ความที่มีชาวอเมริกันลงคะแนนทางไปรษณีย์ล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์ ทำให้การนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯล่าช้ากว่าทุกครั้ง ผมส่งคอลัมน์วันนี้ด้วยเวลาที่ช้าที่สุดเท่าที่ไทยรัฐอนุญาต แต่ถึงขณะนี้ ก็ยังไม่เห็นผลชัดเจนว่าใครคนไหนได้คะแนนของคณะผู้เลือกตั้งถึง 270 คะแนนวันนี้ทั้งวัน ผมดูการรายงานข่าวการเลือกตั้งสหรัฐฯซึ่งเลือกตั้งทั้งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภา ที่น่าสนใจไม่แพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีก็คือการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ที่เรียกว่าคองเกรส เข้าไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภาสหรัฐฯแบ่งเป็น 2 สภาคือ สภาผู้แทนราษฎร หรือ House of Representatives และวุฒิสภา หรือ Senate ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อนะครับว่าแม้แต่เวลาล่วงเลยมานานหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งก็ยังไม่ชัดเจนสักอย่างคนเชียร์ก็แบ่งเป็น 2 ซีก ไม่ใช่เฉพาะคนอเมริกันเท่านั้น แม้แต่คนชาติอื่นก็ลุ้นการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย ที่ลุ้นเพราะคนที่เป็นผู้นำประเทศมหาอำนาจชาติใหญ่อันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ จะกระดิกพลิกตัวในเรื่องใด มีผลกระทบต่อทุกชาติในโลกเราอยากจะเห็นการค้าของโลกกลับมารุ่งเรืองเฟื่องฟุ้งเหมือนก่อน ค.ศ.2017 ซึ่งก่อนหน้านี้ โลกมีความมั่งคั่งในระดับหนึ่งเพราะการค้าเสรี ทว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ผู้นำประเทศใหญ่อย่างผู้นำสหรัฐฯไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องการค้าเสรี รวมทั้งไม่เชื่อในเรื่องการค้าพหุภาคี ไปตั้งกำแพงภาษีสูงปรี๊ดกับสินค้าจากบางประเทศ ทำให้บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศเกิดความกดดัน ตึงเครียด และซบเซาพวกที่ลุ้นเรื่องการแก้ไขภาวะโลกร้อนก็อยู่ไม่ติด ทั้งนั่งทั้งนอนฟังผลการเลือกตั้ง เพราะอยากจะเห็นประเทศใหญ่โตมโหฬารอย่างสหรัฐฯกลับเข้ามาร่วมมือแก้ไขภาวะโลกร้อนเหมือนในอดีต หรือแม้แต่เรื่องความร่วมมือของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งเป็นปัญหาอันดับ 1 ของโลกอยู่ในขณะนี้ ทุกคนก็อยากเห็นความร่วมมือของประเทศมหาอำนาจชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย ฝรั่งเศส ฯลฯ แต่บรรยากาศของความร่วมมือที่ผ่านมามีน้อยมาก เพราะผู้นำประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯไม่เอาด้วยความชะงักงันการไหลเวียนของผู้คนเพราะวิกฤติโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก งดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน เม็ดเงินไม่กระจัดพลัดพรายและไม่หมุนเวียน หากความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 ทำได้สำเร็จ โลกก็จะกลับไปสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น4 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างบางประเทศหรือบางกลุ่มประเทศไม่ดีเหมือนก่อน และมีความขัดแย้งสูง แม้แต่องค์การระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของโลกอาหรับและโลกมุสลิมหรือองค์การการประชุมอิสลาม หรือ OIC ก็ถูกประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯเข้าไปแทรกแซงและปั่นป่วนจนเกิดการแตกแยกทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรง แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย 4 ปีต่อจากนี้เป็นต้นไป เราอยากเห็นความสัมพันธ์ระหว่างหลายประเทศได้รับการปรับปรุงในห้วงช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 ผู้นำสหรัฐฯกล่าวคำปราศรัยด้อยค่าผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก ว่าองค์การนี้มีการรับมือกับปัญหาโควิด-19 ล่าช้าทำให้ระบาดหนักไปทั้งโลก รวมทั้งกล่าวหาว่าผู้อำนวยการใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้าองค์กรที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสมัชชาอนามัยโลกมีการกระทำที่เข้าข้างจีน แถมสหรัฐฯยังมีปัญหาเรื่องเงินสนับสนุนจนทำให้เกิดความปั่นป่วนในองค์กรที่มุ่งมั่นทำงานส่งเสริมให้ประชากรโลกมีสุขภาพดีที่สุดเท่าที่จะทำได้การกระทำของผู้นำประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯทำให้การประสานงานด้านสาธารณสุขของโลกมีปัญหา เราก็คาดหวังว่า ในห้วงช่วง 4 ปีต่อไป ผู้นำชาติใหญ่อย่างสหรัฐฯจะไม่แทรกแซงหรือกล่าวหาทำให้องค์กรโลกขาดความน่าเชื่อถือผู้อ่านท่านครับ บนโลกของเราใบนี้ประกอบไปด้วยชาติรัฐต่างๆเกือบ 200 ชาติรัฐ เกือบทุกชาติรัฐมีการเลือกตั้ง การเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกามีผลกระทบต่อโลกมากที่สุด. นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรู้จัก โจ ไบเดน ‘ล้มช้าง’ โค่นทรัมป์ คว้าชัย ว่าที่ปธน.ใหม่สหรัฐฯรู้ผลแล้ว ‘โจ ไบเดน’ ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 เกาะติดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา