหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครจะดำเนินคดีทุกราย ไม่ปล่อยให้มีการซื้อขายปืนออนไลน์แบบโจ๋งครึ่มอีกต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมประชาชน อาวุธปืนส่วนใหญ่ที่กระจายออกไปมักจะไปอยู่ในมือกลุ่มนักสะสม มือปืนรับจ้างและเครือข่ายนักค้ายาเสพติด หากปล่อยให้เครือข่ายค้าปืนเถื่อนออนไลน์ยังเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป อาจส่งผลต่อการก่อเหตุอาชญากรรมในอนาคต”การจับกุมเครือข่าย “ค้าอาวุธปืนออนไลน์” ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายไม่ใช่ผ่านมือต่อมือ นำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมรูปแบบการซื้อขายเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้มาก ซื้อขายได้ง่ายๆ ยากต่อการจับกุม ทำให้อาวุธปืนเถื่อนเปิดขายกันเกลื่อนเมือง กองปราบปรามจับกุมรายย่อยก่อนใช้ศักยภาพงานสืบสวนแบบมืออาชีพ ขยายผลเป็นโครงข่ายโยงใยทั้งเครือข่าย ก่อนเปิดปฏิบัติการทลายแก๊งค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ลอตใหญ่สุดในเมืองไทยตำรวจกองปราบปรามสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยให้สังคมไทย.ทีมข่าวอาชญากรรม