เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่จามจุรีสแควร์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานนิทรรศการ “งานของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 5 ธ.ค.2563 โดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวเปิดงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ทรงอยู่เหนือการเมือง พระองค์ทำสิ่งที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไทยที่เรียกว่า พระราชประศาสนศาสตร์ ที่ไม่ใช่พระราชกรณียกิจหรือ พระราชกุศล แต่เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับรัฐประศาสนศาสตร์ที่ทรงงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่พระราชประศาสนศาสตร์ทำมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ทำให้ประเทศไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จ เช่น การพัฒนาป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน การปลูกป่าทดแทน ทำให้ไทยมีป่าที่มีคุณภาพในระดับเดียวกับป่าอะเมซอน ที่มีเสือ ช้าง นกเงือก เป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ของป่ารมว.อว.กล่าวด้วยว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรง เป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการคิดค้นทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงที่ท้าทายชาติตะวันตก และไม่เป็นทฤษฎีที่เป็นปฏิปักษ์กับใคร โดย อว.จะจัดตั้งสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมา และมอบให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ดูแลรับผิดชอบ สถาบันนี้จะยกระดับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นสากล เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษไปทั่วโลก เพื่อชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอดของมนุษย์และเป็นทฤษฎีทางเศรษฐกิจที่ใช้ได้จริง“เวลาคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และสถาบันพระมหากษัตริย์ คนไทยจะคิดถึงการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันฯเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ล้วนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มองการณ์ไกล การที่ อว.จัดนิทรรศการงานของพ่อ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คนที่เจริญคือคนที่จะต้องรู้จักความกตัญญู ไม่ใช่บอกว่ารู้จักเทคโนโลยี รู้ความก้าวหน้าศาสตร์ต่างๆ แต่ไม่รู้จักความกตัญญูก็ถือว่าใช้ไม่ได้” ศ.ดร.เอนกกล่าว.