วันเสาร์สบายๆวันนี้ แต่บ้านเมืองป่วยไข้ไม่สบาย เป็นเสาร์ส่งท้ายเดือนตุลาคมอาถรรพณ์ ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 พระจันทร์เต็มดวง น้ำนองตลิ่ง เป็น “วันลอยกระทง” ตามประเพณีไทย และตรงกับ “วันฮาโลวีน” หรือ “วันปล่อยผี” ตามวัฒนธรรมประเพณีตะวันตก ที่บังเอิญมาตรงกันในวันเดียวกัน ปีนี้คนไทยส่วนใหญ่คงไม่ไปลอยกระทง เพราะ เศรษฐกิจแย่ การเมืองวุ่น ซ้ำยังเจอโรคโควิด-19 ระบาด นอนเกาพุงอยู่บ้านดีกว่าแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีอารมณ์สนุก ชวน ครม.ไปลอยกระทงที่ คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทงภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” ก็ไม่รู้วิถีใหม่อย่างไร และให้โอวาทนักเรียนว่า “ทุกวันนี้ไม่ว่าโลกจะหมุนไปไวเพียงใด ขอให้ทุกคนอย่าลืมประเพณีความเป็นไทย ต้องช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย รวมถึงการยิ้มแย้มแจ่มใส เห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกันและรักกันเอาไว้ ขอให้ร่วมกันลอยสิ่งไม่ดีโรคภัยไข้เจ็บออกจากประเทศไทย”ไม่รู้จะมีเด็กคนไหน แอบเอาชื่อนายกฯใส่กระทงลอยแม่น้ำเจ้าพระยา หรือเปล่าดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจอารมณ์คนไทยในวันลอยกระทงว่า มีเพียง 42.7% ที่วางแผนจะไปลอยกระทง อีก 36.3% ไม่คิดไปลอยกระทง เศรษฐกิจไม่ดี กลัวโควิด-19 ทำให้การลอยกระทงปีนี้มีการใช้จ่าย 9,429.96 ล้านบาท ต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี เป็นอีกสถิติใหม่ของรัฐบาลต่อท่ออำนาจ คสช.ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น เมื่อ ดร.ธนวรรธน์ เปิดเผยถึงความเห็นผู้ประกอบการต่ออนาคตในวันนี้ว่า สามารถประคองธุรกิจได้นานเฉลี่ยไม่เกิน 4.6 เดือน แต่ถ้าแบ่งตามหมวดธุรกิจพบว่า ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (s) อยู่ได้ไม่เกิน 4.3 เดือน ธุรกิจขนาดกลาง (M) อยู่ได้ไม่เกิน 4.9 เดือน และ ธุรกิจขนาดใหญ่ (L) อยู่ได้ไม่เกิน 5.1 เดือนสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล ไม่ใช่จ่ายคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มาก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจากรัฐบาลมากที่สุด ก็คือ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ รองมาคือ การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ การหาตลาดใหม่ๆ การลดภาระหนี้ มาตรการลดภาษีเพื่อธุรกิจ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย โดย ให้รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณการลงทุน เพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลกลับคิดได้แค่นี้ จ่ายคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน ทั้งที่ประชาชนจนๆไม่มีเงินจะจ่ายแล้วเขียนเรื่อง ลอยกระทง เผลอวกไปเรื่องเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจลอยกระทง ก็เป็นตัวกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศมาทุกปี แต่ปีนี้กลับหงอยที่สุดในรอบ 9 ปีประเพณีลอยกระทง พระยาอนุมานราชธน นักปราชญ์สำคัญของไทยสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรมต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดี เป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำ เพื่อขอบพระคุณพระแม่คงคา ที่ประทานน้ำมาให้อุดมสมบูรณ์ทำไมต้องทำเป็น กระทงดอกบัว อันนี้มีเรื่องเล่า พระมหาธรรมราชาลิไท หรือ พระร่วงกรุงสุโขทัย เสด็จประพาสลำน้ำตามประเพณี รับสั่งให้พระสนมนางในตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียนนำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ นางนพมาศ พระสนมเอกได้ประดิษฐ์ กระทงรูปดอกบัวกมุท ด้วยเห็นว่า เป็นดอกบัวพิเศษที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงประทีปลอยไปถวายสักการะพระพุทธบาทเมื่อ พระร่วง ทอดพระเนตรและได้ฟังนางทูลอธิบายเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงมีพระราชดำรัส ให้สยามประเทศกำหนดขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทตราบเท่ากัลปาวสาน เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัว มาจนถึงปัจจุบัน.“ลม เปลี่ยนทิศ”