คนแก่รุ่นผมกำลังรู้สึกว่า หาพระสงฆ์ที่จะเข้าไปกราบไหว้ได้สนิทใจน้อยลง เข้าวัดไหนไม่เจอพระที่หาเงินเข้าวัดด้วยการขาย “ไอ้ไข่” ก็เจอพระที่เป็นเจ้าพิธีบูชาผีที่ไม่มีจริงอย่างราหู นึกถึงเรื่องเล่า ปีสองปีนี่เอง นพ.บรรลุ ศิริพานิช กับคณะไปกราบสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ก็ท่านอาจารย์พระมหาประยุทธ์ (ปยุตโต) นิมนต์ท่านเป็นผู้สูงอายุแห่งชาติตอนจะกลับ กราบลาแล้ว สมเด็จฯท่านบอก “รอเดี๋ยว” แล้วก็เดินไปหยิบกล่องพลาสติกเล็กๆมายื่นให้“พระอาจารย์รุ่นนี้ยังมีพระเครื่องของขลังแจกอีกหรือ?”คนระดับหมอบรรลุ ที่มองโลกขั้นบรรลุ คือได้ดวงตาเห็นธรรม เข้าใจโลกตามความเป็นจริง หลุดจากความงมงายเหลวไหล อุทานเหมือนนินทาในใจแต่เมื่อเปิดกล่องเจอแฟลชไดรฟ์ บรรจุเนื้อหาพระธรรม...หมอบรรลุจึงรู้ สมเด็จฯประยุทธ์ท่านทันสมัยก้าวไปกับโลกโซเชียล... ประสกสีกายุคใหม่ มีทางเลือกฟังธรรมอีกทางหนึ่งไม่กี่วันมานี่มีข่าวสมเด็จฯประยุทธ์ แสดงเจตนาไม่จารึกแผ่นทอง (โลหะ) ที่มีคนมาขอไปผสมในพระพุทธรูป นี่ก็แสดงว่าท่านรู้เท่าทัน ความเป็นไปของคนที่กำลังเห่อสร้างพระพุทธรูป ที่เชื่อกันว่าเป็นงานบุญใหญ่การสร้างพระพุทธรูปมีพิธีกรรมหลายขั้นตอน หล่อสำเร็จเป็นองค์ ก็ยังต้องมีพิธีเบิกพระเนตรจึงจะเป็นองค์พระสมบูรณ์ ที่ไม่ค่อยรู้กัน คือสัดส่วนโลหะที่ผสม...ถ้าทุนทรัพย์มาก พระจะดูขลังมาก ก็ต้องผสมทองคำมากโลหะที่จะนำไปใช้ผสมจะต้องผ่านครูบาอาจารย์ ที่อาคมขลังจารคาถาผมว่าสมเด็จฯเข้าใจ เป็นความเชื่อของชาวบ้าน ท่านไม่ขัดศรัทธา ท่านสนองความเชื่อที่มาจากเจตนาที่ดีการยอมรับจารคาถาลงแผ่นทองหล่อพระ อย่างน้อยศิษย์ที่ฟังแต่ธรรมะของท่านก็ได้ความรู้ใหม่ สมเด็จฯท่านก็ร่ำเรียนวิชา สืบทอดจากครูบาอาจารย์เก่า ซึ่งที่จริงก็คือรหัสธรรมข้อสำคัญท่านไม่รับจารคาถาในแผ่นทอง ก็เมื่อท่านรู้ว่า ผู้ที่มาขอจงใจนำไปโฆษณาใช้ชื่อท่านไปในเชิงการค้า ต่างจากเจตนาของท่าน ที่อยากให้กราบไหว้พระพุทธรูป เพราะรำลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าจริงๆตอนผมสวดมนต์ ท่อนสังฆานุสสติ สุปฏิปัณโณ ภควโต สาวกสังโฆ อุชุปฏิปัณโณ ภควโต สาวกสังโฆ ที่แปลว่า พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติดี และพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติตรงผมนึกถึงพระสงฆ์สองท่าน สมเด็จพระญาณสังวรฯ วัดบวรฯ และหลวงพ่อพระมหาประยุทธ์ นี่คือพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ธรรมะที่ท่านสอนบริสุทธิ์ สว่างใส เข้าถึงแล้วดับทุกข์ได้จริงในหนังสือพุทธธรรม ผมเปิดอ่านถึง บทที่มีชายคนหนึ่ง ดักรอหน้าวัดเชตุวัน รอพระพุทธเจ้า จะออกบิณฑบาตตอนรุ่งเช้า ถามว่า “สมณะโคดม เราอยากรู้ว่า เกิดมาแล้วอยู่อย่างไรจึงจะไม่มีทุกข์”คำถามสั้นๆ แต่มีความหมายยืดยาวยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าปฏิเสธสองครั้ง ทรงตอบหลังคำขอครั้งที่สาม“ดูก่อนธนิยะ เพียงเธอเห็น แล้วสักแต่ว่าเห็น เพียงเธอได้ยิน แล้วสักแต่ว่าได้ยิน เพียงเธอดมกลิ่นแล้วสักแต่ว่าดมกลิ่น เพียงลิ้มรส และเธอสักแต่ว่าลิ้มรส เพียงเธอสัมผัสแล้วสักแต่ว่าสัมผัสเธอไม่ยินดีไม่ยินร้าย ใจเธอไม่หวั่นไหว ยามถูกสรรเสริญหรือถูกนินทาเมื่อใด...เธอก็จะหมดทุกข์เมื่อนั้นคำสอนสั้นๆบทนี้ เรื่องในพระบาลีมีว่า ธนิยะบรรลุอรหันต์ เป็นฆราวาสที่สำเร็จอรหันต์ก่อนบวช น่าเสียดายที่ธนิยะมีชะตากรรมเหมือนกามนิต ในเรื่องวาสิฏฐี ระหว่างสาละวนหาของที่จะบวช เขาถูกวัวบ้าขวิดตายคำสอนอมตะ สอนใจให้ตั้งมั่นในความไม่ยินดียินร้าย...ผมเอามาใช้กับนักการเมือง ก็รู้ทันทีความสงบที่หายไปได้คืนมา เมื่อเข้าใจว่า ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เอาเข้าจริงแล้วพึ่งพาไม่ได้เลย.กิเลน ประลองเชิง