ผมตั้งใจอ่านหลายเรื่อง ในหนังสือ “สวนทางนิพพาน” (เสฐียรพงษ์ วรรณปก สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2557) ไปเรื่อยๆ เจอประโยค “ยิ่งแก้ยิ่งยุ่งเหมือนลิงแก้ปัญหา” ก็คิดว่า น่าจะใช้ “ลิงแก้แห” ถึงใจกว่าอ่านต่อไป ก็ต้องหันมาตบหน้าตัวเอง ปัญญาระดับเด็กวัด เสือกไปสู่รู้กับปัญญาระดับราชบัณฑิตที่อาจารย์เสฐียรพงษ์ เขียนคำ “ปัญหา” เพราะเรื่องยุ่งๆของลิง ไม่ได้มีแค่เรื่องให้แก้อย่างเดียวเรื่องยุ่งๆแบบลิง อาจารย์ใช้คำว่า ขอเล่าเป็นนิทาน สักห้าเรื่อง แสดงว่ามีมากกว่าเรื่องที่ 1 ลิงทอดแห เล่ากันว่า ลิงมันเห็นคนทอดแหได้ปลากินทุกวัน มันก็อยากทำตามบ้าง มันจึงไปเอาแหมาคลี่ๆ แล้วก็โยน...หมายจะให้แหลงไปในน้ำแต่เหวี่ยงอีท่าไหนไม่รู้ แหไปพันเอา มันก็ตกน้ำตูม ดิ้นตายในน้ำเรื่องที่ 2 ลิงติดตัง ลิงเห็นคนเอาตังไปวางไว้ดักสัตว์ (ไม่ต้องการดักลิงดอกครับ) ด้วยความเป็นลิงมือมันอยู่ไม่สุข เอามือข้างหนึ่งไปจับ มือก็ติดตัง แกะไม่ออกเท้าซ้ายติดอีก เอาเท้าขวาถีบ เท้าขวาก็ติดอีก เหลือแต่ปาก จึงเอาปากกัด ปากเจ้ากรรมก็ติดอีกคราวนี้ก็ยุ่งใหญ่ กลิ้งหลุนๆไปเหมือนลูกบอลถูกนักฟุตบอลดาวซัลโวเตะเรื่องที่ 3 ลิงล้วงมะพร้าว ลิงเห็นคนเฉาะมะพร้าวอ่อนขาย มันอยากกินบ้าง เจ้าของเผลอมันก็แอบขโมย วิ่งขึ้นต้นไม้เอามือล้วงเนื้อมะพร้าวเต็มกำมือ แล้วก็เอามือออกไม่ได้มันจึงสลัดมือเร่าๆ สลัดยังไงก็ไม่หลุดเรื่องที่ 4 ลิงอัณฑะแตก ภาษาบ้านนอกเขาว่า ลิงหำแตก ช่างไม้เลื่อยไม้ยังไม่เสร็จ เอาลิ่มตอกไว้กะว่าวันรุ่งขึ้นจะมาเลื่อยต่อ ลิงซนก็ไปดึงลิ่มออก ตอนกำลังดึง “หำ”ของมันหย่อนลงตรงกลางพอดีไม้สองซีกก็ดีดเข้าหากัน หนีบหำแตก แล้วมันจะเหลืออะไรเรื่องที่ 5 ลิงรดน้ำต้นไม้ เจ้าของลิงจะไม่อยู่บ้านหลายวัน จึงสั่งหัวหน้าลิงให้พาบริวารรดน้ำต้นไม้ แต่หัวหน้าลิงทำเกินสั่ง พอรดน้ำที่ต้นทุกต้นแล้ว ก็สั่งบริวารลิงถอนต้น เพื่อดูว่ารากจะชุ่มน้ำมากน้อยสองสัปดาห์เจ้าของกลับมา ลมแทบจับเพราะต้นไม้ตายเกลี้ยงสวน“นิทานก็คือนิทาน” อาจารย์เสฐียรพงษ์ ว่า “อ่านให้สนุกเฉยๆก็ย่อมได้ แต่จะอ่านเอาคติธรรม ก็ย่อมได้เหมือนกัน การแก้ปัญหาแบบลิง ไม่แค่ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง บางเรื่องถึงขั้นตัวตาย อยู่เฉยๆ ยังจะดีกว่าลิงมันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน จะแก้ปัญหาจะต้องทำอย่างไร พูดให้เข้าหลักวิชาก็ว่า ลิงไม่รู้การแก้ปัญหาแบบอริยสัจอริยสัจ คือหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้รู้ว่า สภาพปัญหาคืออะไรสาเหตุของปัญหาอยู่ที่ไหน อะไรบ้างปัญหานี้มีทางแก้ไหม ถ้ามี มีกี่วิธี และวิธีไหน ดีที่สุด”อาจารย์เสฐียรพงษ์สรุปว่า กระบวนการแก้ปัญหาแบบอริยสัจ ปัญญาเป็นองค์ธรรมที่สำคัญที่สุด การกระทำ (กรรม) และความต่อเนื่องของการกระทำ (วิริยะ) เป็นส่วนประกอบทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นบ้านเมืองของเรา มีปัญหาม็อบเสื้อดำ ก็มีความพยายามเกณฑ์ม็อบเสื้อเหลือง เข้าสู้ ผลที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ก็คือสงคราม ฆ่ากันไปแก้แค้นกันไปไม่จบไม่สิ้นนี่แหละครับ การแก้ปัญหาแบบไม่ใช้ปัญญา แก้แบบลิง ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง.กิเลน ประลองเชิง