การขายและแปรรูปเป็นจุดอ่อนของเกษตรกรไทยมาโดยตลอด ทำให้ที่ผ่านมาเกษตรกรเสียโอกาสในเรื่องการพัฒนาสินค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่เกษตรกรประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาจากผู้ผลิตวัตถุดิบอย่างเดียวมาเป็นคนแปรรูปและขายจากเคยเหนือคู่แข่ง วันนี้กลายเป็นถูกไล่จี้ตามมาติดๆ โดยเฉพาะเวียดนาม จนแซงเราไปแล้วในบางเรื่อง เวทีหลักสูตร “The Guru ปันความรู้สู่ภูมิภาค” ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การเรียนรู้แบบอีเลิร์นนิง จากขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพแบรนด์ไทย “กรีนเดย์” ที่นำผักผลไม้ไทยผ่านเทคโนโลยีการอบแบบแช่แข็งและใช้การทอดสุญญากาศ (Vacuum frying)เขาทำยังไงถึงส่งออกไปได้กว่า 30 ประเทศทั่วโลก...เป็นอีกองค์ ความรู้ที่เกษตรกรน่าจะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับตัวเอง“คลุกคลีกับธุรกิจส่งออกมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวส่งออกสินค้าเครื่องปรุงอาหารไทย ขนมขบเคี้ยว ศาลเจ้า กระดาษเงินกระดาษทอง เข้าตลาดไชน่าทาวน์ทั่วโลกมาตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว จนเมื่อเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทางอาหาร จึงอยากใช้สิ่งที่เรียนมานำผักผลไม้ไทยมาต่อยอดธุรกิจเดิม เพราะมีเครือข่ายอยู่แล้ว ผ่านการลองผิดลองถูกมาไม่น้อย” กว่าจะก้าวขึ้นสู่ทำเนียบผู้ผลิตผักผลไม้อบกรอบระดับแนวหน้าของไทย ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด เจ้าของแบรนด์กรีนเดย์ บอกว่า นอกจากจะใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยแล้ว...การตั้งชื่อสินค้าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ห้ามมองข้ามชื่อสินค้าต้องจดจำง่าย สามารถสื่อสารให้เข้าใจในตัวสินค้า โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ยิ่งมีเสียงพ้องกับคำไทยที่จำง่ายเป็นมงคลยิ่งดี ยกตัวอย่าง “กรีนเดย์” ต่างชาติเข้าใจ สามารถสื่อสารได้ในตัวถึงสีเขียวของผักผลไม้ พ้องกับ “กินดี” ชื่อที่คนไทยจดจำง่ายลำดับถัดมาที่ต้องใส่ใจ...มองตลาดให้ขาด วางกลยุทธ์ให้เฉียบ “เพราะตอนเริ่มต้นธุรกิจบุกตลาดต่างประเทศช่วงแรก ไม่ได้สวยหรูอย่างที่วางไว้ เจออุปสรรคเรื่องคู่แข่งที่คาดไม่ถึงจากเวียดนาม ผลิตสินค้าคล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่า ทั้งค่าแรงและวัตถุดิบ แม้จะปรับลดราคาลงก็ยังสู้ไม่ได้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีคิด ไม่แข่งขันกันเรื่องราคา แต่มาสู้กันด้วยเรื่องกลุ่มเป้าหมาย ต้องเป็นสินค้าใหม่ และพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้ารักสุขภาพที่มีกำลังซื้อสูง สนองเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรงทั่วโลก พร้อมกับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์จากแบบเดิมๆมาเป็นซองสีขาวดูสะอาดตา และต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องกระทั่งทุกวันนี้ ส่วนช่องทางจัดจำหน่ายก็ต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด”เกษตรพันธสัญญา (Contact Farming) เป็นอีกเรื่องที่ ชัยรัตน์ ถือเป็นเคล็ดลับในการจัดการวัตถุดิบ สินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในการผลิต การบริหารจัดการจึงต้องแม่นยำ หากบริหารจัดการไม่ดี สต๊อกสินค้าไว้มาก จะเป็นภาระต้นทุน หากสินค้าไม่เพียงพอจะไม่สามารถผลิตป้อนตามคำสั่งซื้อได้จึงต้องวางแผนการจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ได้วัตถุดิบคุณภาพจากมือเกษตรกร ถือเป็นอีกหนทางอุดหนุนผลผลิตจากเกษตรกรไทยโดยตรง ให้ขายผลผลิตได้ในราคาเป็นธรรมไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง กลยุทธ์เจาะตลาดตรงเป้าทั้งในและต่างประเทศ...เป็นอีกจุดที่ต้องให้ความสำคัญ“เพราะในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ตลาดยังไม่รู้จักสินค้าของเรา การนำสินค้าเข้าไปวางในห้างสรรพสินค้า ร้านโมเดิร์นเทรด หรือร้านสะดวกซื้อ แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆมากมายนี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของผู้ประกอบการ SME”เจ้าของแบรนด์กรีนเดย์แนะนำให้หมั่นออกบูธ เพื่อโอกาสในการพบปะแลกเปลี่ยนกับคู่ค้าอื่นๆ แต่หากมีเงินทุนไม่มากนัก และคิดจะเจาะตลาดต่างประเทศให้ได้ผล แนะนำให้ใช้บริการ 1169 ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอข้อมูลลูกค้าในต่างประเทศ หรือติดต่อสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้ที่ nea.ditp.go.th หรือ www.facebook.com/nea.ditp กรวัฒน์ วีนิล