นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก แห่งเวียดนาม ในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียน ประกาศผ่านออนไลน์เตรียมเปิดประชุมประจำปีสมาชิกประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ร่วมกับชาติพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินเดีย และกลุ่มชาติสมาชิกเวทีประชุมด้านความมั่นคงในภูมิภาค 27 ประเทศ มุ่งหารือกันถึงสถานการณ์ในภูมิภาค ไล่ตั้งแต่ปัญหาการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส “โควิด-19” ทั่วโลก ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกระหว่างสหรัฐฯกับจีน ปัญหาการค้าและความมั่นคงบริเวณทะเลจีนใต้ ล้วนถือเป็นปัญหาสำคัญและท้าทายส่งผลกระทบต่ออาเซียนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านสันติภาพและความมั่นคงการประชุมหารือกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ผู้ร่วมหารือจะใช้การสื่อสารรูปแบบทางไกล โดยก่อนหน้านี้ นายเรตโน มาซูดี รมว. ต่างประเทศอินโดนีเซีย แสดงทัศนะเตือนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างขั้วมหาอำนาจสหรัฐฯกับจีน ซึ่งทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆและต่างพยายามแข่งสร้างอิทธิพลในภูมิภาคอาเซียน สถานการณ์เช่นนี้อาเซียนไม่ต้องการเลือกข้างสนับสนุนฝ่ายใด แม้ว่าทั้งสหรัฐฯกับจีนต่างก็พยายามแสดงศักยภาพในภูมิภาคโดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งดินแดนพิพาททะเลจีนใต้ทั้งนี้ สหรัฐฯพยายามแสดงออกถึงการต่อต้านจีนอย่างชัดเจน รวมถึงเรื่องการค้า เทคโนโลยีและความมั่นคงทางทะเล โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หวังใช้การเคลื่อนไหวนี้เพื่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 3 พ.ย.นี้ โดยรัฐบาลสหรัฐฯพยายามกล่าวหาจีนรังแกชาติเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนด้วยการส่งเรือเข้าใกล้ชายฝั่งของหลายประเทศ ทั้งยังซ้อมรบและอวดเทคโนโลยีทางทหาร ซึ่งจีนอ้างว่าดำเนินการอย่างชอบธรรมตามกฎหมายขณะเดียวกัน สหรัฐฯก็พยายามเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ส.ค.ด้วยการส่งเรือรบเข้าพื้นที่ทะเลจีนใต้ เพิ่มความกดดันทางทหารในพื้นที่ช่องแคบไต้หวัน รวมถึงส่งเครื่องบินสอดแนมเฝ้าติดตามภารกิจซ้อมรบของจีน ทำให้ชาติอาเซียนต้องเจรจากับจีนต่อปัญหาพิพาททะเลจีนใต้ ทั้งต้องเจรจากับสหรัฐฯให้ยับยั้งความพยายามเคลื่อนไหวทางทหารในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางภัยระบาดของโควิด-19.