สองขั้วขึงเวทีรัฐสภาวิสามัญสาดน้ำลายไล่-อุ้มนายกฯ “สมพงษ์” นำทีมกระทุ้งผู้นำลาออกเซ่นความล้มเหลว ซัดอย่าใช้สภาเตะถ่วงฟอกตัวเอง “พิจารณ์” ฉะป้ายสี นศ. เลิกกอดสถาบันรักษาอำนาจ “เสรีพิศุทธ์” แนะตั้งทีมเจรจาหย่าศึก ส.ว.ป้องนายกฯผิดอะไรไม่ต้องออก “สมชาย” โทษโซเชียลบิดเบือนขบวนเสด็จ กก.โต้แทนม็อบไม่ได้ขัดขวาง “จุรินทร์” ชงตั้ง กก.สมานฉันท์ดับไฟ “ประยุทธ์” ลั่นจะเปลี่ยนแปลงต้องสมดุล อ้างข้อเรียกร้องหลายเรื่องกำลังทำอยู่ แก้ รธน.สะดุดยังไม่มี ก.ม.ประชามติ “วิษณุ” โชว์ไทม์ไลน์คิดไว้แล้วรื้อ รธน.คาดลงมติ วาระ 2-3 จบเดือน ธ.ค.ได้ พ.ร.บ.ประชามติ ธ.ค.หรือ ม.ค.64 ดักคอรวม 366 เสียงเลือกนายกฯใหม่ยาก ศาลไม่ปล่อยตัว “เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์” อาจารย์-เพื่อนส่งตำราเข้าเรือนจำ “นิติธร” ชิงส่งหนังสือชี้แจงดักหน้า ม็อบราษฎรพรึบเดินขบวนยื่นหนังสือสถานทูตเยอรมันการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกประเทศจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองวันแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันพยายามดูแลสถานการณ์อย่างดีที่สุด ขณะที่พรรคฝ่ายค้านพุ่งเป้าโจมตีเรียกร้องให้นายกฯลาออก ยุติปัญหาทั้งหมดและเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปธ.สภาเชื่อม็อบ 2 ฝ่ายไม่เผชิญหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภา ระหว่างการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 26-27 ต.ค. ที่อาจมีการเผชิญหน้าของผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม ว่า เลขาธิการสภาฯรายงานว่ามีสมาชิกรัฐสภาเป็นห่วงความปลอดภัย อาจมีการคุกคามด้วยวิธีต่างๆ แจ้งว่าจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ 13 กองร้อย แต่ได้บอกว่าอย่าไปถึงขนาดนั้น เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมคนใดละเมิดอะไรบ้างเป็นเรื่องของผู้นั้น มีกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว เชื่อว่าไม่มีการเผชิญหน้าและตอนนี้ยังไม่เกิด“ชวน” ย้ำเปิดเวทีบรรเทาไม่ใช่เพิ่มปัญหาต่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกประเทศจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นำทีม ครม.เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่การประชุมนายชวนกล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงนายกฯขอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญให้มีส่วนร่วมบรรเทาปัญหาบ้านเมือง ลดความกังวลประชาชน ญัตติที่เสนอมาเพื่อให้รัฐสภาได้หารือร่วมกับรัฐบาลบรรเทาปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาหรือเพิ่มความกังวล ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การอภิปรายวันที่ 26 ต.ค. มีเวลา 12.30 ชั่วโมง จะจบเวลา 22.30 น. ที่เหลือไปเริ่มเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ต.ค.ไปจนครบ “บิ๊กตู่” ชี้จะเปลี่ยนแปลงต้องสมดุลจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดญัตติฯว่า รัฐบาลพยายามดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด ใช้กฎหมายอะลุ้มอล่วยผ่อนผันมาตลอด แต่การชุมนุมยังขยายตัวต่อเนื่อง รัฐต้องใช้อำนาจเข้าควบคุมการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุมหลายเรื่องอยู่ในขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว และเริ่มปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวหลายราย หลายครั้งการชุมนุมเรียบร้อย แต่บางแห่งมีความรุนแรงเกิดขึ้น ปฏิบัติในสิ่งไม่สมควร รัฐบาลไม่อยากให้เกิดการปะทะจลาจล รู้ว่าทุกคนต้องการอนาคตที่ดีแก่ประชาชนและประเทศ เราต้องหาหนทางพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น อย่างมีหลักการเหตุผลอยู่ใต้กรอบกฎหมาย ไม่ทำลายอดีตที่มีคุณค่าของประเทศที่หยั่งรากลึกเข้าไปในใจของคนไทย รัฐบาลรู้ว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลก แต่ต้องยอมรับคนไทยหลายสิบล้านคนไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวายสับสนอลหม่าน ทุกคนมีความเชื่อของตัวเอง จึงต้องมีความสมดุลระหว่างความต้องการของตนเองกับคนอื่นด้วยอย่างสร้างสรรค์ หวังว่าทุกคนจะใช้เวลา 2 วันในรัฐสภารวบรวมสติปัญญา ความคิด เลือดรักชาติทุกหยดร่วมกันคิด ให้เดินหน้าไปสู่อนาคตที่ดี ปกป้องอดีตที่มีคุณค่าไว้ด้วย“สมพงษ์”จี้ “บิ๊กตู่”ลาออกเซ่นล้มเหลวนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายเป็นคนแรกว่า ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ใช้มาตรการรุนแรง เลือกปฏิบัติต่อประชาชนอีกหรือไม่ อ้างว่าควบคุมดูแลฝูงชนตามหลักสากลแต่ไม่เคยยอมรับว่าเป็นแบบก้าวกระโดดที่รุนแรง นำมาใช้เกินกว่าเหตุเกิดจากความกลัว เกลียดชังประชาชน มากกว่าเอาใจใส่ความปลอดภัยของประชาชน ความคิดเห็นที่ถูกนำเสนอสู่สาธารณชนควรได้รับการพิจารณาจริงจังและร่วมกันหาทางออกให้ประเทศอย่างเปิดเผย ไม่ใช่แค่ซื้อเวลา รัฐสภาควรใช้เวลา 2 วัน ดังนี้ 1.พิจารณาข้อเสนอประชาชนจริงจัง เปิดใจรับฟังปัญหาที่นำเสนออย่างมีวิจารณญาณ 2.เร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ไม่เตะถ่วงดึงเวลาให้ล่าช้า 3.