ในการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันแห่งชาติ (อาร์เอ็นซี) แบบทางไกลเสมือนจริงจากเมืองชาร์ลอต รัฐนอร์ทแคโรไลนา เพื่อรับรองนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายไมค์ เพนซ์ ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีอีกสมัย ในวันที่ 3 เมื่อคืน 26 ส.ค. ภายใต้ธีม “ดินแดนแห่งวีรบุรุษ” นายเพนซ์กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางวิดีโอจากเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ โจมตีนายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับทรัมป์ใน 3 พ.ย.นี้อย่างเผ็ดร้อน โดยเตือนว่าถ้าไบเดนได้เป็นผู้นำ ความรุนแรงจะแผ่ขยายไปทั่วประเทศเพนซ์กล่าวว่า ความจริงที่น่าหนักใจก็คือถ้าไบเดนเป็นผู้นำ ชาวอเมริกันจะไม่ปลอดภัย การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องเลือกระหว่างระเบียบและกฎหมายกับความไร้ขื่อแป เขายังโจมตีไบเดนที่เคยชี้ว่ามีความลำเอียงอย่างโจ่งแจ้งต่อชนกลุ่มน้อยและการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบในสหรัฐฯ สุนทรพจน์ของนายเพนซ์มีขึ้นขณะที่การประท้วงรุนแรงในเมืองเคโนชา รัฐวิสคอนซิน ปะทุเป็นคืนที่ 3 หลังตำรวจผิวขาวยิงนายจาคอบ เบลค ชายผิวดำวัย 29 ปี จนร่างกายท่อนล่างเป็นอัมพาต ซ้ำเติมการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดคอนายจอร์จ ฟลอยด์ จนเสียชีวิตที่รัฐมินเนโซตาเมื่อ 3 เดือนก่อน เพนซ์ยังชี้ว่าไบเดนไร้ฝีมือเรื่องเศรษฐกิจ และเปรียบเปรยว่าเขาไม่ต่างจาก “ม้าไม้แห่งเมืองทรอยต์” ของฝ่ายซ้ายจัด จะนำประเทศสู่ระบบสังคมนิยมและตกต่ำด้านทรัมป์เรียกร้องขณะให้สัมภาษณ์สื่อ “วอชิงตัน เอ็กแซมมิเนอร์” ให้มีการตรวจหายาเสพติดในร่างกายของตนกับนายไบเดนก่อนการขึ้นเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์ เพราะสงสัยว่าไบเดนอาจใช้สารเสพติดระหว่างการขึ้นเวทีดีเบตครั้งสุดท้ายกับนายเบอร์นี แซนเดอร์ส สว.รัฐเวอร์มอนต์ ระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเมื่อเดือน ม.ค. โดยทรัมป์ชี้ว่าไบเดนซึ่งเป็นคนไร้ประสิทธิภาพกลับมีผลงานดีเบตดีผิดหูผิดตา อาจเพราะใช้ยาเสพติด แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อสงสัยนี้ เพียงกล่าวว่าตนรู้เรื่องนี้ดี ก่อนหน้านี้ ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2559 ทรัมป์ก็เคยกล่าวหานางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งว่าใช้ยาเสพติดก่อนขึ้นเวทีดีเบตเช่นกันทรัมป์และไบเดนมีกำหนดขึ้นเวทีดีเบตนัดแรกใน 29 ก.ย. ครั้งที่ 2 และ 3 ใน 15 ต.ค.และ 22 ต.ค.นี้ ขณะที่ “เบตแฟร์ เอ็กซ์เชนจ์” บริษัทรับแทงพนันออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยอัตราต่อรองว่าไบเดนมีโอกาสชนะทรัมป์ในอัตรา 54% ต่อ 45% อย่างไรก็ตาม เมื่อ 26 ส.ค.2559 ก่อนการเลือกตั้งครั้งก่อน นางคลินตันก็มีอัตราต่อรองเหนือกว่าทรัมป์มากถึง 77% ต่อ 21% แต่ทรัมป์กลับเป็นผู้ชนะในที่สุด.