พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ยกเลิกสัญญาหน่วยบริการใน กทม. และมีผู้ได้รับผลกระทบ 2 ล้านคน และได้ร่วมมือกับ กทม.ในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยนั้น ขณะนี้ กทม.ได้รับขึ้นทะเบียนผู้ใช้สิทธิกับศูนย์บริการสาธารณสุขเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนคน ขณะที่ผู้ที่สิทธิว่างก็สามารถเดินทางไปรับบริการที่ศูนย์บริการสาธารณสุขได้ทุกแห่งโดยข้อมูลขณะนี้มีผู้มารับบริการในศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่งเพิ่มขึ้นกว่า 20-50% ซึ่ง กทม.ได้เตรียมเพิ่มแพทย์ เพิ่มสถานที่ เวชภัณฑ์ต่างๆ และขยายระยะเวลาการบริการ เพื่อรองรับช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านนี้ ตลอดจนให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ลงพื้นที่ทำความเข้าใจว่าสิทธิว่างคือสิทธิพิเศษ ไม่ต้องกังวลว่าสิทธิของตนจะหายไป ส่วนในระยะต่อไป ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.จะจัดบริการในลักษณะเป็นเครือข่ายทำงานร่วมกับหน่วยบริการปฐมภูมิ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ โดยยึดหลักใกล้บ้านใกล้ใจ อยู่ใกล้ที่ไหนไปรับบริการที่นั่น อีกทั้งเน้นการพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำสำหรับดูแลโรคที่ไม่ซับซ้อน.