“บิ๊กตู่” หน้าเครียดหลังเจอขับรถประกบบีบแตรไล่ ยกระดับมาตรการ รปภ.เข้มสูงสุด โชว์วิสัยทัศน์การศึกษาไทยฯ กระตุกสำนึกเด็กรับผิดชอบต่อชาติ ลั่นยังเป็นนายกฯอยู่ต้องสงบ โทษม็อบทำคนค้าขายไม่ได้ แก้ รธน.ให้ไปตาม ขั้นตอน “ณัฏฐพล” อาสาเป็นตัวแทนเจรจากับ นศ. อว.พร้อมร่วมมือเปิดเวทีรับฟัง นร.มัธยมหลายจังหวัดทั่วประเทศ ติดโบขาว-ชู 3 นิ้วต้านรัฐบาลเผด็จการ เด็กหาดใหญ่นับร้อยชูจุดยืน ตร.แห่เก็บหลักฐานรายงานนาย อ.เทคนิคร้อยเอ็ด แจ้งจับ นศ. กลุ่มปลดแอกโต้เกาเหลา มธ.ปอเนาะคลองขุดชูรักสถาบัน บช.น.ยื่นศาลถอนประกันตัว 3 แกนนำ พท.ซัด “ลุงตู่” ตีสองหน้า ฝ่ายค้านยื่นญัตติแก้ไข รธน. ก้าวไกลสงวนท่าโมเดล ส.ส.ร. “ชวน” สั่งเร่งบรรจุวาระใน 15 วัน “พรเพชร” ชี้โละ ส.ว.เป็นไปได้ยาก “คำนูณ” ยังกั๊กไม่ชี้ขาดหั่นอำนาจ ส.ว. “สมเจตน์” เย้ยฝ่ายค้านจอมโหนจากปรากฏการณ์กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนออกมารวมตัวชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลจำนวนมาก จนเต็มพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ล่าสุดยังเกิดปรากฏการณ์นักเรียนระดับชั้นมัธยมหลายจังหวัดทั่วประเทศ ชู 3 นิ้ว แสดงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ“บิ๊กตู่” หน้าเครียดเปิดงานศึกษาฯเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ห้อง Auditorium ชั้น 6 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ” (Thailand Education Eco-System) และการแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการศึกษาไทยโดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา ทันทีที่เข้ามายังห้องประชุม และไม่เห็นกลุ่มผู้สื่อข่าวเนื่องจากสถานที่ค่อนข้างคับแคบ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่มาเชิญนักข่าวเข้าไปฟังพร้อมประกาศว่า “ถ้าไม่เข้ามาฟังก็จะไม่พูดไม่ให้สัมภาษณ์ เรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของประเทศ” จากนั้นเริ่มแสดงวิสัยทัศน์ว่า คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมมือกันทำให้คนไทยมีความพร้อม เด็กๆมีร่างกายแข็งแรง จิตใจต้องแข็งแรงด้วย มีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อสังคม มีวินัย รักษาศีลธรรม เป็นคนดีของชาติมีหลักคิดที่ถูกต้อง และคงไม่ใช่เฉพาะเด็กๆ ผู้ใหญ่ก็ต้องปรับด้วย พัฒนาเด็กไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่คิดเป็น มีหลักการ ต้องรู้หลักปฏิบัติตั้งแต่เล็กว่ามีความลำบากแค่ไหน ยอมรับว่าวันนี้เลยคิดมาก คิดละเอียดยุบยิบทุกวัน ไม่ได้อยู่เฉยๆ ไม่ใช่มีหน้าที่แค่เป็นประธานเปิดและปิดงาน ต้องรับมือได้ทุกสถานการณ์ เพียงแต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น การเป็นเด็กที่ดีไม่ใช่เรียนดีอย่างเดียว ต้องมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ ต้องไม่ลืมอัตลักษณ์ของไทย ความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้อยู่กับตัวคนไทยทุกคนอย่าทำลายศักยภาพตัวเองพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เป็นนายกฯมา 5 ปี กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 6 รู้ดีว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากวันนี้เราบังคับใครไม่ได้ แต่เราสามารถทำให้เขาเข้าใจได้ รัฐบาลรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ แสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราต้องไม่ทำลายศักยภาพของเราเอง ไม่ทำลายประเทศให้เกิดความเสียหาย ยืนยันว่าจะทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่สุดชีวิตด้วยความรับผิดชอบ ทุกภาคส่วนมีความเกี่ยวข้องทั้งหมด ครู เด็ก ผู้ปกครอง สังคม สิ่งแวดล้อม ชุมชน โรงเรียน รวมถึงกระบวนการประชาธิปไตย สังคมเราต้องเกิดการประนีประนอมหาทางออกที่ถูกต้อง ลั่นยังเป็นนายกฯประเทศต้องสงบนายกฯกล่าวต่อว่า สื่อถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะสร้างการรับรู้ให้กับสังคม ถ้าเอาแต่แพร่ข่าวความขัดแย้งคนเขาก็ไม่อยากอ่านเหมือนกัน ตนบังคับใครไม่ได้ประเทศชาติไม่ใช่ของตน หรือของใคร แต่เป็นของคนทุกคน แผ่นดินผืนนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรจะทำอะไรก็ต้องดูพื้นฐานและบริบทของประเทศไทยด้วย ตราบใดที่ยังเป็นนายกฯจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แก้ไขปัญหาทุกอย่างให้มีความสงบ มีเสถียรภาพ สิ่งสำคัญที่สุดคือความกังวลที่ตนมีต่อเยาวชนของชาติเวลานี้ ต้องทำให้ตระหนักรักษา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีชีวิตอยู่ก็ทำความดีกันบ้าง อย่ามองอะไรไม่พ้นขากางเกงตัวเอง ไม่ใช่ตื่นขึ้นมามองแค่เท้าตัวเอง ต้องมองไปข้างหน้าว่าจะเหยียบอะไรหรือเปล่า รัฐบาลตนอยู่มา 5 ปีโดยไม่มีการทุจริต พูดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ลงไปคุยกับเด็กตอนนี้ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่หลายคนแสดงความเป็นห่วง เพราะลุกลามไปยังโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศที่ชู 3 นิ้วในโรงเรียน ว่า ต้องหาวิธีการบริหารจัดการให้ได้ตามที่เคยบอกว่าจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษาภายในเดือนนี้นั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เตรียมการไว้แล้ว เดี๋ยวต้องไปพูดคุยกัน แต่อย่าเพิ่งให้รัฐบาลและนายกฯลงไปโดยตรงตอนนี้ พูดจริงๆเขาจะเล่นงานนายกฯ ในส่วนของฝ่ายบริหารตอนนี้ให้ดำเนินการขับเคลื่อนแผนเศรษฐกิจจำนวนมากโทษม็อบทำคนค้าขายไม่ได้พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอถามคำเดียวว่าหากไม่มีรัฐบาลตอนนี้ หรือรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม จะสามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ เอาไว้ถึงเวลาก่อนได้หรือไม่แล้วค่อยทำตามที่ว่า ต้องขอให้ทุกคนช่วยกันไม่ให้ลุกลาม และต้องไปดูว่าใครอยู่เบื้องหลัง เห็นหรือไม่ว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า มีพรรคการเมืองเข้าไปสังเกตการณ์ พล.อ.ประยุทธ์รีบย้อนถามว่า “ใครนะ มีพรรคไหนบ้าง เอาให้แน่ ไม่กล้าพูดมันไม่ใช่ไปอยู่แบบนี้ มันก็ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ผมถามคนที่ได้รับผลกระทบคือใคร เด็กใช่ไหม นักศึกษาใช่ไหม แล้วธุรกิจร้านค้าแถวนั้นเขาว่าไง เขาเปิดร้านไม่ได้ทำยังไง เศรษฐกิจมันแย่อยู่แล้วก็แย่ไปอีกไหม ต้องนึกถึงคนอื่นเขาบ้างสิ จะทำอะไรก็ทำตามขั้นตอน ทางกฎหมายที่มีอยู่สิทธิเสรีภาพและหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติตัวตามกฎหมายทุกคนเป็นคนไทยไม่ใช่หรือ”แก้ รธน.ต้องไปตามขั้นตอนเมื่อถามว่ามีข้อเรียกร้องให้ยุบสภา และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ การแก้รัฐธรรมนูญก็มีกระบวนการ รวมถึงขั้นตอน ส.ว. และขั้นตอนตามกฎหมาย หากจะทำประชามติก็ต้องเร่งจัดทำกฎหมายการทำประชามติให้เรียบร้อยโดยเร็ว เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมตีกรอบเวลาข้อเรียกร้องต้องเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ นายกฯตอบว่า จะตีกรอบก็เรื่องของเขา ตนต้องพูดตามกฎหมายพูดอย่างอื่นไม่ได้ติดตามการชุมนุมทุกวัน เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าการออกมาชุมนุมจะซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “พูดแทนผมหน่อยสิ” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที “บิ๊กป้อม” ติงอย่าละเมิดคนอื่นที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอก ตอกย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อ และประกาศจะยกระดับการชุมนุมในเดือน ก.ย. ว่า ความคิดเห็นของผู้ชุมนุมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เป็นความคิดเห็นต่างที่ทำได้ แต่อย่าไปละเมิดสิทธิคนอื่น รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว แม้ว่าขณะนี้จะมี พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะมีข้อยกเว้นให้สามารถชุมนุมได้“ณัฏฐพล” ออกหน้าเจรจา นศ.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการกล่าวถึงกรณีมีเด็กนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ขณะเคารพธงชาติเมื่อช่วงเช้า และมีทวิตเตอร์ติดแฮชแท็ก “#โรงเรียนหน้าเขาไม่เอาเผด็จการ” ว่าเข้าใจและรับได้เรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่การแสดงออกต้องมีขอบเขต ต้องระมัดระวังไม่สร้างความแตกแยกหรือก่อให้เกิดปัญหาของสังคมในอนาคต ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำในขณะที่ประเทศต้องการความร่วมมือกัน อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพิจารณาอย่างเหมาะสม หากครูจะอธิบายให้เด็กๆฟังก็จะเป็นเรื่องดี รัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นต่างๆ และพร้อมหาทางออกร่วมกัน โดยตนพร้อมเป็นตัวแทนรัฐบาลพูดคุยกับนักเรียน นักศึกษา เมื่อถามว่าได้กำชับไปยังผู้อำนวยการ ครู หรือผู้ปกครองหรือไม่ นายณัฏฐพลตอบว่า สิ่งที่ปฏิบัติกันมาในอดีต การยืนตรงเคารพธงชาติเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เป็นสิ่งที่สวยงามที่อยากจะรักษาไว้ ไม่อยากให้การแสดงออกบางอย่างทำให้เกิดความแตกแยก อยากให้นักเรียนระมัดระวัง มั่นใจว่าครูและผู้บริหารเข้าใจ ในเรื่องละเอียดอ่อน การสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งไปหากเป็นการกระตุ้นไฟเข้าไปในกองเพลิง เราไม่อยากทำ คิดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้นำนักเรียน หรือนักศึกษา เข้าใจสถานการณ์ดีว่าประเทศต้องการอะไรอว.