เร่งปลดเงื่อนไขที่เป็นมูลเหตุวิกฤติ ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมคุมขัง และปลดเงื่อนไขที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย ยุติใช้กฎหมายดำเนินคดีกับประชาชนผู้เห็นต่างเร็วที่สุด 4.นายกฯต้องลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาด ความล้มเหลวทั้งปวงที่ทำลงไป หวังว่าสภาจะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเตะถ่วงเวลาและฟอกความล้มเหลวแก่รัฐบาลห่วงขนคนปะทะสูญเสียให้“ลุงตู่”อยู่ต่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงกังวลอย่างยิ่งคือการใช้มวลชนคนใส่เสื้อเหลืองออกมาแสดงพลังต่อต้านการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา ให้หน่วยงานราชการเกณฑ์ประชาชนมาแสดงพลัง อ้างความ จงรักภักดี นําสถาบันมาใช้เป็นข้ออ้างให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อไป สุ่มเสี่ยงที่มวลชน 2 ฝ่ายจะปะทะกัน นำมาสู่ความสูญเสียที่ใหญ่หลวง ข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกให้ปัญหาทั้งหมดยุติลง หนทางให้การชุมนุมยุติลงรัฐสภาต้องลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับไปพร้อมกันในวาระ 2-3 ให้กระบวนการเลือกตั้ง ส.ส.ร.และจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างรวดเร็ว ขอเรียกร้องให้ยืนขึ้นประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาขอลาออก ให้แก้รัฐธรรมนูญดำเนินไป เลือกนายกฯใหม่ตามกระบวนการในรัฐธรรมนูญ ทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จก็ยุบสภาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะทำให้การลงมติของ ส.ส.รัฐบาล ส.ว.ไม่ถูกกดดันจากท่านอีก แต่ถ้าเลือกยุบสภา การแก้รัฐธรรมนูญไม่อาจเดินต่อได้ ปัญหาขัดแย้งจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น“ไพบูลย์”ชงทำประชามติหนุนม็อบหรือไม่ต่อมาเวลา 10.45 น.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า การชุมนุมขณะนี้จาบจ้วงสถาบันต่อเนื่อง ขัดขวางรุมล้อมขบวนเสด็จ เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน แกนนำเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเพื่อให้การปกป้องประเทศอ่อนแอ นำไปสู่การรุกคืบปฏิรูปสถาบัน นายกฯอย่าไปลาออก ให้คำนึงถึง 8.4 ล้านคนที่เลือกมาเป็นนายกฯ หากปรากฏพรรคใดไปเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มต้องการปฏิรูปสถาบันหรือเสนอตั้งคณะ กมธ.ปฏิรูปสถาบันจะเข้าข่ายสนับสนุนการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นคดีอาญา ขอเสนอให้ทำประชามติให้คนทั้งประเทศออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่ต่อการชุมนุม อาจตราเป็น พ.ร.ก.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้ทันต่อสถานการณ์ ไม่ใช่คนหลักหมื่นมาอ้างเสียงประชาชนทั้งประเทศ มั่นใจว่ามากกว่า 90% ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่จาบจ้วงสถาบันซัด“ตู่”ไม่สำนึกผิดป้ายสี นศ.ฟอกตัวเองจากนั้นนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ญัตติที่รัฐบาลยื่นมามีเนื้อหาบิดเบือน ให้ร้ายนิสิต นักศึกษา ประชาชนที่เห็นต่าง นายกฯพยายามให้เหตุผลประกาศสภาวะฉุกเฉินร้ายแรงว่าการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คืนวันที่ 14 ต.ค.อาจต่อเนื่องในวันต่อๆไปแต่ผู้ชุมนุมประกาศแล้วว่าจะยุติการชุมนุม เช้าวันที่ 15 ต.ค.นายกฯระบุผู้ชุมนุมขวางและหยุดขบวนเสด็จพระราชดำเนิน รัฐบาลมีหน้าที่ถวายอารักขาให้ขบวนเสด็จ ไม่ผ่านเส้นทางที่มีการพิพาทอยู่แล้ว ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายมวลชนจากถนนราชดำเนินกลางเพื่อไม่ให้กีดขวางขบวนเสด็จ สะท้อนว่ารัฐบาลไม่สำนึกถึงความผิดพลาดในการถวายการอารักขา กลับโยนความผิดให้ประชาชน นำไปสู่อัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต การใส่ร้ายป้ายสีมีแต่จะเติมเชื้อไฟ ความรุนแรง นายกฯยังอาศัยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สลายการชุมนุมสี่แยกปทุมวัน ใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงไม่เป็นตามหลักสากล พยายามใช้เวทีสภาฯฟอกขาวตัวเอง กล่าวหาผู้ชุมนุมปกปิดความผิด ปกป้องความล้มเหลวของตนเองแทนที่จะหาทางออกหยุดผูกสถาบันไว้กับตัวรักษาอำนาจ“พรรคร่วมต้องทบทวนท่าทีร่วมรัฐบาล ทำให้ระบอบประยุทธ์ไปต่อไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์จะหยุดเอาความจงรักภักดีมากอดไว้กับตนเอง หยุดผูกมัดสถาบันพระมหากษัตริย์กับปัญหาที่ตัวท่านเองเป็นผู้ก่อ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจและปกปิดความล้มเหลว นายกฯหยุดสะกดจิตตัวเองว่าผมไม่ผิดได้แล้ว ยอมลาออกเถอะ เปิดทางให้คนที่เห็นคนเท่าเทียมกันเข้ามาเป็นผู้นำพูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ทางออกที่สังคมมีฉันทามติร่วมกัน นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คืนอำนาจแก่ประชาชน” นายพิจารณ์กล่าว“จุรินทร์” ชงตั้ง คกก.สมานฉันท์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ อภิปรายว่า ขอเสนอแนวทางตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมอบให้ประธานรัฐสภาเป็นเจ้าภาพลงนามแต่งตั้ง ถือหลัก 3 ข้อ 1.