กลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกผักริมโขง ต.ธาตุพนม จ.นครพนม แหล่งปลูกผักปลอดสารเคมีริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาสนับสนุน องค์ความรู้ ทำให้สร้างรายได้และมีผลผลิตตลอดทั้งปีเมื่อวันที่ 29 พ.ค.64 นายอภิรักษ์ สมิตร ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกผักริมโขง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำตรงนี้มีการปลูกผักตั้งแต่บรรพบุรุษ แรกเริ่มปลูกเพื่อกินในครัวเรือน ต่อมาได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้าทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดมารับซื้อผลผลิตส่งจำหน่ายไปยังตลาดในพื้นที่ ตลาดกลางในภูมิภาคและตลาดกลางของประเทศ จึงเริ่มปลูกกันอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีสมาชิก 50 คน พื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 92 ไร่ จากการปลูกในระยะแรกมีการใช้สารเคมีเกือบ 100% แต่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี และได้รับการฝึกอบรมในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์ใช้เอง จึงนำมาถ่ายทอดให้แก่สมาชิกกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร เรื่องเครื่องมือทางการเกษตร การตลาด ในการจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ ทางกลุ่มได้รับปัจจัยการผลิตและงบประมาณในการบริหารกลุ่มในปี 2563 โดยมีการจัดสรรแบ่งให้สมาชิกนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน "จุดเด่นของกลุ่มแปลงใหญ่คือ สามารถปลูกผักได้สวยงาม ไม่แพ้การใช้สารเคมี เพราะเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญ แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการหาตลาด จึงได้มีกรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้ามาสนับสนุน องค์ความรู้ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ การพัฒนาคุณภาพและพัฒนาให้ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการกลุ่มที่ดีรวมไปถึงการด้านการตลาด ซึ่งมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงสวน มีการหมุนเวียนปลูกผลผลิต อาทิ ผักกาดหอม มะเขือเทศ ผักชี ผักชีลาว ผักบุ้ง ขึ้นฉ่าย และหอมแบ่ง สามารถสร้างรายได้และมีผลผลิตตลอดทั้งปี"นางศสิมา สุภาษร เกษตร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่า ในการสนับสนุนกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกผักริมโขงแห่งนี้ได้มีการตั้งเป้าหลังจากเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ต้องลดต้นทุนให้ได้ 20% มีการเพิ่มผลผลิตให้ได้ 20% แต่กลุ่มสามารถดำเนินการได้เพียง 15% มีการพัฒนาคุณภาพเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน มีแผนการพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน GAP ในอนาคตให้ได้ 100% มีการบริหารจัดการในการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี และบริการเครื่องจักรกลแก่สมาชิกแปลงใหญ่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมให้มีผู้จัดการแปลงที่สามารถบริหารจัดการแปลงด้วยตนเองได้ รวมไปถึงการจัดการด้านการตลาด ซึ่งปัจจุบันมีการจำหน่ายในพื้นที่ และมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงสวนทั้งหมด ในการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรปี 2564 โดยในการตลาดจะมีกลุ่มเป็นผู้รวบรวม และกระจายการส่งผลผลิตให้สมาชิกกลุ่มสามารถส่งขายผลผลิตได้ทุกคน ไม่มีตกค้าง หรือสินค้าล้นตลาด มีตลาดรองรับที่แน่นอน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินชุมชน เกษตรกรสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนได้ เกิดการรวมกลุ่มกันผลิตเพิ่มมากขึ้น.