แถลงการณ์ร่วมโลกร้อนเพื่อกระตุ้นประเทศไทยของเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ทั้งอังกฤษ อิตาลี สหรัฐฯ มัลดีฟส์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สหภาพยุโรป ร่วมกับสหประชาชาติ ยังระบุต่อไปว่า...ปัจจุบันไทยได้ประกาศว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับกรณีการดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) และในปีที่แล้วไทยก็ได้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (Nationally Appropriate Mitigation Action : NAMA) ที่กำหนดให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 7-20ในฐานะประเทศรายได้ปานกลางระดับบนที่มีผู้นำที่แข็งแกร่งและทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ประเทศไทยสามารถเป็นแบบอย่างในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปิดรับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทางสุขภาพ และทางสังคมที่ได้จากการดำเนินเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ ความก้าวหน้าในภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนการเพิ่มการใช้แหล่งพลังงานทดแทนและการผลิตและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นของไทยเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไรก็ตาม การดำเนินการที่ครบถ้วน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการทุกภาคส่วนในสังคมและความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐ เมื่อเดือน มี.ค. ประเทศไทยได้มีก้าวสำคัญไปในทิศทางนี้ หลังคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) อนุมัติร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญยิ่งต่อการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนในรัฐบาลไทยและเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโลกในการจัดการปัญหาที่ต้นตอ“เราเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพพอ ผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์จะเป็นหนทางนำไทยไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นได้อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความเป็นอยู่ของคนไทย การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนจะนำมาซึ่งประโยชน์หลายประการ ไทยมีศักยภาพอย่างมากในด้านพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานชีวภาพที่ยังไม่ได้นำมาใช้เต็มที่ การพัฒนาด้านนี้จะช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างชาติ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้งยังส่งเสริมการสร้างงานใหม่ๆ”ในฐานะพันธมิตรของประเทศไทย เราพร้อมที่จะสนับสนุนไทยให้เข้าถึงทรัพยากรในระดับโลกที่จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายได้ตามแต่ที่ไทยจะเลือกมุ่งไป และหวังว่า พ.ร.บ. ดังกล่าว จะนำไทยไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากยิ่งขึ้น ช่วยให้ไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและยืนหยัดตามความมุ่งมั่นที่ระบุไว้ในวาระการพัฒนา 2030 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)ตุ๊ ปากเกร็ด