ประกอบด้วย 7 ฝ่าย คือ ผู้แทนรัฐบาล ผู้แทน ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ว. ฝ่ายเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ฝ่ายเห็นต่างกับผู้ชุมนุมและอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ 2.ให้คณะกรรมการเน้นจับเข่าคุย 3.ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว หากทำได้อย่างน้อยที่สุดจะคลี่คลายไประดับหนึ่ง“เสรีฯ” ให้ตั้งคณะทำงาน รบ.–นศ.หย่าศึกขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า นายกฯให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเป็นเวทีให้รัฐบาลฟอกตัวมากกว่าแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ นักเรียน นักศึกษา ไม่มีโอกาสแสดงความเห็น ไม่ได้ข้อยุติเสียเวลาเปล่า ขอเสนอให้ใช้สันติวิธีเจรจา ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลกับนักศึกษา คุยกันให้จบว่าจะยุติให้บ้านเมืองสงบ ภายใต้จิตใจเป็นธรรม เสียสละ รัฐบาลควรแก้รัฐธรรมนูญนำร่างฉบับประชาชนเป็นหลัก แก้ทุกเรื่องยกเว้นหมวดสถาบัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก เปิดทางให้แก้รัฐธรรมนูญง่ายขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องรู้จักพอ อย่าเสพติดอำนาจ นักศึกษาต้องยุติชุมนุม ถ้าไม่ลาออก ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ถอนตัวให้ประเทศเดินต่อได้ ขณะนี้ไปที่ไหนได้ยินแต่เพลง I hear too นายชวนจึงรีบตัดบทขอให้ถอนคำพูดทันที เป็นคำพูดไม่สุภาพ แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ถอน แต่ยุติแล้วเดินออกไปส.ว.โต้โซเชียลบิดเบือนขบวนเสด็จนายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า สาเหตุปัญหาไม่ใช่แค่ตัวนายกฯ รัฐธรรมนูญหรือสถาบัน ส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองที่นำความขัดแย้งส่งต่อให้ลูกหลาน การชุมนุมมีคำปราศรัยรุนแรง ก้าวล่วงไกลเกินกว่าจะรับได้ ตรวจสอบพบมีการปิดล้อมขบวนเสด็จจริง เป็นเส้นทางเสด็จปกติเพื่อขึ้นทางด่วนไปทอดกฐินที่วัดราชโอรส ทุกม็อบเจอขบวนเสด็จฯ จะเปิดเส้นทาง แสดงความจงรักภักดี แต่ครั้งนี้ประกาศให้ชู 3 นิ้ว ไม่อยากให้บิดเบือนในโลกโซเชียลว่าตั้งใจนำขบวนเสด็จมาผ่านมวลชน รัฐสภาต้องหาทางออกไม่ให้เกิดขึ้นอีก มีข้อเสนอ 9 ข้อ 1.ให้รัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ให้เหมาะสม 2.รัฐบาลต้องชี้แจงองค์กรระหว่างประเทศให้ดีกว่านี้ 3.ตั้งทีมจัดการข่าวปลอมเชิงรุก 4.ส.ส. ส.ว.ต้องร่วมมือปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ 5.ให้รัฐบาลเปิดเวทีกลาง เช่น มหาวิทยาลัย สนามกีฬาแห่งชาติ ให้ผู้ชุมนุมได้เสนอความเห็นแทนชุมนุมบนถนน 6.เปิดเวทีเจรจา 7.การปฏิรูปสถาบันเป็นข้อเสนอสุดโต่ง 8.นายกฯไม่ควรลาออก 9.ถ้าทำข้อ 1-8 แล้วไม่เป็นทางออกให้ออกเสียงประชามติแก้ปัญหาฝ่ายค้านแจงยิบม็อบไม่ได้ขัดขวางช่วงบ่ายถึงเย็น สมาชิกรัฐสภายังสลับกันขึ้นแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนอภิปรายชี้แจงถึงประเด็นการขัดขวางขบวนเสด็จของผู้ชุมนุม ยืนยันว่าผู้ชุมนุมไม่มีเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ ไม่มีใครทราบจะมีขบวนเสด็จมา อาทิ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตำรวจไม่มีการแจ้งเคลียร์เส้นทางว่าจะมีขบวนเสด็จ ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ใช้เส้นทางสำรอง แต่กลับมาใช้เส้นทางถนนพิษณุโลก ที่มีความไม่สะดวก เชื่อว่ามีการนำเรื่องขบวนเสด็จมาปลุกปั่นให้ประชาชนเกลียดกัน ขณะที่ ส.ส.ซีกรัฐบาลและ ส.ว.พากันอภิปรายให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อไป ไม่ให้ลาออกหรือยุบสภา เห็นว่าไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา เชื่อว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การ ชุมนุมที่ส่งผลต่อขบวนเสด็จเป็นบทเรียนสำคัญ ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ถ้าฟื้นฝอยหาตะเข็บจะเป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่มีจะไม่เลยเถิดมาขนาดนี้ ถ้าต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงใช้วิธีนี้ถูกต้องหรือไม่ นายกฯทำอะไรผิดถึงต้องลาออก ฟังเสียงจากประชาชนแล้วยังอยากให้นายกฯอยู่ต่อ ขอเสนอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ผลงานให้เห็นต่อเนื่อง รัฐบาลต้องหางานให้เยาวชน ถ้าทำได้ความเกลียดชังจะลดลง“บิ๊กตู่” ดัน ก.ม.ประชามติโวหนุนรื้อ รธน.ต่อมาเวลา 15.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อภิปรายว่า กรณีเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายแล้ว ถ้านายกฯ ลาออก ครม.ต้องพ้นทั้งคณะ และเลือกนายกฯ ใหม่จากที่ประชุมรัฐสภา ต้องใช้เสียง ส.ส.และ ส.ว.ต้องมีมติกึ่งหนึ่ง จึงต้องมี ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯ ด้วย ส่วนกรณียุบสภา ครม.ต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะเหมือนกัน สมาชิกสภาพ ส.ส.ต้องสิ้นสุดเช่นกัน จึงไม่แน่ใจว่าท่านต้องการหรือไม่ต้องการตรงนี้ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญเดือน พ.ย. สภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเสร็จวาระ 1-3 ในเดือน ธ.