พร้อมร่วมมือเปิดเวทีรับฟังนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการจัดเวทีรับฟังเยาวชน นิสิต นักศึกษา ขณะนี้ถือว่าการชุมนุมได้ออกสู่สาธารณะแล้ว ไม่ได้อยู่เฉพาะในมหาวิทยาลัย จะพยายามหามาตรการดูแลนิสิต นักศึกษาให้มากที่สุด ส่วนตัวไม่มีข้อกังวลอะไรแต่อยากให้นักศึกษารับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเช่นกัน หน้าที่ของ อว.ไม่ได้ดูแลเฉพาะนักศึกษาที่ออกมาชุมนุมเท่านั้น การดูแลเด็กที่ออกมาเคลื่อนไหวก็ถือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย หรือเด็กที่สนใจกิจกรรมอื่น ก็ถือเป็นหน้าที่ของ อว.ในการดูแลเช่นเดียวกัน“หนู” ยกโควิดห่วงแพร่ระบาดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ฟัง รัฐบาลรับฟัง อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ชัดเจนรัฐบาลยอมอยู่แล้ว แต่เอาเหตุมาว่ากัน ส่วนข้อเรียกร้องให้ยุบสภาฯ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องยุบสภาฯอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ปฏิบัติมาเป็นประเพณี อีกเรื่องคือ รัฐบาลไม่เคยคุกคามประชาชน ใครจะไปกล้ามีแต่รับฟังประชาชน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลัวที่สุดคือซุปเปอร์สเปรดเดอร์ เหมือนสนามมวย ผับ บาร์ คิดว่าอาจมีการเข้าไปหารือกับทางผู้จัดการชุมนุม ในเรื่องให้บุคลากรสาธารณสุขเข้าไปร่วมคัดกรองไข้ผู้ร่วมชุมนุมด้วย ไม่อยากให้หวาดระแวงเพราะนี่เป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่เรื่องการเมือง “จุรินทร์” ย้ำแก้ รธน.คือทางออกที่สนามบินอุดรธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนมาแต่ต้น และยิ่งชัดขึ้นทุกวันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นทางออกประเทศ นอกจากจะเสนอให้แก้มาตรา 256 แล้ว ยังมีความเห็นว่าประเด็นใดที่นำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นเราพร้อมสนับสนุน ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ต้องเดินหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นที่ได้มอบหมายให้ตัวแทนพรรคนำไปหารือ นอกจากการแก้ไขมาตรา 256 ยังมีประเด็นอื่นอีก เช่น 1.ประเด็นการตั้ง ส.ส.ร. 2.สิทธิเสรีภาพของประชาชน 3.การกระจายอำนาจสู่การปกครองส่วนท้องถิ่น 4.ระบบการเลือกตั้งที่ควรยกเลิกระบบบัตรใบเดียว เพราะนำไปสู่ผลการเลือกตั้งที่เป็นเบี้ยหัวแตก แก้เป็นระบบบัตร 2 ใบแบบเดิม และ 5.ทบทวนบทเฉพาะกาล เป็นต้น คาดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะหาข้อสรุปได้โดยเร็วฝ่ายค้านยื่นญัตติแก้ไข รธน.วันเดียวกันเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ร่วมกันยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่มีตัวแทน ส.ส.พรรคก้าวไกลมาร่วมยื่นญัตติด้วย นายสมพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านได้ประชุมร่วมกัน และมีฉันทานุมัติว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินงานต่างๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องจำนวนมาก จึงเห็นว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และต้องตั้ง ส.ส.ร. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไปเชื่อมีอีกหลายญัตติจ่อคิวตามนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า แม้วันนี้จะไม่มีตัวแทน ส.ส.พรรคก้าวไกลมาร่วมยื่น แต่ ส.ส.พรรคก้าวไกลได้ร่วมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ต่ำกว่า 30 คน และได้ประชุมร่วมกันมาตลอด หลังจากนี้พรรคก้าวไกลอาจยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาประกบ โดยพรรคก้าวไกลจะแถลงเรื่องนี้เอง และอาจมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหลายร่างตามมา หากแนวทางร่างใดไม่สอดคล้อง พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมลงชื่อสนับสนุน ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประชามติของคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) นั้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของฝ่ายค้านที่จะยื่นตามมาภายหลังเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก้าวไกลสงวนท่าโมเดล ส.