เพื่อนออกปากชวนไปไหว้พระ คนหนึ่งอยากไปวัดหงส์ ปากคลองบางกอกใหญ่ วัดนี้มีพระแสนเมืองเชียงแตง ที่ได้จากลาวอยู่ในโบสถ์ มีพระพุทธรูปทองโบราณอยู่ในวิหาร แต่พระท่านปิดประตูไว้ยังไม่ได้ไหว้ เขียนถึงตอนนี้ ฝนเทลงมาห่าใหญ่ ท้องฟ้ามืดดำมีเสียงคำรามเปรี้ยงๆ ผมก็นึกถึงหลวงพ่อพระอีบาง หน้าโบสถ์วัดเอี่ยมวรนุช บางขุนพรหม ที่ไปเมื่อไหร่ แค่เข้าประตูวัด ก็ไหว้ท่านได้ทันทีกว่าจะมาอยู่วัดเอี่ยมวรนุช กรุงเทพฯ หลวงพ่อพระอีบาง ท่านอยู่ดีๆ ของท่านบนยอดเขาในอำเภอหนึ่งของนครสวรรค์ แต่เกิดฝนแล้งติดต่อกันนานสามปีชาวบ้านไม่รู้จะโทษใคร ปากต่อปากพูดกันไป ก็เหมาเอาว่า ท่านเป็นที่มาของอาเพศวันดีคืนดีก็มีคนไปอุ้มท่านขึ้นรถเอาไปทิ้งในที่คิดว่าไกล...คนละแวกนั้นรู้เรื่องก็อุ้มท่านไปทิ้งต่อ อุ้มท่านทิ้งท่าน จากนครสวรรค์ไปพิจิตร พิษณุโลก จะไปถึงสุโขทัยหรือไม่ ผมชักไม่แน่ใจเรื่องนี้เป็นข่าวดัง ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เกิดขึ้นนานเต็มที กว่าสามสิบปีเข้าไปแล้วจู่ๆคืนนั้น ฝนตกพรำๆ ผมนั่งรับข่าวในโรงพิมพ์ คุณชัยชนะ เทียนสันต์ นักข่าวนครสวรรค์ เดินเข้ามาหา บอกว่า นิมนต์หลวงพ่อพระอีบาง...จากที่ที่ถูกทิ้งแห่งสุดท้าย ขึ้นรถสองแถว ตั้งใจจะหาวัดให้ท่านจำวัดสักแห่งทุกวัดตั้งแต่ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ปทุมธานี ถึงนนทบุรี เวรกรรม ไม่มีวัดใดยอมรับท่านไว้ ก็เมื่อชาวบ้านกลัวพระลูกชาวบ้านก็กลัวเหมือนกัน“ผมไม่รู้จะไปวัดไหนแล้ว” นักข่าวว่า “ก็เลยนิมนต์ท่านมาให้ “ไทยรัฐ” ช่วย”ชัยชนะ เทียนสันต์ ชวนผมลงไปลานจอดรถ สภาพหลวงพ่อพระอีบาง พระปูนปั้นทั้งมอมแมมทั้งบอบช้ำ พระกรที่ยื่นหัก พระบาทสองข้างที่ยื่นโผล่ถึงท้ายรถสองแถวก็หัก ผมดูแล้วหดหู่ใจมากเรื่องนี้เป็นข่าวติดพัน ผมตั้งสติเขียนข่าวไป ก็คิดไปทำไงดี หารือกับหัวหน้าข่าว หัวหน้าข่าวคนนี้เป็นสามเณรเก่า มีเพื่อนเป็นพระครูสมภารวัดเอี่ยมวรนุชผมไม่กล้าออกปากให้วัดเอี่ยมวรนุชรับท่านไว้ถาวร...แค่ขอฝากท่านจำวัดสักคืน สมภารท่านก็รับปากสายวันรุ่งขึ้น พระจากวัดย่านบางปิ้ง สมุทรปราการ โทร.เข้ามา จะขอนิมนต์หลวงพ่อพระอีบาง ไปจำพรรษาวัดท่านเอง ผมดีใจ รีบโทร. ไปหาสมภารวัดเอี่ยมฯ แต่เรื่องโอละพ่อเสียงนุ่มๆมีเมตตาของสมภารว่า “คงไม่ได้แล้วล่ะโยม”แล้วท่านก็เล่าเมื่อหลวงพ่อพระอีบาง ไปถึงวัดเอี่ยมกลางดึก ชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่เป็นอันหลับนอน ชวนกันมาบูรณะ ซ่อมขาแขนที่หักขัดสีฉวีวรรณท่านจนผ่องใส แล้วนิมนต์ท่านไว้หน้าโบสถ์ชาวบ้านใกล้ไกลได้ข่าว ก็แวะเวียนกันมากราบไหว้ เห็นตู้บริจาคก็ใส่เงินเข้าไป ตอนที่ผมโทร.ไปสายแก่ๆ เงินเป็นแสน เงินในตู้นี้ สมภารท่านว่า เป็นค่าน้ำค่าไฟ ปลดหนี้ที่วัดเป็นหนี้ไว้หลายเดือนเรื่องที่สมภารวัดเอี่ยมเล่า แปลความหมายได้ คงให้หลวงพ่อพระอีบางไปจำพรรษาที่วัดอื่นไม่ได้เรื่องหลวงพ่อพระอีบางยังมีภาคต่อ ไม่กี่วันต่อมาก็เกิดมีฝนฟ้าตกกระหน่ำ โบราณว่าหลายห่า น้ำท่วมไปทั้งกรุงเทพฯ ขนาดที่ผู้ว่าฯชื่อ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ฉายา มหาแห้งเร็ว เรียกปรากฏการณ์ครั้งนั้นว่าฝนพันปีเล่นเอาคู่แข่งการเมือง จัดทัวร์ลงท่านไปหลายวันผมนึกถึงคำพังเพยโบราณ ฝนตกก็แช่งฝนแล้งก็ด่า มนุษย์ขี้เหม็นเคี่ยวเข็ญเทวดา มนุษย์ขี้เหม็นพวกนี้ไม่เอาไหนจริงๆ เคยโทษเทวดา หาตัวแพะรับบาปไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน แต่นี่ดันไปโทษพระอิฐพระปูนเขียนเรื่องนี้จบผมโทร.ไปบอกเพื่อน ชวนไปไหว้หลวงพ่อพระอีบาง ที่วัดเอี่ยมวรนุชดีกว่า แถวนี้ของกินอร่อยมีให้เลือกหลายร้าน ประการสำคัญ ยังไม่มีเค้า ชุมนุมคณะราษฎรฯจะไปชีวิตวิถีใหม่...ของพวกเราก็คงเท่านี้ จะมีอะไรดีไปกว่านี้.กิเลน ประลองเชิง