สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด–19 รอบที่สาม ทำให้ เห็นความชัดเจนของ ภาวะผู้นำ ผู้บริหาร และมนุษยธรรมในสังคมไทย ได้เป็นอย่างดี ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ สังคม เศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนรู้สึกวิตกกังวลกับอนาคตตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีวาทะเด็ด ย้ายประเทศ ให้แสลงใจรัฐบาล แต่ปรากฏการณ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เราได้เห็น น้ำใจของคนไทยด้วยกัน และ ความเข้มแข็งของบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นด่านหน้า ทำสงครามกับโควิด-19 เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายข่าวสารที่ออกไปสู่สาธารณชนมีเท็จบ้างจริงบ้างปนๆกันไป โดยเฉพาะช่องทาง โซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดกระแสดราม่าอย่างหนัก ในสังคมไทย และการเสพข้อมูลที่มีจำนวนมากทำให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม เช่น การฉีดวัคซีนโควิด ดีหรือไม่ดี มีอันตรายร้ายแรงขนาดไหน ไปจนถึง การบริหารจัดการวัคซีน การดูแลผู้ป่วย เตียง ห้องไอซียู โรงพยาบาลสนาม และอื่นๆอีกมากมายหน่วยงานสาธารณสุข ต้องรับหน้าเสื่อมากที่สุด โดยเฉพาะข้อหา ปิดบังความจริง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อ หรือผู้เสียชีวิต ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษรัฐเองที่ประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงและชัดเจน รวมทั้งนโยบายที่กลับไปกลับมา ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษ การเสพข่าว ของชาวบ้าน ที่สามารถเสพได้ทุกช่องทางโดยที่ไม่มีการกลั่นกรองไว้ก่อนโฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เป็นอีกหนึ่งหมอ ที่ต้องอยู่ในสนามรบกับโควิด-19 ถูกกระแสดราม่า ในการชี้แจงเรื่อง ของสถานการณ์โควิด-19 และวัคซีนโควิด มีการนำไปเปรียบเทียบกับการให้บริการด้านสาธารณสุขกับต่างประเทศอะไรทำนองนี้ จนกินไม่ได้นอนไม่หลับยิ่งมีข่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศในฝั่งยุโรป อเมริกา มีทัวร์วัคซีน ให้เข้าไปฉีดวัคซีนได้ฟรี เลือกชนิดวัคซีนได้ด้วย ทัวร์ลงหนัก ซึ่งทางด้านการประชาสัมพันธ์ก็น่าเห็นใจคุณหมอ ในฐานะภาครัฐจะพูดอะไรมากก็ไม่ได้ จะไปตอบโต้ข้อมูลที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ก็ไม่ได้ จะไปโต้แย้งข้อมูลจากคุณหมอด้วยกัน หรือแพทย์ชนบท ก็ดูไม่ดี เดี๋ยวจะกลายเป็นการชวนทะเลาะไป พูดมากไปกระทบกับ ศบค.ชุดใหญ่อีกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ภาครัฐต้องยึดหลักการที่เป็นมาตรฐานของทั่วโลก มีการเตรียมการรับมือกับโควิด-19 เอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะมีขอบเขตที่จำกัด ซึ่งขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนด้วยการฉีดวัคซีน ได้จัดตามลำดับความสำคัญจากกลุ่มที่มีความ ต้องการเร่งด่วน บุคลากรทางการแพทย์ คนสูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และชาวบ้านทั่วไป รวมทั้งชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนก็พอๆกับหลายประเทศในภูมิภาคนี้ที่ได้ให้บริการไปกว่า 3 ล้านโดสแล้ว วัคซีนที่ใช้ก็เป็นวัคซีน ที่ใช้กันทั่วโลก ทั้งแอสตราเซเนกา หรือซิโนแวค ให้การดูแลผู้ที่รับ วัคซีนทั้งก่อนฉีดและหลังฉีดเป็นอย่างดี รวมถึงมีระบบการชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนด้วย วันนี้ฟังหมอขอร้องที่เป็นข้อเท็จจริงอีกด้าน จะได้สร้างความสมดุลทางข้อมูลข่าวสารให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ตั้งใจทำงานจริงๆ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th