ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดูแลสตรีและเด็กแรกเกิดแบบบูรณาการด้วยวิถีชีวิตใหม่ ระหว่างสำนักงานปลัด สธ. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย กรมการแพทย์ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการดูแลสตรีและเด็กสอดคล้องทั้งระบบ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจคัดกรอง การยืนยันวินิจฉัย จนถึงกระบวนการติดตามส่งต่อเพื่อการรักษาตามมาตรฐานของประเทศ ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์ และสอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนขยายสิทธิ์จาก สปสช. เช่น การป้องกัน โดยการให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กอายุ 11-12 ปี การคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์ทุกราย ทุกสิทธิ์รมช.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สปสช.อยู่ระหว่างการพิจารณาขยายสิทธิ์ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น เช่น การตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ของทารกในครรภ์จากเลือดแม่ด้วยวิธี Noninvasive Prenatal Testing ซึ่งตรวจได้เร็วขึ้น 4 เท่าและมีแผนขยายการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิดแบบเพิ่มจำนวนโรค โดยการตรวจภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์สาเหตุโรคเอ๋อ การตรวจยืนยันและรักษาโรคหายากในกลุ่มโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม 40 โรคที่พบรายใหม่ 120 ราย/ปี ซึ่งจะช่วยให้เด็กไทยกว่า 1,670 คนต่อปี ลดความเสี่ยงต่อพัฒนาการช้าและสติปัญญาบกพร่องอีกด้วย รวมทั้งขณะนี้ได้พัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อ HPV DNA ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมีความไวและแม่นยำ ช่วยให้วินิจฉัยได้เร็วขึ้นลดอัตราการเสียชีวิต ในอนาคตถ้าผู้รับบริการสามารถเก็บตัวอย่างด้วยตนเองจากที่บ้านและส่งตัวอย่างทางไปรษณีย์ จะช่วยลดขั้นตอนการเดินทางไปโรงพยาบาล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุมดร.สาธิตกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สธ.ให้ความสำคัญต่อการดูแลหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมี 600,000 ราย/ปี ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด โดยมารดาจะได้รับการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย กลุ่มอาการดาวน์ ส่วนเด็กแรกเกิดจะได้รับการตรวจคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของพัฒนาการช้าและเชาว์ปัญญาบกพร่อง สำหรับมะเร็งปากมดลูก พบมากเป็นอันดับ 1 ในสตรีไทย มีอุบัติการณ์การเกิดโรค 23.4 คนต่อประชากรแสนราย จากนโยบายการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้เพิ่มความครอบคลุมทำให้อัตราป่วยลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง 11.7 คนต่อประชากร 1 แสนราย ปัจจุบันพบผู้ป่วยรายใหม่ 5,500 ราย และเสียชีวิต 2,200 รายต่อปี.