กองทัพไทยตรวจหาเชื้อโควิด-19 กำลังพล 177 นาย ที่ฝึกคอบร้าโกลด์กับทหารเกาหลีใต้ไม่พบเชื้อ 129 นาย อยู่ระหว่างตรวจอีก 48 นาย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้การลดวันกักตัวเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยว ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจตัดสินใจ แต่หากลดจริงต้องคุมเข้มมาตรการจริงจัง เพื่อป้องกันการระบาดรอบสอง ผวจ.กระบี่ แถลงหนุ่มอินเดียติดเชื้อโควิด-19 ที่กระบี่ เป็นแค่ซากเชื้อเก่า โอกาสแพร่ระบาดต่ำ เผยอ่าวนางเจ๊งยับ ไร้นักท่องเที่ยว โรงแรม ร้านค้า ประกาศขายกิจการกันระนาวหลังจากมีกระแสข่าวนายทหารเกาหลีใต้ ที่เดินทางมาร่วมประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายในการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2021 ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. ที่โรงแรมในอำเภอ จังหวัดระยอง และตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ที่สนามบินอินชอน ระหว่างกลับเข้าประเทศจึงถูกกักตัวนั้น พล.ท.เชาวลิตร สังฆฤทธิ์ โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นายทหารเกาหลีใต้ได้ตรวจคัดกรองโรคที่เกาหลีใต้ ก่อนเดินทางมาไทยเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ผลไม่พบเชื้อและไม่มีอาการป่วยใดๆเมื่อเดินทางถึงไทยเข้ากักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine : ASQ) ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.-1 พ.ย. และตรวจหาสารพันธุกรรมฯ 2 ครั้ง คือวันที่ 22 กับ 29 ต.ค. ผลไม่พบเชื้อ ระหว่างกักตัวไม่ได้เดินทางออกจากโรงแรม เมื่อครบกำหนดกักตัว 14 วัน กำลังพลดังกล่าวจึงได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจตามปกติ เมื่อจบภารกิจก็เดินทางกลับเข้าเกาหลีใต้ทันที โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า นายทหารเกาหลีใต้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ระหว่างกลับเข้าประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จึงแจ้งให้หน่วยที่เข้าร่วมประชุมการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2021 ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. แจ้งกำลังพลที่เกี่ยวข้องทุกนายเข้าสู่การควบคุมโรคทันทีและกักตัว 14 วัน ได้ตรวจเชื้อกำลังพลจำนวน 177 นาย ผลไม่พบเชื้อ 129 นาย อยู่ระหว่างตรวจอีก 48 นาย กองทัพไทยขอยืนยันความพร้อมในมาตรการการตรวจคัดกรองป้องกันและการเฝ้าระวังที่เข้มข้นวันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ผลการสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสกับนายทหารเกาหลี รวม 235 คน เป็นคนไทย 210 คน ต่างชาติ 25 คน ผลไม่พบเชื้อ 163 คน รอผล 31 คน อยู่ระหว่างรอตรวจ 16 คน ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานพบผู้ป่วยเพิ่มวันที่ 12 พ.ย. อีก 5 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้ากักตัวในสถานที่ของรัฐ โดยมาจากเยอรมนี สวีเดน อิหร่าน เคนยา สวิตเซอร์แลนด์ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,852 คน เสียชีวิตเท่าเดิม 60 คน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เผยถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ว่า ในส่วนของประเทศไทยที่เตรียมเสนอลดวันกักตัวเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวนั้น ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจตัดสินใจ นักวิชาการก็เพียงให้ข้อมูล หากลดวันกักตัวเพื่อให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวต้องคุมเข้มมาตรการอย่างจริงจัง เพราะถ้าเกิดการระบาดขึ้น ไม่เพียงต่างชาติไม่มา คนไทยเองก็ต้องหยุดชะงัก มีตัวอย่างให้เห็นแล้วเช่นออสเตรเลีย ที่เกิดระบาดรอบสองจนต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง สภาพอากาศประเทศไทยขณะนี้ก็เข้าสู่ช่วงหนาวที่น่าเป็นห่วงเช่นกันส่วนกรณีชาวอินเดียติดเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ แถลงว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวกำลังรักษาตัวที่ รพ.กระบี่ อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้ ไอเล็กน้อย ผลการตรวจพบซากเชื้อไวรัสโควิด-19 ปริมาณน้อยและตรวจพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แปลผลได้ว่าเป็นการติดเชื้อมาระยะเวลาหนึ่งแล้วและมีโอกาสต่ำมากที่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ส่วนการค้นหาติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำในพื้นที่ จ.