ส.ร.นายณัฐชา บุญไชยอินทร์สวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลยังไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอญัตติด่วนขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะยังมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องหมวดรัฐธรรมนูญ ที่ต้องแก้ไข โดยขอสงวนความเห็นในเนื้อหาสำคัญบางประการเกี่ยวกับ ส.ส.ร. แต่ยืนยันเจตนารมณ์ว่าพรรคยังผลักดันให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย ส.ส.ร. และยังจะเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. โดยยกเลิกมาตรา 269-272 ซึ่งนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล จะแถลงรายละเอียดในวันที่ 18 ส.ค.นี้“ชวน” สั่งเร่งบรรจุภายใน 15 วันนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับญัตติเสนอแก้รัฐธรรมนูญจากพรรคฝ่ายค้านว่า ตามระเบียบข้อบังคับต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบความถูกต้อง เพราะการแก้มาตรา 256 อยู่ในหมวดพิเศษ มีเงื่อนไขหลายข้อ เช่น ต้องใช้เสียง ส.ส.จำนวน 1 ใน 5 หรือ 98 คน เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วต้องบรรจุเป็นระเบียบวาระภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้เป็นต้นไป จะรีบตรวจสอบโดยเร็ว คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ทันสมัยประชุมสภานี้ เป็นการพิจารณาร่วมกันในที่ประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (2) แต่ละวาระมีขั้นตอนยากพอสมควร ส่วนการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะรอให้ กมธ.วิสามัญฯ ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน สรุปผลการศึกษาเสนอต่อสภาฯ คาดว่าน่าจะทันพิจารณาพร้อมญัตติฝ่ายค้าน สำหรับการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เห็นว่าภาพรวมและบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย “พรเพชร” ชี้โละ ส.ว.เป็นไปได้ยากที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเรียกร้องกลุ่มนักศึกษาให้ยุบ ส.ว.ภายในเดือน ก.ย. หากไม่ดำเนินการจะมีการยกระดับการชุมนุมว่า เป็นข้อเรียกร้องของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องไปพิจารณาและหารือกับ ส.ว.คนอื่น แต่ในแง่ขั้นตอนกฎหมายคงเป็นไปได้ยากที่จะทำให้เสร็จภายในเดือน ก.ย. ไม่น่าจะทัน ต้องทำความเข้าใจกลุ่มนักศึกษาว่าการคงอยู่ของ ส.ว. รวมทั้งการคงอยู่ของฝ่ายบริหาร เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คงต้องไปทำความเข้าใจกับนักศึกษา บางครั้งเราอาจเข้าใจผิดบ้าง เช่น บ้านมีครอบครัว มีคนใช้ เราอยากให้เขาไป บางครั้งก็ไล่เขาไปไม่ได้เหมือนกัน เขาก็มีสิทธิอะไรบางอย่าง การแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจประชาชน หากมาตราที่ไม่สำคัญมากก็แก้ในสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่หากเป็นเรื่องสำคัญต้องฟังเสียงประชาชนทั้งหมดด้วยการทำประชามติ และการแก้ไขในข้อสำคัญต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วย การแก้ไขเรื่องที่กระทบต่ออำนาจหน้าที่วุฒิสภา ไม่ใช่จะทำไม่ได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมายยังกั๊กไม่ชี้ขาดหั่นอำนาจ ส.ว.นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า ส.ว.ทุกคนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนก็ต้องรับฟัง แต่หากจะแก้รัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีเสียง ส.ว. 1 ใน 3 คือ 84 คน ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นมีแค่ 2 วิธี คือ รัฐประหารอีกครั้งเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ หรือเกิดการปฏิวัติประชาชน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้ง 2 ทางมีโอกาสนำไปสู่สงครามกลางเมือง จึงเห็นว่าควรใช้เวทีรัฐสภาเป็นที่แก้ปัญหา เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนพร้อมลงมติตามผลประโยชน์ประชาชนอย่างรอบคอบ และพร้อมติดตามอย่างใกล้ชิด หากมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ส.ว.ก็พร้อมนำมาศึกษาในวิปวุฒิสภาเพื่อตัดสินใจประกอบการลงมติ ความคืบหน้าเบื้องต้นจะอยู่ที่สัปดาห์นี้ ต้องดูว่าถ้ามีร่างแก้รัฐธรรมนูญจากฝ่ายค้านเข้ามา ครม.ต้องเสนอร่างมาประกบด้วย ส.ว.พร้อมให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ แม้จะเป็นเรื่องที่กระทบต่อสถานภาพ ส.ว. แต่เชื่อว่าทุกคนไม่ยึดติดจุดนี้ แต่จะให้ตอบชัดเจนขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่เห็นตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ“สมเจตน์” เย้ยฝ่ายค้านนักโหนพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. กล่าวว่าการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นการโหนกระแสกลุ่มนักศึกษา ใช้กระแสดังกล่าวกดดันฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ หากสังเกตจากประสบการณ์การแก้รัฐธรรมนูญจะถูกริเริ่มจากเสียงข้างมากในสภา แต่รอบนี้ฝ่ายค้านเป็นผู้ริเริ่มมองว่าเป็นเรื่องแปลก การแก้รัฐธรรมนูญควรเริ่มต้นจากการพูดคุยถึงเหตุผล เชื่อว่าญัตติของฝ่ายค้านมีอำพรางผลประโยชน์ตนเองไว้ ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนปลดแอกที่ต้องการให้โละ ส.ว.ทั้งหมดนั้น ดูแล้วเหตุผลที่ต้องการยกเลิก ส.ว. เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถเข้ามาเป็นนายกฯ ได้ใช่หรือไม่ จึงต้องการ ยกเลิกเพื่อให้ได้อำนาจบริหารประเทศใช่หรือไม่“เทพไท” รับจุดยืนม็อบปลดแอกนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ติดตามการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอก และรับฟังการปราศรัยเป็นระยะๆ พบว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย น่าชื่นชม ไม่มีการปราศรัยลักษณะจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยทุกคนคาดหวังไว้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมได้กลับมายืนยันข้อเสนอเดิม คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน 3.ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เป็นข้อเสนอที่น่าจะได้รับการ ตอบรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ส่วนการประกาศจุดยืนอีก 3 ข้อ คือ ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ และสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็ยังเป็นจุดยืนที่ยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งประชาชนทั่วไปน่าจะรับข้อเสนอทั้งหมดได้ อยากให้แกนนำผู้ชุมนุมควบคุมสถานการณ์การชุมนุม และเนื้อหาการปราศรัยบนเวทีชุมนุมให้เหมือนการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา เชื่อว่าจะนำข้อเรียกร้องไปสู่ประสบความสำเร็จได้กลุ่มปลดแอกโต้เกาเหลา มธ.ทางด้านความเคลื่อนไหวต่อเนื่องของกลุ่มเยาวชน-ประชาชนปลดแอก เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 17 ส.ค. นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด เลขาธิการเยาวชนปลดแอก หรือ FreeYOUTH เปิดเผยหลังผู้ชุมนุมร่วมเดินเท้าไปที่ สน.สำราญราษฎร์ ว่าไปสอบถามว่าผู้ต้องหา 30-31 คน ที่ตำรวจต้องการตัวมีหมายจับหรือไม่ ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้ไปมอบตัว แค่ต้องการไปถามว่าใครมีหมายจับอะไร แต่ตำรวจกลับไม่มีความชัดเจน เชื่อว่าหลังจากนี้ตำรวจคงใช้วิธีการเดิมคือการไปไล่จับนักศึกษา ซึ่งเราก็คงต้องรวมตัวกันไว้ จากนี้อยู่ที่รัฐบาลว่ามีความจริงใจแค่ไหนที่จะหยุดคุกคามประชาชน เราได้ขีดเส้นตายไว้ว่าถ้าภายในเดือน ก.ย.หาก ส.ว.ทั้ง 250 คนยังนั่งอยู่ในสภา โดยไม่มีการแก้ไขอะไร จะยกระดับการชุมนุมต่อไป การชุมนุมล่าสุดมีประชาชนมาร่วมจำนวนมากเกินคาด อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ามีประชาชนที่เห็นด้วยกับเรา คณะปลดแอกรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณมาก ท้ายที่สุดยืนยันว่าคณะปลดแอกไม่มีการขัดแย้งกับกลุ่มธรรมศาสตร์ตามที่มีผู้พยายามปลุกปั่น ต้องการให้คนมองว่าแตกแยกกันนร.ติดโบขาวต้านเผด็จการขณะที่นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเหตุนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 โรงเรียนศรีกระนวน จ.ขอนแก่น แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วต่อต้านเผด็จการในห้องเรียนแล้วแชร์ในโซเชียล ว่า ได้ทักทายทางเฟซบุ๊กส่วนตัวไป และน้องๆก็แจ้งมาว่าจะทำกิจกรรมชู 3 นิ้วและผูกโบสีขาวในวันนี้ ช่วงเช้ามีนักเรียนหลายคนผูกโบที่กระเป๋า และที่ข้อมือไปโรงเรียน เห็นตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 30 คน ยืนอยู่ที่ประตู จึงดึงโบออก เพราะกลัว แต่เมื่อถึงในห้องเรียนหลายคนก็ผูกโบและชู 3 นิ้วอย่างที่ตั้งใจไว้ และมีนักเรียน 3-4 คน ถูกตำรวจสั่งให้เอาโบออกและทิ้งไป ส่วนตัวมองว่าเป็นการกล้าแสดงออกที่ไม่เดือดร้อนใคร เพราะนักเรียนทำในรั้วโรงเรียน ผู้ใหญ่ไม่ควรกีดกัน ทั้งนี้ นายชัชวาลยังโพสต์กรณีดังกล่าวลงเฟซบุ๊กส่วนตัว จนมีผู้เข้ามาชมและกดไลค์กว่า 600 ครั้ง มีการแสดงความคิดเห็นและแชร์ในโซเชียล 200 กว่าครั้งตร.แห่เข้าเก็บหลักฐานส่งนายพ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีตำรวจเข้าไปใน ร.ร.ศรีกระนวน ว่า สืบเนื่องจากนายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง โพสต์ลงเฟซบุ๊กจึงประสานไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน เข้าตรวจสอบภายในเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบนักเรียนชายหญิง 3-4 คน ติดโบสีขาวที่กระเป๋า ตำรวจก็ถ่ายรูป ทำบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน ไม่ได้เรียกตรวจสอบ หรือควบคุมตัว หรือยึดโบแต่อย่างใด และไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวน้องนักเรียนเด็กหาดใหญ่นับร้อยชูจุดยืนที่ จ.สงขลา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ลุยบอย ไม่ใส่เสื้อ” โพสต์ภาพนักเรียนชายหญิง ร.ร.หาดใหญ่วิทยาลัย ร่วมกิจกรรม #โบขาวต้านเผด็จการ ภายในโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ร่วมแสดงจุดยืนทางการเมือง และต่อต้านเผด็จการ บริเวณหน้าเสาธงโรงเรียน มีนักเรียนประมาณ 100 คน ชู 3 นิ้วหลังร้องเพลงชาติจบ ก่อนแยกย้ายเข้าห้องเรียนตามปกติ โดยครูที่อยู่ในเหตุการณ์คนหนึ่งยอมรับเหตุเกิดขึ้นเมื่อตอนเช้า แต่ไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ และทางโรงเรียนก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ต้องรอให้ผู้อำนวยการกลับจากราชการก่อนอ.เทคนิคร้อยเอ็ดแจ้งจับ นศ.ที่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด อ.เมืองร้อยเอ็ด กลุ่มนักศึกษาชายหญิง 8 คน ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองถือกระดาษเปล่าขนาดเอ 4 พร้อมชู 3 นิ้ว ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 10 นาที โดย รปภ.ของวิทยาลัยพยายามเข้ามาห้ามไม่ให้ทำกิจกรรม โดยมีตำรวจนอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ และอาจารย์ยืนดูอยู่ห่างๆ หนึ่งในนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมกล่าวว่า เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ กระดาษขาวแสดงถึงประชาธิปไตยที่อยู่ภายใต้เผด็จการ พวกเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เราก็อยากแสดงความคิดเห็น อาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครองบอกว่าจะไปแจ้งความจับเรา มีอาจารย์มาถ่ายรูปเอาข้อมูลให้ตำรวจ และจะไปตามตัวถึงบ้าน นี่แหละคือการคุกคาม“บิ๊กตู่” เจอขับประกบบีบแตรไล่ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังมีปรากฏการณ์ชุมนุมของกลุ่มเยาวชน และประชาชน ขับไล่รัฐบาลลามไปทั่วประเทศ ล่าสุดตามโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ มีการชู 3 นิ้วขับไล่รัฐบาลเผด็จการในโรงเรียน ปรากฏว่าเช้าวันเดียวกันนี้ ก่อนเดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ออกจากบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) โดยรถเบนซ์กันกระสุน ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางขึ้นด่วนมาลงที่ด่วนยมราช ปรากฏว่ามีรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นเก่าสีเขียวอมฟ้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร คนขับเป็นชายวัยกลางคนขับมาคนเดียว พยายามขับประกบโดยเปิดไฟผ่าหมาก พร้อมบีบแตรไล่เป็นระยะ แสดงออกถึงการต่อต้าน แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะพยายามกันไม่ให้เข้าใกล้ขบวนของนายกฯก็ตาม แต่รถคันดังกล่าวยังพยายามขับตามมาจนถึงทางลงด่วนยมราช เจ้าหน้าที่จึงสกัดอีกครั้ง แต่ก็ยังขับตามไปจนถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณแยกพาณิชยการ และขับตรงเลยไปยังถนนราชดำเนินและหายไปในที่สุดเพิ่มมาตรการ รปภ.เข้มข้นสูงสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเพื่อตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร และมีวัตถุประสงค์อะไร ล่าสุดทางสันติบาลได้เช็กข้อมูลและทราบแล้วว่าผู้ขับเป็นใคร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกภายหลังเกิดการชุมนุมต่อต้านของกลุ่มนิสิตนักศึกษา ที่ พล.อ. ประยุทธ์เจอซึ่งหน้ากับคนที่ไม่เห็นด้วย และแสดงออกถึงการต่อต้านอย่างชัดเจนแบบนี้ ทำให้ทีมงานเพิ่มมาตรการความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยระดับสูง ระหว่างนายกฯไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน“ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ” ที่อาคาร ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีการตั้งจุดตรวจผู้เข้าในพื้นที่งานหลายจุด มีหน่วยอีโอดีตรวจวัตถุสิ่งแปลกปลอม และ ยังเพิ่มจำนวนทหารนอกเครื่องแบบประจำตัวนายกฯ และเดินตรวจตราบริเวณโดยรอบพื้นที่ตลอดเวลาปอเนาะคลองขุดรักสถาบันอีกด้าน ที่โรงเรียนพัฒนาการศึกษามูลนิธิ (ปอเนาะคลองขุด) ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล นางอุดมศรี จันทรัศมี ประธานชมรมคนรักในหลวง จ.สตูล นางรัตติยา มนูญดาหวี ผู้รับใบอนุญาตร.ร.ดังกล่าว พร้อมสมาชิกชมรมคนรักในหลวง จ.สตูล และนักเรียนกว่า 600 คน จัดกิจกรรมปกป้องสถาบัน โดยผูกผ้าพันคอสีเหลือง ชูป้ายปกป้องสถาบัน นางรัตติยาอ่านแถลงการณ์แสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งชาติ และจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการกับผู้จาบจ้วงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้ถึงที่สุดอย่าให้ต่างชาติมาแทรกแซงที่บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายมะลิ ทองคำเปลว ตัวแทนกลุ่มคณะอนุรักษ์นิยมแห่งชาติ เทิดราชบัลลังก์ พร้อมสมาชิก รวมตัวแสดงพลังปกป้องสถาบัน ชูป้าย “พระราชา พระราชินี เป็นธงชัย คณะอนุรักษ์นิยม เทิดไท้อย่างยอมพลี เพื่อธำรงไว้อย่างสูงสุด เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกย่ำยี เป็นหน้าที่ของคณะอนุรักษ์นิยม เข้าพิทักษ์ด้วยชีวิต” ยื่นหนังสือถึงผวจ.พิษณุโลก ผ่านไปยังผู้บริหารประเทศไม่ให้ต่างชาติเข้ามายั่วยุปลุกปั่น นำไปสู่สภาวะสงคราม บช.น.ยื่นศาลถอนประกันตัวที่ บช.น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงกรณีแกนนำประชาชนปลดแอกที่ได้รับการประกันตัวแต่ไปร่วมชุมนุมว่า หลังจากจับกุมนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ไปก่อนหน้านี้ ทั้งสองได้รับการประกันตัว ซึ่งศาลให้ประกันโดยมีเงื่อนไข แต่หลังจากได้ประกันตัวนายอานนท์ได้ไปชุมนุมที่ จ.เชียงใหม่ และ ม.ธรรมศาสตร์ ส่วนนายภาณุพงศ์ไปที่ ม.ธรรมศาสตร์ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ บช.น. เสนอต่อศาล อาญาแล้ว ศาลพิจารณาแล้วมีมูลจึงนัดไต่สวนวันที่ 3 ก.ย. ถ้าศาลพิจารณาว่าผิดเงื่อนไขก็จะถอนการประกัน ส่วนกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่ถูกจับและได้รับการประกันตัว ปรากฏอยู่ในที่ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อยู่ระหว่างตรวจสอบว่านายพริษฐ์มาทำอะไรบ้าง เข้าข่ายละเมิดเงื่อนไขศาลหรือไม่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจจับแกนนำวันศุกร์ยืนยันเป็นแค่เรื่องบังเอิญศอปส.จี้ ตร.จัดการ 3 แกนนำที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำศูนย์กลางประสานงานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.) พร้อมแนวร่วมเข้ายื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอให้พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องต่อศาลเพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วยนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก และขอให้ตำรวจเร่งเอาผิดดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายอื่น และผู้ร่วมสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดละเมิดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ มีพ.ต.อ.บรรจง วิสาสะ รอง ผบก.