ค. แต่ยังประกาศใช้ไม่ได้ ต้องรอการทำประชามติก่อน สัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเสนอ พ.ร.บ.ประชามติเข้าสภา ถ้า พ.ร.บ.ประชามติ เสร็จเมื่อใด ต้องไปทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่าตนสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ “อมรรัตน์” โวย “วิษณุ” ด้อยค่าผู้ชุมนุมเวลา 16.00 น. การอภิปรายที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว.และรองประธานรัฐสภาเป็นประธานที่ประชุม เริ่มเกิดประท้วงวุ่นวาย เมื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงเหตุผลที่มาที่ไปของญัตติที่รัฐบาลเสนอ ประเมินข้อเรียกร้องผู้ชุมนุมมี 6-7 ข้อ หลายข้อรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ แต่ข้อเรียกร้องที่เรียกร้องอิสรภาพให้กับฮ่องกงในที่ชุมนุมรัฐบาลก็จนปัญญาจะทำให้ได้ น.ส.อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ลุกประท้วงว่านายวิษณุจะมาใส่ร้ายผู้ชุมนุมไม่ได้ การชุมนุมเป็นล้านๆคนอาจมีพูดบ้าง แต่นี่ไม่ใช่ข้อเรียกร้องหลักของผู้ชุมนุมตั้งแต่ต้น พูดแบบนี้ไม่เป็นธรรม เป็นการด้อยค่าผู้ชุมนุมคนนอกไม่มีสิทธิเข้ามาชี้แจง จะมาอ้างมั่วซั่วไม่ได้ ถ้าไม่ถอนไม่เป็นไร ไม่อยากเสียเวลาของฝ่ายค้าน ขณะที่นายวิษณุสวนว่า ยืนยันในที่ชุมนุมมีการตะโกนอย่างนั้นจริง นายพรเพชร พยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จึงประท้วงระบุ น.ส.อมรรัตน์พูดเหมือนเป็นหัวหน้าม็อบ นายพรเพชรให้นายชัยวุฒิถอนคำพูดนายชัยวุฒิยอมถอน เปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมม็อบ จนนายพรเพชรต้องตัดบทให้ดำเนินการประชุมต่อไปโชว์ไทม์ไลน์เตรียมแก้ รธน.ไว้แล้วจากนั้นนายวิษณุชี้แจงความคืบหน้าการแก้รัฐธรรมนูญว่า จากไทม์ไลน์เร่งแก้รัฐธรรมนูญ หากประธานรัฐสภานำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ มาพิจารณาทำได้ทันทีที่เปิดประชุมรัฐสภาเดือน พ.ย. แต่ถ้าจะรอฉบับไอลอว์ด้วยต้องรอกลางเดือน พ.ย. ถ้าสภารับหลักการต้องตั้ง กมธ. ทราบว่าสมาชิกฝ่ายค้านเสนอให้ตั้ง กมธ.เต็มสภาเพื่อเร่งแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเดินตามขั้นตอนปกติต้องตั้ง กมธ. 45 คนพิจารณา ทำอย่างเร็วคาดว่าจะลงมติวาระ 2-3 เสร็จเดือน ธ.ค. แต่ยังไม่สามารถประกาศใช้ได้ ทราบว่าจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประชามติเข้าสภาได้สัปดาห์หน้า จะเร่งให้พิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาควบคู่ไปกับการแก้รัฐธรรมนูญเดือน พ.ย. คาดว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติจะเสร็จเดือน ธ.ค. หรือ ม.ค. 64 จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อโปรดเกล้าฯ จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสร็จวาระ 3 แล้วไปทำประชามติใน 90 วัน การแก้รัฐธรรมนูญปี 60 จึงจะแล้วเสร็จ นี่คือขั้นตอนที่เราเตรียมไว้แล้วเปรยรวมเสียงหานายกฯ ใหม่ยากนายวิษณุกล่าวว่า ข้อเสนอของผู้ชุมนุม 3 ข้อ การปฏิรูปสถาบัน รัฐบาลนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไรอยากมารับฟังจากรัฐสภา เรื่องให้ยุบสภาฯ จะมีคำถามว่าสภาผิดอะไร จะต้องมีความขัดแย้งขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มี ส่วนให้นายกฯ ลาออกต้องมาดูวิธีได้มา ซึ่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ต้องได้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา เหลือมีสิทธิออกเสียงได้ 732 คน กึ่งหนึ่งคือ 336 เสียง ใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป ต้องมีเสียงสนับสนุน 366 เสียง ถึงให้ ส.ว.งดออกเสียงไม่ลงมติ ต้องไปหาคะแนนมาให้ได้ 366 เสียง ต้องให้พรรคพลังประชารัฐไปรวมกับพรรคฝ่ายค้านตกลงกันให้ได้เพื่อเสนอคนเป็นนายกฯ ขึ้นมา แต่ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้รับเสียงสนับสนุน ไม่ให้ลาออก นายกฯ เปรยกับรองนายกฯ บางคนว่าควรสอบถามประชาชนหรือไม่ มีวิธีทำประชามติแต่ข้อกฎหมายเขียนว่าประชามติจะถามเรื่องบุคคลไม่ได้ ถ้ามีวิธีแยบคายตั้งคำถาม ก็มีโอกาสเป็นไปได้ นายกฯ จะประสานประธานสภาในโอกาสต่อไป “เอ๋” ขู่พวกอยู่หลังม็อบไม่มีแผ่นดินอยู่เมื่อเวลา 18.47 น. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า ตามที่ มีข้อเสนอของม็อบเยาวชน คือ ให้นายกฯลาออก ยุบสภาฯและปฏิรูปสถาบันเป็นแค่ความต้องการคนส่วนน้อย เป็นไปไม่ได้ ผู้อยู่เบื้องหลังความแตกแยกใช้สื่อโซเชียลปลุกปั่น ขอเสนอรัฐบาลจัดสถานที่ให้เยาวชนมาแสดงออกเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อน หันมาพูดคุยกับรัฐบาล ขอเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองที่อยู่เบื้องหลังหยุดส่งเสริม หยุดการกระทำที่มิบังควร เพราะเวลาใกล้จะหมดแล้ว และอาจต้องจบด้วยการ ไม่มีแผ่นดินอยู่ชง พ.ร.ก.ประชามติเฉพาะกิจ 20 ธ.ค.ต่อมาเวลา 19.00 น. พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว.อภิปรายว่า ขอเสนอทางออกแก้ปัญหาความขัดแย้ง ด้วยการทำประชามติ แต่ไม่ให้รัฐบาลตั้งคำถามให้ ประธานรัฐสภาใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วย ตัวแทนรัฐบาล ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ว. ตัวแทนนักเรียน นักศึกษา อดีตประธานศาลฎีกา อดีตประธานศาลปกครอง ตัวแทนองค์กรอิสระ ไปร่วมกันตั้งคำถามประชามติอย่างน้อย 3 ข้อ ในประเด็น ขัดแย้ง ส่งให้รัฐบาลไปทำประชามติ และยังมีหน้าที่ทำกฎหมายประชามติกรณีเร่งด่วน ให้เสนอ พ.ร.ก.ประชามติใช้เฉพาะครั้งนี้ จะไปรอร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ผ่านสภาปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าคงไม่ทัน ให้ทำประชามติวันที่ 20 ธ.ค.63 วันเดียวกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ ลบคำสบประมาทว่าเวที รัฐสภาเป็นเวทีปาหี่หาทางออกไม่ได้“ชลน่าน” เห็นสัญญาณรับร่าง รธน.ช่วงค่ำเวลา 19.30 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การปฏิรูปสถาบัน เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รักสถาบัน อยากเห็นสิ่งที่ตนรักอยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่ใช่เปลี่ยนโครงสร้างหรือล้มล้าง เหตุการณ์ขบวนเสด็จต้องสอบข้อเท็จจริง นายกฯต้องรับผิดชอบ และต้องสอบข้อเท็จจริงการสลายชุมนุมใช้มาตรการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่าง มี แนวโน้มอาจรับมาตรา 272 หรือ 256 หรือมาตราเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขอแค่จริงใจ ร่างไอลอว์หากรอได้อยากให้นำมาพิจารณาพร้อมกับร่างอื่น บ้านเมืองไปไม่ได้ทางเลือกดีที่สุดคือนายกฯลาออก แม้จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมเลือกนายกฯมาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 แต่หากเลือกนายกฯในบัญชีไม่ได้ เรายินดีสนับสนุนให้เลือกคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ไม่ได้หมายถึงคนนอกสภาฯ แต่ต้องเป็น ส.ส.ในสภาฯ หลังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายจนถึงเวลา 20.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สั่งปิดประชุม นัดประชุมต่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ต.ค.ศปปส.ค้านปฏิรูปสถาบันพร้อมพลีชีพส่วนบริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อเวลา 08.00 น. กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และภาคีเครือข่ายหลายกลุ่มรวมตัวอยู่บนฟุตปาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมรถฉีดน้ำสลายม็อบ รถคุมขัง ผู้ต้องหาของ บช.น.อย่างละ 1 คัน จอดสแตนด์บายที่ถนนทหาร ทางเข้ารัฐสภา ฝั่งท่าเรือเกียกกาย ต่อมาเวลา 09.15 น. นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ยื่นหนังสือคัดค้านการยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะ กมธ.ปฏิรูป สถาบันพระมหากษัตริย์ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า ไม่ควรนำเรื่องสถาบันมากดดันในรัฐสภา พระองค์ไม่สามารถแก้ต่างได้ กองทัพประชาชนปกป้องสถาบันไม่นิยมความรุนแรง แต่ทุกคนพร้อมสละชีพเพื่อปกป้องสถาบันฯ ทราบว่านายปิยบุตร แสงกนกกุลและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อม ส.ส.ในเครือข่าย พยายามผลักดันให้ปฏิรูปสถาบัน จะรวบรวมหลักฐานคณาจารย์เบื้องหลังตีไข่ ใส่สีและใส่ข้อมูลเลวร้ายเรื่องสถาบันในรั้วมหาวิทยาลัย องค์การศึกษา มีรายชื่อแล้วกว่าพันรายชื่อ จะดำเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบวินัยข้าราชการและที่เกี่ยวข้อง ถ้าสภาหาทางออกไม่ได้ คงไม่สามารถห้ามใครได้ ความเดือดเนื้อร้อนใจอาจปะทุเหมือนท่อก๊าซระเบิดจะน่ากลัว เราจะเดินทางกลับและนัดรวมตัวใหม่แสดงพลังวันที่ 5 ธ.ค.จัดให้เบิ้มๆฮือตะโกนด่าใส่ ส.ส.ก้าวไกลหลังยื่นหนังสือเสร็จผู้ชุมนุมได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับ ระหว่างผู้ชุมนุมกำลังทยอยเดินทางกลับ ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐพงษ์ เรือง-ปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. เดินมาสังเกตการณ์ทำให้มีผู้ชุมนุมบางส่วนตรงเข้าไปกล่าวโจมตีว่า “หนักแผ่นดิน” และ “จาบจ้วงพระมหากษัตริย์” กลุ่ม ส.ส.ก้าวไกลไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว และยิ้มให้กลุ่มผู้ชุมนุมจนการ์ดผู้ชุมนุมต้องมาล้อม ส.ส.ไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้ จากนั้นนางอมรัตน์กล่าวว่า มาสังเกตการณ์ ทราบจากข่าวว่า กทม.นำรถสุขามาบริการถึง 6 คัน จึงมาดูความจริง มวลชนตะโกนไล่ไม่รู้สึกอะไรคาดเดาได้อยู่แล้ว ม็อบป้องปาดหน้าชิงยื่นชี้แจงก่อนเมื่อเวลา 14.00 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา พร้อมนายพิชิต ไชยมงคล นำมวลชนกลุ่มประชาชนคนไทย ชุมนุมที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ถนนสาทรใต้ ยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทยเกี่ยวกับสถาบันฯต่อรัฐบาลเยอรมนีให้นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อยเมื่อมีคนใส่เสื้อเหลืองรายหนึ่งที่อยู่ๆชู 3 นิ้วต่อหน้ามวลชน จนกระทบกระทั่งปะทะคารมกัน แต่ตำรวจระงับเหตุไว้ได้ นายพิชิต กล่าวว่า เอกอัครราชทูตเยอรมนีรับปากว่าจะนำหนังสือส่งต่อให้รัฐบาลเยอรมนี เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งกรณี ส.ส.เยอรมันอภิปรายในสภาพาดพิงสถาบัน ทั้งนี้มีกำลังตำรวจสันติบาล สน.ทุ่งมหาเมฆและ ตชด.