กระบี่ ผลการตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อและได้มีการแยกกักในพื้นที่กักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำจังหวัดกระบี่ รายงานว่า ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อเนื่อง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกระบี่ ที่ก่อนนี้เคยคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ เงียบเหงาจนกลายเป็นเมืองร้าง ไม่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะย่านหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จากเดิมบริเวณย่านการค้าที่เคยคึกคัก ทุกวันนี้บรรดาผู้ประกอบการร้านค้า พากันปิดกิจการกันเป็นแถว มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่ยังเปิดกิจการอยู่ ร้านค้าหลายแห่ง รวมถึงโรงแรม ที่พัก พากันปิดตัวและขึ้นป้ายประกาศขายกิจการกันจำนวนมากนายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.กระบี่ กล่าวว่า ข่าวลือเรื่องการประกาศขายโรงแรมในหาดอ่าวนาง ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะโรงแรมขนาดใหญ่ระดับ 3-5 ดาว กว่า 10 แห่งที่ประกาศขายกิจการ เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับภาระไว้ได้ มาตรการต่างๆที่ออกมาไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ ผู้ประกอบการรายเล็กคงไม่ต้องพูดถึงปิดตัวกันไปเยอะมาก เพราะพื้นที่หาดอ่าวนาง ส่วนใหญ่จะรับนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติ มาตรการที่ภาครัฐออกมายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการตอนนี้ คือภาครัฐต้องดูเรื่องของภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ อยากให้ชะลอไว้ก่อน เพราะผู้ประกอบ-การไม่มีรายได้จะไปจ่าย จึงอยากขอให้ภาครัฐมองที่ปัญหาจริงๆ และแก้ให้ตรงจุด ที่ผ่านมาการกระตุ้นที่ภาครัฐทำออกมาแค่ต่อลมหายใจชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ตอบโจทย์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป ตอนนี้เค้าต้องการจะเดินทางมา แต่ภาครัฐไม่มีความชัดเจน ทำให้กลุ่มเหล่านี้ไม่เดินทางมา หากไทยเรามั่นใจในกระบวนการด้านสาธารณสุข ควรประกาศให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติด้วยในส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในต่างแดน ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 52.4 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 1.29 ล้านคน โดยเป็นการพบผู้ติดเชื้อในวันเดียวถึง 613,741 คน ขณะที่อิตาลีกลายเป็นประเทศที่ 10 ของโลก ที่มียอดผู้ติดเชื้อรวมหลักล้านคน โดยติดเชื้อรวมแล้ว 1.02 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 43,000 คน โดยอันดับ 1 ยังเป็นสหรัฐอเมริกา โดยพบผู้ติดเชื้อวันเดียวกว่า 136,000 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อขยับเป็น 10.7 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 247,000 คน รัฐบาลรัสเซียเปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบเบื้องต้นของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 “สปุตนิก 5” ในร่างกายอาสาสมัคร 20 คน ที่ได้รับ วัคซีนจำนวน 2 โดส ทำให้พบว่าวัคซีนจากสถาบันกามาเลยาของรัสเซียมีประสิทธิภาพสูงถึง 92 เปอร์เซ็นต์ พร้อมระบุว่า มีอาสาสมัครทั้งหมด 16,000 คน ได้รับวัคซีน 2 โดส และอีก 20,000 คน ได้รับวัคซีน 1 โดส หากมีผลความคืบหน้าเช่นไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม นางเอเลนอร์ ไรลีย์ ศาสตราจารย์ด้านภูมิคุ้มกันและโรคติดต่อประจำมหาวิทยาลัยเอดินเบอระของอังกฤษ มองว่าถึงผลลัพธ์จะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นจากอาสาสมัคร 20 คน เลยมองกรณีนี้ว่า รัสเซียด่วนสรุปเกินไป เข้าใจได้ว่ามาจากการที่บริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐฯและไบออนเทคของเยอรมนีเผยว่าได้วัคซีนประสิทธิภาพ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสำนักงานตรวจสอบทางสาธารณสุข “อันวิซา” ของบราซิล อนุมัติให้การทดสอบวัคซีนต้านไวรัสของบริษัทเวชภัณฑ์ซิโนแวคของจีนเดินหน้าต่อไปได้ หลังได้รับข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับกรณีอาสาสมัครทดสอบวัคซีนเสียชีวิต 1 คน ตำรวจบราซิลเผยว่าอาสาสมัครดังกล่าวตายเพราะฆ่าตัวตาย ไม่เกี่ยวกับวัคซีนอีกด้านในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 37 แบบเต็มคณะ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้เข้าร่วมการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากทำเนียบรัฐบาลไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประเทศเจ้าภาพ โดยผู้นำหารือเน้นหนักในประเด็นการรับมือกับการแพร่ระบาดและผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณสุขในการรับมือโควิด-19 การฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งในระยะยาวของอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนข้อริเริ่มต่างๆของอาเซียนในเรื่องโควิด-19 อีกทั้งย้ำให้ทุกประเทศต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมในระยะยาวของอาเซียนด้วย