สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง พระราชทานนามพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ค้นพบโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เมื่อปี 2549 ว่า มหาพรหมราชินี (Mitrephora sirikitiae Weersooriya, Chalermglin & R.M.K. Saunders)พบบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน ในระดับความสูงมากกว่า 1,100 ม. มีสภาพลมแรง และอากาศหนาวเย็นจัดในฤดูหนาว เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นเป็นพรรณไม้วงศ์กระดังงา สูงประมาณ 4-6 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-8 ซม. มีสีน้ำตาล กิ่งอ่อนจะมีขนอ่อนปกคลุมอยู่ ใบเป็นรูปหอก กว้าง 4-9 ซม. ยาว 11-19 ซม. เนื้อใบหนา ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน โคนใบ และปลายใบแหลมมีแขนงใบ 8-11 คู่ ดอก มีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 1-3 ดอก บานเต็มที่วัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม. ก้านดอกยาว 1.8-2.7 ซม. กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ รูปไข่กว้าง 2 ซม. ยาว 1.5 ซม. ส่วนกลีบดอกมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบดอกชั้นนอกเป็นรูปไข่ กว้าง 4.1-5.3 ซม. โคนกลีบบาน ปลายกลีบเรียวแหลมกลีบบางสีขาวมีลายเส้นเรียงตามความยาว ของใบกลีบดอกชั้นในกว้าง 3.6-4.1 ซม. ยาว 3.7-4.3 ซม. โคนกลีบสีเขียวอ่อน ปลายกลีบสีม่วงเข้ม กระดกงอขึ้นและประกบติดกันเป็นรูปกระเช้า ดอกออกตามกิ่งระแนง หน้าดอกคว่ำลงดิน ขนาดดอกใหญ่ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับดอกไม้ในสกุลมหาพรหม แต่ละดอกบานอยู่ได้ 3-5 วัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกบานเต็มต้นในช่วงเดือนพฤษภาคมผลเป็นกลุ่ม มีผลย่อย 10-15 ผล รูปทรง กระบอก เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2-2.4 ซม. ยาว 5.5-8 ซม. มีขนอ่อนปกคลุมหนาแน่น และผลแก่ในช่วงเดือนตุลาคม.