วิกฤติไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่แต่ละปีสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาลได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ดังนั้น เมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคผ่านพ้นไป ภาคการท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยกอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นกลับมาโดยเร็วด้วยเหตุนี้ นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.พิษณุโลก จึงร่วมกับทุกภาคส่วนจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นโดยเน้นท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนห่างไกลที่มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติเป็นจุดขาย ณ บ้านน้ำจวง หรือซาปาเมืองไทย ถิ่นอาศัยชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการชุมชนแห่งนี้นอกจากมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นแล้ว ยังโอบล้อมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว ทั้งน้ำตก ภูเขา และแมกไม้นานาพรรณสวยงามขณะที่ชาวบ้านดำเนินชีวิตอิงไปกับธรรมชาติด้วยการทำนาแบบขั้นบันได ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรัชกาลที่ 9 บนเนินสองเตา ยอดเขาสูงถึง 1,000 เมตร โดยปลูกข้าวหอมมะลิม้งและข้าวเจ้าพันธุ์พื้นเมืองรวมเนื้อที่กว่า 500 ไร่ปัจจุบันชาวเขาเผ่าม้งเปลี่ยนพื้นที่ปลูกขิงหันมาทำนาขั้นบันไดกันมากขึ้น เพราะหลังเกี่ยวข้าวช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้วก็ยังปลูกผักและดอกไม้ดึงดูดนักท่องเที่ยว เกิดโฮมสเตย์สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนนักท่องเที่ยวจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากลางทะเลหมอก และความงดงามยามตะวันลับฟ้าบนภูทับสี่ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศาฯ ท่ามกลางอุณหภูมิหนาวเหน็บยิ่งเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปพืชผลและไม้ดอกเมืองหนาวหลากหลายชนิดบนนาขั้นบันไดจะเริ่มบานสะพรั่งสวยงามมากถือเป็นมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติอันน่าหลงใหลหากนักท่องเที่ยวสนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการการท่องเที่ยวบ้านน้ำจวง โทร. 06-3067-6100 หรือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.พิษณุโลก 09-6662-2219 และ 08-1701-1199.ยุทธ ไกรโชค