กองมาตรฐานวินัย เป็นผู้รับหนังสือ นายสุเมธกล่าวว่า ได้นำคลิปวิดีโอการปราศรัยของกลุ่มแกนนำม็อบปลดแอกและเอกสารมามอบให้ตำรวจซัด “ลุงตู่” อย่าทำเป็นตีสองหน้านายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ท่าทีรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ ต้องแสดงความจริงใจต่อการเปิดใจรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน อย่างตรงไปตรงมา อย่าทำตัวเหมือนตอนเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ข่มขู่ คุกคาม ลิดรอนสิทธิประชาชนผู้เห็นต่าง อย่าพยายามจัดม็อบชนม็อบทำให้เกิดการเผชิญหน้าในสังคม ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ถือเป็นข้อเรียกร้องที่รัฐบาลสามารถตอบสนองได้ทันที แต่หากตีสองหน้าย้อนแย้ง ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ พูดอย่างทำอย่าง ปัญหาไม่จบ วันนี้ม็อบลามลงไปถึงโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา กระจายไปทั่วประเทศ ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ นับวันปัญหาจะยิ่งลุกลามบานปลายจนแก้ไขได้ยาก“บิ๊กป้อม” ตั้งเป้าไทยขึ้นเทียร์ 1ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดย พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบผลการจัดระดับรายงานการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (ทิป รีพอร์ต) อยู่ในระดับ 2 (เทียร์ 2) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พล.อ.ประวิตร ได้กำชับสั่งการให้เร่งแก้ปัญหาจริงจังตั้งเป้าหมายขึ้นเทียร์ 1 ให้ได้ในปีหน้า ทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสามารถดำเนิน การกับแรงงานประมง ดูแลและระมัดระวังไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องค้ามนุษย์ได้หรือไม่ เพราะเป็นสหรัฐฯกังวลอยู่ ผิดต้องจับกุมและทำตามกฎหมายเต็มที่“อนุชา” สั่งเร่งสางคดีผู้บริโภคที่ห้องประชุมบริษัท ยูมี พลัส กรุ๊ป จำกัด อ.เมืองสมุทรสาคร นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา“ผู้บริโภค ฉลาดซื้อ ประหยัดใช้” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนรู้วิธีการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ รวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า และปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้า นำไปปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยนายอนุชากล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เช่น ซื้อสินค้าบริการผ่านออนไลน์ แต่ยังขาดความตระหนักในสิทธิหน้าที่ ถูกเอารัดเอาเปรียบ สั่งสินค้าโอนเงินแล้วไม่ได้รับสินค้า สินค้าชำรุดบกพร่องไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ บางกรณีถูกหลอกเป็นแชร์ลูกโซ่แอบแฝง เป็นต้น ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ความเป็นธรรม ไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบ กำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งสืบสวนข้อร้องเรียนต่างๆให้ได้ข้อเท็จจริงเร็วยิ่งขึ้นนายกฯนั่งหัวโต๊ะ ศบค.ศก.น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) หรือ “ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ” นัดแรกในวันที่ 19 ส.ค. มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดรวดเร็วมีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อนกับงานของกระทรวงและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ “พิชัย” บี้นายกฯไขก๊อกตัดปัญหานายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ทรุดหนัก ติดลบ 12.2% แนวโน้มไตรมาส 3-4 ยังย่ำแย่ต่อเนื่อง แต่รัฐบาลยังไม่มีทิศทางการแก้ไขที่ชัดเจน นักศึกษา นักเรียน ประชาชนต้องออกมาขับไล่ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจปรับ ครม.รื้อทีมที่บริหารกันมา 6 ปี เท่ากับยอมรับความล้มเหลว ไม่เพียงไม่สร้างความมั่นใจกลับสร้างความสับสนมากขึ้น และยังตั้ง ศบค.เศรษฐกิจ ตั้งนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่เพิ่งปฏิเสธร่วม ครม.เป็นประธานฯ ยิ่งสร้างความสับสนซ้ำซ้อนขึ้นไปอีก ดูเหมือนฉลาดแต่หากตั้งสติพิจารณาให้ดีสาเหตุทั้งหมดเกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อตัดตอนปัญหาไม่ให้ลุกลาม พล.อ.ประยุทธ์ ควรรีบลาออก ปัญหาต่างๆจะเบาบางลง ประเทศไทยจึงจะหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกันได้“เอนก” ตั้งก๊วน กปปส.ยึด อว.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 18 ส.ค. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะเสนอแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการการเมือง โดยมีเป็นอดีตแกนนำ กปปส. ประกอบด้วย นายสำราญ รอดเพชร เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี อว. นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร เป็นที่ปรึกษา รมว.อว. และตั้งนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นเลขานุการ รมว.อว.