วันนี้ วันวิสาขบูชา วันเกิดพระพุทธเจ้า ซึ่งตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันที่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาทรง ประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน ในวันเดียวกันเดือนเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ วันวิสาขบูชาปีนี้อาจแปลกกว่าปีอื่นตรงที่ปีนี้มีปรากฏการณ์ธรรมชาติ จันทรุปราคา หรือ ราหูอมจันทร์ เกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันออก เป็นราหูอมจันทร์ที่เกิดขึ้นในวันพุธกลางคืน เลยยิ่งพิเศษขึ้นไปใหญ่จันทรุปราคา ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเห็นได้ชัดเจนในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ เอเชีย ฯลฯ ประเทศไทยจะได้เห็นในช่วงครึ่งหลังตอนหัวค่ำ ทางทิศตะวันออกจนถึงเวลา 19.52 น.ปกติ วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนจะไปทำบุญเวียนเทียนตามวัดต่างๆ แต่ในช่วงโควิดระบาดหนักแบบนี้ อยู่บ้านสวดมนต์ไหว้พระปลอดภัยดีที่สุด วันสำคัญวันนี้ผมขอนำปาฐกถาธรรมของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ ท่านพุทธทาสภิกขุ ว่าด้วย “ศิลปะแห่งการมีชีวิตอยู่ด้วยปัจจุบัน” มาแบ่งปันกันตรงนี้ อ่านแล้วจะได้สบายใจ ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก อย่าไปเครียดกับเจ้าโควิด–19 ให้มากนัก ขอให้ไปฉีดวัคซีนป้องกัน แล้วก็รักษาความสะอาดให้ดี กินร้อน ช้อนกู ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคมตลอดเวลาแม้แต่ในบ้าน พยายามใช้ชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องไปคิดถึงอดีต ไม่ต้องห่วงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงท่านพุทธทาส กล่าวว่า การอยู่ด้วยปัจจุบัน ไม่ต้องมีอดีต ไม่ต้องมีอนาคต มารบกวน อาจจะฝืนความรู้สึกของคนธรรมดาสามัญ เพราะคนธรรมดาสามัญเข้าใจว่า เราต้องเอาอดีตมาเป็นครู เอาอนาคตมาเป็นความหวังแต่ พระพุทธเจ้า ทรงสอนไว้ว่า บุคคลไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ด้วยอาลัยและไม่พะวงกับสิ่งที่ยังไม่มาถึง ให้กำหนดอยู่ที่ปัจจุบันให้ดีที่สุด ความมุ่งหมายของ พระพุทธเจ้า ก็คือ เวลาที่เราจะอยู่กันอย่างไม่มีความทุกข์เลยนั้น จะต้องเป็นอย่างไร ต้องทำอย่างไรเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ขอให้นึกถึงบทสวดที่ว่า ไม่กังวลถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว และไม่หวังถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ให้อยู่ด้วยปัจจุบัน หัวใจสำคัญก็คือ ถ้าเราต้องการที่จะอยู่อย่างสงบสุขร่มเย็นสักวันหนึ่ง เราจะต้องทำอย่างที่ว่านี้ กล่าวคือ ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต และ ให้อยู่กับปัจจุบันท่านลองคิดดู ตลอดเวลาที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ มีสักวันหนึ่งไหมที่มีชีวิตอันประเสริฐจนเรียกได้ว่าเป็นภัททชีวิต ถ้ามีได้เป็นที่พอใจก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่มียังหาไม่พบ ก็มาพูดกันถ้าใครมีเรื่องในอดีตมารบกวนอยู่ในจิตใจ ก็หาความสุขไม่ได้ ทำให้เป็นทุกข์ ฉะนั้น จึงไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่อาลัยอาวรณ์ถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว สิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วก็อย่าเอามาทรมานใจ ทำผิดไปแล้วก็เลิกนึกถึง แต่ไม่ทำผิดซ้ำอีก แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องเอามาทรมานใจเรื่องอนาคตก็เหมือนกัน ใครที่มีความหวังในอนาคตมากแบบสร้างวิมานในอากาศ อนาคตแบบนั้นมันจะรบกวนทำให้ไม่มีความสงบสุข พูดชัดๆก็คือ ความหวังนั่นแหละมันรบกวนเรา ชีวิตที่อยู่ด้วยความหวังจักถูกทรมาน ความหวังมันก็คือความต้องการอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วยังไม่ได้ แล้วก็หวังอยู่เรื่อย อันนี้มันสบายดีหรือว่าทุกข์ทรมาน ฉะนั้นเราก็ไม่ต้องหวัง เราคิดดีกว่า คิดว่าเราต้องการอะไร คิดเสร็จแล้วก็ทำ ทำไปด้วยกำลังและสติปัญญา ไม่ต้องมีความหวังมาให้ผิดหวังการอยู่กับปัจจุบันที่ดีที่สุดก็คือ ให้จิตหยุดอยู่ในสมาธิ จิตหยุดอยู่ในสมาธิเรียกว่า อยู่กับปัจจุบัน ซึ่งไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ปัจจุบันที่สุดก็คือ “พระนิพพาน” พระนิพพานไม่มีความหมายว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป พระนิพพานจึงมีลักษณะที่เรียกได้ว่า เป็นปัจจุบันตลอดเวลาลองนำไปปฏิบัติกันดูนะครับ ทำตัวให้อยู่กับปัจจุบัน อยู่เหนือเวลา ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคตมากวนใจ สักวันหนึ่ง คืนหนึ่ง แม้สักชั่วโมงหนึ่งก็ยังดี ชีวิตที่อยู่เหนือการบีบคั้นของเวลา จะเป็นอย่างไร.“ลม เปลี่ยนทิศ”