เมื่อสัก 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ผมมีเรื่องกังวลใจอยู่เรื่องหนึ่ง กังวลว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ๆในทางร้ายๆตามมา หลังจากที่มีผู้โพสต์ ถ้อยคำคำหนึ่งให้แก่คุณชวน หลีกภัย และท่าน ส.ว.หรือสมาชิกวุฒิสภาเหตุที่ผมกังวลใจก็เพราะคำที่ว่านี้ เป็นคำที่ถือกันว่าหยาบที่สุดในภาษาไทย และเป็นข่าวมาแล้วว่า เป็นคำหยาบที่ทำให้คนไทยโมโห หรือโกรธจนถึงขั้นควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่ ลุกขึ้นมาฆ่าแกงกันหลายหนหลายปีมาแล้วท่านผู้อ่านช่างสังเกตของผมคนหนึ่ง ตัดข่าวมาให้ผม 2 ชิ้น ตั้งใจจะให้ผมนำมาเขียนต่อแบบขำๆ ตามสไตล์ “เหะหะพาที” ล้อเลียนสังคมในยุคโน้นจะด้วยเหตุใดไม่ทราบ ผมไม่ได้นำมาเขียนต่อและทำเอกสารหายในที่สุด แต่ก็ยังพอจำเนื้อข่าวที่ท่านผู้อ่านตัดมาได้โดยสังเขปดังนี้ข่าวที่หนึ่งเกิดขึ้นแถวๆอำเภอปากช่อง คนขับแท็กซี่รายหนึ่งกลับไปเยี่ยมบ้านโดยขับรถไปด้วย พร้อมกับรับญาติหลายคนจะไปเที่ยวที่นครราชสีมา ระหว่างขับรถไปตามถนนมิตรภาพโดนรถเบนซ์หรูขับแซงและมีการปาดหน้า คนขับแท็กซี่ จึงเปิดกระจกออกมาตะโกนให้ “ของลับ” แก่รถเบนซ์คันที่ว่าครู่หนึ่งคนขับรถเบนซ์ก็หวนกลับมา แล้วใช้อาวุธยิงคนขับแท็กซี่ถึงแก่ความตายและเมื่อถูกจับได้ก็สารภาพว่าโกรธ เพราะโดนให้ของลับชาย จนเขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ข่าวที่สองคล้ายๆกัน เกิดขึ้นหลังข่าวแรกประมาณ 2-3 เดือนในกรุงเทพมหานครแถวๆหน้ากรมการขนส่งทางบกหมอชิตนี่แหละนักเรียนนอกรายหนึ่งกลับมาเยี่ยมเมืองไทยขับรถปาดไปปาดมากับ รถปิกอัพอีกคันหนึ่ง แล้วมาติดไฟแดงหน้ากรมการขนส่งฯพอดิบพอดีนักเรียนนอกเปิดประตูรถคว้าปืนพกวิ่งไปจ่อยิงคนขับปิกอัพจนเสียชีวิต และเมื่อถูกจับก็กล่าวกับนักข่าวคล้ายๆกรณีแรกว่าโกรธเพราะคนขับปิกอัพตะโกนยกอวัยวะเพศชายให้แก่เขาท่านผู้อ่านซึ่งมีอารมณ์ขันท่านนี้ตั้งข้อสังเกตมาถึงผมว่าเป็นไปได้ไหมคุณซูมที่การด่าทอด้วยการให้ “ของลับชาย” นั้น จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งบังเกิดความโกรธสูงสุดแม้ผมจะมิได้นำเรื่องนี้มาเขียนต่อ แต่ก็จำฝังใจตั้งแต่นั้นว่า...อาจเป็น ไปได้นะที่คำคำนี้จะสร้างความโกรธได้สูงสุด...เพราะมีตัวอย่างมาแล้วทำให้ผมเกิดความกังวลใจเมื่อไปอ่านเจอโพสต์ในโซเชียลว่ามีคนใช้คำที่ว่านี้กับท่านประธานสภา ชวน หลีกภัย และท่าน ส.ว. เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาดังกล่าวกังวลว่า ถ้าท่านประธานหรือท่าน ส.ว.คุมอารมณ์ไม่อยู่ ลุกขึ้นมาทำอะไรรุนแรงกับผู้โพสต์อย่างที่เคยเป็นข่าวในอดีต...หรือแม้แต่จะฟ้องหมิ่นประมาท เรื่องก็จะยุ่งกันใหญ่เสียเท่านั้นโชคดีที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆจากท่านประธานสภาและจากท่าน ส.ว. ซึ่งก็คงเป็นเพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้ใหญ่และหนักแน่นพอ ในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบไปผมก็พลอยโล่งใจ จนต้องขออนุญาตหยิบมาเขียนเปิดเผยความวิตกกังวลที่เคยเกิดขึ้นแก่ผมในวันนี้อีกครั้งเมื่อคลายกังวลแล้วก็อยากจะเตือนน้องๆ รุ่นลูกรุ่นหลานทั้งหลายให้ระวังการใช้คำหยาบ หรือการด่าทอเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะคำหยาบที่มีประวัติรุนแรงมาก เช่น คำว่า อวัยวะเพศชาย ดังตัวอย่างข้างต้นขอให้ใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด หรือไม่ใช้เลยจะเป็นการดีที่สุด เพราะเคยมีตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีนักเกิดขึ้นมาแล้วเหตุที่ผมตั้งใจเขียนถึงเรื่องนี้อีกเหตุหนึ่งก็เพราะทุกวันนี้มีการใช้คำหยาบกันอย่างแพร่หลายเหลือเกิน โดยเฉพาะในโซเชียลต่างๆอะไรนิดอะไรหน่อยก็อวัยวะเพศ...ทั้งอวัยวะชาย อวัยวะหญิง คู่กันไปเลย แถมด้วยคำหยาบอื่นๆ อีกจำนวนมากเราเคยพูดกันว่า เมืองไทยเป็นเมืองของคนมีอัธยาศัยไมตรี เป็นประเทศแห่งรอยยิ้ม เป็นประเทศแห่งความอ่อนหวาน...จึงเป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวพอผมอ่านคำด่าทอและคำสบถในโซเชียลมากๆเข้าก็ชักเสียวๆ ว่าคนไทยเราอาจจะไม่เป็นดังเช่นคำกล่าวข้างต้นเสียละกระมังมีทั้งพ่อง! ทั้งแม่ง! ทั้งสาดดด! ฯลฯ เต็มไปหมด...นึกไม่ออกเลยจริงๆ ครับว่าคนในประเทศที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้มจะค้นหาคำด่าทอ คำสบถต่างๆ มาดุด่าว่ากล่าวกันถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?“ซูม”