รวม 6 กองร้อย มาดูแลหน้าสถานทูตฯเยอรมันแถลงเคารพสิทธิชุมนุมวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ส่งแถลงการณ์ถึงกระทรวงต่างประเทศ ใจความว่า สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ขอแสดงความชื่นชมและรู้สึกเป็นเกียรติที่กระทรวงต่างประเทศให้ความสนใจเกี่ยวกับแผนการชุมนุมบริเวณหน้าสถานทูตในวันที่ 26 ต.ค. ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ เคารพสิทธิการชุมนุมโดยสันติของประชาชนชาวไทย พร้อม เรียกร้องกระทรวงต่างประเทศของไทย ถึงความ รับผิดชอบคุ้มครองสถานทูตตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตรา 22 และขณะเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมรับฟังข้อความจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่จัดกิจกรรมอย่างสงบเรียบร้อยม็อบราษฎรยกพลไปสถานทูตเยอรมนีด้านกลุ่มม็อบราษฎรที่ประกาศนัดเดินขบวนไปสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือถึงสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อเวลา 15.30 น.ที่หน้าศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ติดถนนพระราม 4 มวลชนราษฎร นำโดยกลุ่มแนวร่วม ธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทยอยรวมตัวกันมีแกนนำสำคัญ อาทิ นายณัฐชนน ไพโรจน์ เลขาธิการสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยและนายชลธิศ โชติสวัสดิ์ พร้อมมวลชนเสื้อแดงเข้าจับจองพื้นที่เป็นกลุ่มแรก แกนนำประกาศผ่านสื่อโซเชียลทุกแพลตฟอร์มให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมงดแสดงสัญลักษณ์ท่าทางสื่อถึงนาซี ให้ระวังข่าวลวงจากผู้ไม่หวังดีให้แตกตื่น ต่อมานายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้า กลุ่มมวลชนอาสานำทีมการ์ดมวลชนอาสา ลงพื้นที่รักษาความปลอดภัย ประสานเคลียร์เส้นทางเคลื่อนขบวน มีมวลชนเสื้อแดงนำรถกระบะติดเครื่องเสียงเป็นเวทีปราศรัยมาสนับสนุน จากนั้นเริ่มปิดถนนพญาไทฝั่งขาออก หน้าศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งขบวนมวลชนบนถนน กางป้ายไวนิลขนาดใหญ่หน้าขบวนข้อความว่า “หยุดก่อนรอหน่อย” แจ้งให้ มวลชนตั้งแถวรอสัญญาณแกนนำการ์ดหนุ่มสาวคล้องแขนเคลื่อนขบวนต่อมา 17.00 น. รถกระจายเสียงคนเสื้อแดงเคลื่อนมาจอดกลางสี่แยกสามย่าน มีไก่ บิ๊กแมน หรือนายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ นายอาเล็ก โชติร่ม- พฤกษ์ ศิลปินเสื้อแดง เป็นผู้ปราศรัย ต่อมา พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน นำประกาศเจ้าพนักงานการชุมนุมมาแจ้งให้ทราบว่าเป็นการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ได้แจ้งเจ้าพนักงานก่อน ขอให้ยุติชุมนุมภายในเวลา 17.30 น. ไม่ให้ปิดถนน มวลชนส่งเสียงโห่ร้องด่าทอว่า “ขี้ข้าเผด็จการ” จากนั้น 18.00 น. ม็อบราษฎรตั้งขบวนบริเวณถนนพระราม 4 ขาเข้าหน้าวัดหัวลำโพง รอเจ้าหน้าที่เคลียร์เส้นทางจราจรแล้วเริ่มเคลื่อนขบวนไปบนถนนพระราม 4 มุ่งหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ถนนสาทรเหนือ มีมวลชนอาสาเป็นนักเรียน นักศึกษาหนุ่มสาวเดินคล้องแขนเป็นแนวหน้า ผ่านแยกอังรีดูนังต์ เมื่อผ่านแยกศาลาแดง มีคนทำงานออฟฟิศ หลายร้อยคนยืนรออยู่บริเวณสวนลุมพินีเข้าร่วมขบวนด้วย บางส่วนชู 3 นิ้วพร้อมปรบมือให้กำลังใจอ่านแถลงการณ์ขอให้ตรวจสอบเวลา 19.00 น. ขบวนมวลชนม็อบราษฎรได้เคลื่อนมาถึงหน้าสถานทูตเยอรมนี มีมวลชนจำนวน มากนั่งรอสมทบอยู่ จนมวลชนแน่นเต็มพื้นที่ถนนสาทรทั้งสองฝั่ง โดยแกนนำได้เข้าเคลียร์พื้นที่ด้านหน้าสถานทูต เตรียมใช้พื้นที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่ติดกองทัพสื่อมวลชนที่ปักหลักเฝ้ารอบันทึกภาพทำข่าวอยู่ต้องใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ จากนั้นผู้ชุมนุมนำป้ายไวนิลขนาดใหญ่มีข้อความว่าปฏิรูปสถาบันฯกางขึ้นหน้าสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังตั้งแถวยืนปิดหน้าประตูสถานทูต โดยเจ้าหน้าที่สถานทูต ให้ส่งตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม 3 คนเข้าไปยื่นหนังสือขอให้ทางเยอรมนีตรวจสอบ เวลา 19.40 น. แกนนำได้แจกเอกสารแถลงการณ์ให้มวลชนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเนื้อหาเป็นการขอให้เยอรมนีมีการตรวจสอบ ตามที่มีสถานการณ์การเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้องของม็อบราษฎร จากนั้น 19.50 น.มวลชนทั้งหมดร่วมอ่านแถลงการณ์ฉบับภาษาไทย จากนั้นแกนนำม็อบซึ่งเป็นนักศึกษาได้อ่านแถลงการณ์ทั้งภาษาอังกฤษและเยอรมนีแจ้งทูตพร้อมส่งต่อ รบ.-รัฐสภาเยอรมันต่อมาเวลา 20.20 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร บางส่วนต่างจับจองพื้นที่กลางแยกวิทยุ มีการทำกิจกรรม เล่นดนตรี ร้องเพลง ขีดเขียนข้อความลงบนถนน และฟังคำปราศรัยของแกนนำ หลังจากเคลื่อนขบวนมาจากแยกสามย่าน จุดหมายที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือและแสดงจุดยืนเจตนาในการชุมนุมครั้งนี้ จากนั้นม็อบราษฎรเริ่มเปิดปราศรัยหน้าสถานทูตเยอรมัน โดยนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ยืนยันย้ำว่าทางกลุ่มไม่มีเจตนาล้มสถาบันตามที่ถูกกล่าวหากระทั่งเวลา 20.30 น. หลังจาก 3 แกนนำคนสำคัญ ได้แก่ ไผ่ ดาวดิน นายจตุภัทร์ บุญภัทร-รักษา น้องมายด์ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และนายวรินท์ แพทริคแม็คเบลนได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมีประจำประเทศไทย น.ส.ภัสราวลี ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมแจ้งให้ผู้ชุมนุมว่า สักครู่ได้เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อสถานทูตเยอรมันเป็นที่เรียบร้อย เอกอัครราชทูตเยอรนีประจำประเทศไทย รับปากจะส่งหนังสือให้รัฐบาลและรัฐสภาเยอรมัน จากนั้นเวลา 21.00 น. ได้ประกาศยุติการชุมนุมให้มวลชนเดินทางกลับบ้าน เตรียมฟังประกาศนัดหมายครั้งต่อไป“จ่านิว” โผล่ม็อบราษฎรเชียงรายส่วนความเคลื่อนไหวกลุ่มราษฎร คู่ขนานในต่างจังหวัด เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานรำวงสวนตุงและโคมนครเชียงราย นักศึกษาแนวร่วมกลุ่มราษฎรเชียงราย รวมตัวกันเคารพธงชาติ ชู 3 นิ้ว หลังจากนั้นได้เปิดการโฟนอินกันแบบสดๆ กับตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาคดี 112 ที่ลี้ภัยอยู่นิวซีแลนด์ จากนั้นนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่วนที่ลานสาวโห่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม กลุ่มนิสิตร่วมแสดงจุดยืนเรียกร้องประชาธิปไตย ติด#กำแพงแสนจะไม่ทน เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์คือภาษีของประชาชนสธ.อุดรฯนำใส่เหลืองป้องสถาบันสำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ในต่างจังหวัดส่วนใหญ่เป็นมวลชนจากข้าราชการส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน้าสำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นำเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ บุคลากร และพนักงานใส่เสื้อเหลืองทำกิจกรรม “แสดงพลังความ จงรักภักดี ปกป้องสถาบัน” นำกล่าวถวายสัตย์ฯ จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วน จ.อุบลราชธานี ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เมืองอุบลราชธานี นำแนวร่วมจัดกิจกรรมแสดงความ จงรักภักดี จ.บึงกาฬ จ.ร้อยเอ็ด จ.สระแก้ว จ.ราชบุรี จ.ตราด และ จ.อ่างทอง รวมตัวทำกิจกรรมลักษณะเดียวกันคนหาดใหญ่–ฝรั่งเกาะพะงันโชว์พลังเวลา 16.00 น. ที่ลานจัตุรัส หน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา มีพลังมวลชนทั้งไทยพุทธ มุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง ถือธงชาติ พระบรมฉายาลักษณ์ จัดกิจกรรมรวมพลคนรักสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ร่วมกันร้องเพลงล้นเกล้าเผ่าไทย เพลงรูปที่มีทุกบ้าน เพลงที่สุดในโลก เพลงรักกันไว้เถิด เพลงขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป และเพลงรักพ่อ...ไม่มีวันพอเพียง รวม 6 เพลง จ.สุราษฎร์ธานี นายประสพ ทวยเจริญ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เกาะพะงัน นำมวลชนเสื้อเหลืองเดินแสดงพลังในพื้นที่ตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร มีครอบครัวชาวต่างชาติที่มาปักหลักอยู่บนเกาะพะงันร่วมด้วย จ.กระบี่ จัดกิจกรรมรูปแบบ เดียวกันที่ลานประติมากรรมปูดำ เทศบาลเมืองกระบี่ จ.นครศรีธรรมราช ชาว อ.หัวไทร ใส่เสื้อเหลืองเดินขบวนรอบเขตเทศบาลตำบลหัวไทร ส่วน จ.ยะลา รวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการ อ.บันนังสตา ที่สนามกีฬาหน้าที่ว่าการ อ.กาบัง และที่สนามฟุตบอล อ.กรงปินัง“บิณฑ์” ปัดไม่คิดตบเด็กชู 3 นิ้วจากกรณี “ท็อป-ไทด์” นายบิณฑ์และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ระบุรับไม่ได้กับข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน อยากตบคนที่วิจารณ์สถาบันนั้น เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีความคิดตบเด็กชู 3 นิ้ว แต่สิ่งที่พูดหมายถึง คนที่ชูนิ้วกลางใส่ขบวนเสด็จ แบบนั้นจะตบจริงๆ เรื่องชู 3 นิ้วไม่ซีเรียสเพราะเด็กเรียกร้องประชาธิปไตยอนาคตของเขา เรื่องนี้ไม่ขอยุ่งไม่ว่าม็อบไหนๆ เวทีเดียวที่จะยุ่งคือพระมหากษัตริย์เท่านั้น สิ่งที่ไม่สบายใจคือ องค์กรร่วมกตัญญูโทร.มาขอร้องอย่าไปยุ่งเรื่องนี้ ระหว่างนั้นนายบิณฑ์ น้ำตาคลอร้องไห้ออกมาทันที พร้อมกล่าวว่า ทำงานกับร่วมกตัญญูมา 34 ปีทั้งชีวิต ตอนนี้มีคนมาบอกเสียดายทุกบาทที่ช่วยมา ตนว่าไม่จริงคนที่ล้มล้างสถาบันไม่มีทางมาช่วยแน่นอน คนที่ช่วยมีแต่ชาวบ้านอย่ามาอ้างจากนี้ไม่ต้องมาช่วย เพื่อความสบายใจจะลาออกจากมูลนิธิตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะได้ไม่ต้องกังวลทำให้คนมาว่ามูลนิธิได้ จากนั้นนายบิณฑ์ถอดเสื้อของมูลนิธิออกเหลือแต่เสื้อสีเหลือง ก่อนถามว่า ทำไมม็อบต้องไปสถานทูตเยอรมนี ตอนนี้พูดในฐานะนายบิณฑ์จากนี้จะสู้เพื่อสถาบันเต็มที่อาจารย์ มธ.ส่งตำราให้รุ้ง–เพนกวินเมื่อเวลา 10.00 น.ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)พร้อมอาจารย์และนักศึกษา มธ.เข้าเยี่ยม น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิร– วัฒนกุล และนายพริษฐ์หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายประจักษ์อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษา ประชาชนที่ถูกคุมขัง ว่า คณาจารย์ มธ.ห่วงใยต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักศึกษาและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น.ส.ปนัสยาและนายพริษฐ์ นักศึกษา มธ.ขอเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อนักศึกษาที่อยู่ในเรือนจำอย่างเป็นธรรมและดูแลสวัสดิภาพอย่างดี ขอให้พวกเขาเข้าถึงหนังสือ ตำราเรียนและคำบรรยายที่เพื่อนและอาจารย์ส่งให้ 2.ขอให้ศาลพิจารณาให้นักศึกษาประกันตัว เนื่องจากต้องเข้าเรียน นำเสนองานและสอบให้ครบ ทั้ง น.ส.ปนัสยาและนายพริษฐ์ มีโรคประจำตัว เพนกวินป่วยเป็นโรคหืดหอบ รุ้งเป็นโรคไมเกรน หากถูกกักขังในเรือนจำแออัด อาการอาจกำเริบจนอันตราย และ 3.ขอให้สังคมเคารพการแสดงออกของนักศึกษา หยุดสร้างวาทกรรมเกลียดชังหรือยุยงปลุกปั่นด้วยข้อมูลเท็จ โดยเรือนจำแจ้งว่าทั้งคู่อยู่ระหว่างกักตัวโควิด 14 วัน จึงรับของฝากและหนังสือนำไปให้แทนศาลยกคำร้องไม่ปล่อยเพนกวิน–ไมค์–รุ้งช่วงเที่ยง ที่ศาลอาญา ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 3 ผู้ต้องหา แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มคณะราษฎร 2563 ในคดีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร นัดชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.เเบ่งเป็น 3 สำนวนประกอบด้วย สำนวนนายไมค์ ภาณุพงศ์ 2 สำนวน กรณีการชุมนุมข้อหายุยงปลุกปั่นกับข้อหาอื่นๆและสำนวนปักหมุดคณะราษฎร 2563 บนพื้นสนามหลวง ตามข้อหาผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ กับอีกสำนวนของนายพริษฐ์และ น.ส.ปนัสยา จากการชุมนุมวันเดียวกัน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมยกคำร้องทั้ง 3 สำนวน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 3 ระหว่างฝากขัง ต่อมาทนายความขอยื่นอีกครั้ง ศาลอาญายังไม่อนุญาตปล่อยตัว มีการอุทธรณ์คำสั่งยังศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ไม่ให้ปล่อยชั่วคราวทั้งสามก่อนมายื่นขอปล่อยชั่วคราวใหม่วันที่ 26 ต.ค.63“สมศักดิ์” ปัดเข้าเรือนจำกล่อมยุติชุมนุมเมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แถลงกรณีมีภาพพูดคุยแกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร 63 ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่า คงไม่ถึงขนาดว่าเจรจาให้ยุติชุมนุม ไปตรวจดูว่ามีอะไรซ่อมแซมหรือไม่ ถือโอกาสตรวจเยี่ยม มีโอกาสสอบถามสารทุกข์สุกดิบของแกนนำทั้ง 3 คน คือรุ้ง เพนกวินและนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยองได้รับการร้องขอกึ่งเล่าให้ฟังว่าอยากได้หนังสือห่วงเรื่องสอบ จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ประสานมหาวิทยาลัยให้ส่งหนังสือมาให้ ทุกคนปลอดภัยดี อยู่เรือนจำ 8 คน ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ 5 คน เรือนจำกลางบางขวาง 1 คน ทัณฑสถานหญิงกลาง 1 คน เรือนจำกลางเชียงใหม่อีก 1 คน“ตัน-หมอลำแบงก์” วืดประกันที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์คำร้องขอปล่อยชั่วคราว คดีนายสุรนาถ หรือตัน แป้น-ประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) และนักเคลื่อนไหวสิทธิเด็กและเยาวชน ผู้ต้องหายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวนเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้าย ต่อเสรีภาพพระราชินี ตาม ป.อาญามาตรา 110 วรรคสองและข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ศาลพิจารณาแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจชอบแล้วให้ยกคำร้อง อีกรายศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายปติวัฒน์ หรือหมอลำแบงก์ สาหร่ายแย้ม ผู้ปราศรัยกลุ่มคณะราษฎร 2563 คดีชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่ มธ.ท่าพระจันทร์และสนามหลวง“อานนท์” พ้นเรือนจำ ตร.รวบฟันอีกคดีที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและยุยงปลุกปั่น ภายหลังทีมทนายความของนายอานนท์ ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมวางหลักทรัพย์ 2 แสนบาท ศาลพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทันทีที่เจ้าหน้าที่เรือนจำปล่อยนายอานนท์ออกมา ตำรวจ สน.ชนะสงครามเข้าจับกุมนายอานนท์ตามหมายจับนำตัวขึ้นรถตู้ไปดำเนินคดีอีกคดี กกต.เชือด ธนาธร-15 กก.บห.กู้ 191 ล.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุม กกต.มีมติให้สำนักงาน กกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคต-ใหม่ เนื่องจากกระทำผิดมาตรา 66 ประกอบมาตรา 72 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาทจากนายธนาธร การดำเนินคดีกับธนาธรจะเป็นความผิดฐานบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาทตามที่มาตรา 66 วรรคหนึ่งของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง มีโทษตามมาตรา 124 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ขณะที่อดีตกรรมการบริหารจะถูกดำเนินคดีฐานกระทำผิดมาตรา 66 วรรคสองและมาตรา 72 ประกอบมาตรา 137 รับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปีและรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด อันรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีโทษตามมาตรา 125 และมาตรา 126 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท