คดี นายไชย์พล หรือ “ลุงพล” วิภา เป็นตัวอย่างที่สะท้อนหลายๆ อย่างในสังคมไทย แม้สุดท้ายตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา คลี่คลายข้อสงสัยคดีได้ แต่ “ดราม่า” คดียังไม่จบไม่สิ้น“นักสืบโซเชียล” ทำให้คดีง่ายๆเป็นเรื่องยาก ตำรวจสืบสวนทำคดีลำบาก ด้วยกระแส “สื่อออนไลน์” ทำให้ประชาชนไขว้เขว สับสน เป็นกระแสสังคมลงมากดดันในการทำคดีตั้งแต่คดีการเสียชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ หรือน้องชมพู่ วงศ์ศรีชา เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่พบศพเสียชีวิตป่าภูเขาเหล็กไฟ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตำรวจใช้ความอดทน อดกลั้น ทำงานอย่าง “มืออาชีพ” รวบรวมพยาน ทั้งพยานบุคคลและนิติวิทยาศาสตร์นำการสืบสวน เพื่อตอบคำถามสังคมให้ได้ จนเป็นหลักฐานสำคัญสู่การขออนุมัติหมายจับนายไชย์พลหรือลุงพล แม้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใช่หรือไม่กฎหมายยังถือว่านายไชย์พลหรือลุงพล เป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะตัดสินคดี แต่ด้วยความแตกต่างคดีอื่นๆ ด้วยการนำเสนอข้อมูล “ออนไลน์” ดารานักแสดง สื่อมวลชน ต่างวิพากษ์วิจารณ์กระแสสังคมในคดีนี้ ยุคที่ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสำคัญกลายมาเป็น “เน็ตไอดอล” เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศไทยแม้แต่ฝั่งตำรวจที่เข้ามาทำสืบสวนคลี่คลายคดี ยังออกปากยอมรับกระแสสังคมมีผลต่อรูปคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ทำคดีตั้งแต่เป็นรอง ผบ.ตร. ได้รับรู้ถึงความยากในการสืบสวนคดียุคปัจจุบันทั้งที่มีประสบการณ์ผ่านการสืบสวนปิดคดีสำคัญทุกคดี พอมาเจอคดี “น้องชมพู่” ยังบอกว่า คดีนี้สะท้อนอะไรหลายอย่างในสังคม ตำรวจใช้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ทุกอย่างที่มีในการทำงาน ตำรวจมองไป นอกองค์กรว่ามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรที่นำมาใช้ได้บ้าง เพื่อใช้คลี่คลายคดี ตอบทุกคำถามและข้อสงสัยของสังคม ตอบกระแสโซเชียลพล.ต.อ.สุวัฒน์ บอกว่า ขอฝากสังคมเป็น “บทเรียน” ว่า คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม มีความซับซ้อนหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่แตกต่างจากคดีอื่นคือการไต่สวนบนโลกโซเชียล ซึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า แต่ครั้งนี้หนักกว่าครั้งที่แล้วมากหลายเท่าบทสรุปสุดท้าย “คดีลุงพล” จะเป็นอย่างไร กว่าจะสิ้นสุดคดีความต้องรออีกหลายปี แต่บทเรียน “นักสืบโซเชียล” ที่มาไต่สวนชี้นำคดี ทำให้สังคมสับสน กระบวนการยุติธรรมสั่นคลอนเป็นเรื่องที่ตำรวจต้องเจออีกหลายคดีในอนาคต ถ้าคนไทยไม่ใช้สติเสพสื่อเสพข้อมูลคดีที่เกิดมีโอกาสพังเพราะ “นักสืบโซเชียล”.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th