วันเสาร์สบายๆ ในยุคดิจิทัลดิสรัปชันวันนี้ ผมชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง “ภาษียุคดิจิทัล” กันสักวันนะครับ ช่วงสองปีที่ผ่านมา กรมสรรพากร ยุคอธิบดีหนุ่มไฟแรง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ได้ปรับเปลี่ยนระบบภาษีเป็นดิจิทัลไปหลายระบบ เดือนตุลาคมนี้จะเปลี่ยน “ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย” (Withholding Tax) ที่มีความซับซ้อนเป็นระบบดิจิทัล กดปุ๊บจ่ายปั๊บออกหนังสือรับรองให้เสร็จ ไม่ต้องคำนวณให้ยุ่งยากอีกต่อไป และยังจับมือกับ สตาร์ตอัพรุ่นใหม่ ทำโครงการ “ภาษีไทยถูกใจประชาชน” อีกด้วยดร.เอกนิติ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อย่างละเอียดใน วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนกรกฎาคม ใครอยากอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มก็ไปซื้ออ่านได้ครับดร.เอกนิติ บอกว่า ระบบการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ในปัจจุบัน และ การจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย มีความซับซ้อน เช่น การจ่ายเงินมีขั้นตอนการปฏิบัติหลายขั้นตอน ต้องยื่นแบบและนำส่งภาษีเป็นประจำทุกเดือน ไม่สะดวกแก่ผู้รับเงินที่จะนำภาษีที่ถูกหักไว้ไปเครดิตในการคำนวณภาษี ผู้จ่ายเงินและผู้รับเงินไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ เป็นต้นกรมสรรพากรจึงได้พัฒนาระบบ e–Withholding Tax ซึ่งเป็น วิธีการใหม่ในการนำส่งเงินภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 52 มาตร 70 มาตรา 70 ทวิ และภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร โดยให้นำส่งข้อมูลและภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านธนาคารผู้ให้บริการระบบ e–Withholding Tax แทนการยื่นแบบกระดาษ หรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต (e–Filing) ดังนี้1. ผู้จ่ายเงินสามารถให้ธนาคารนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนพร้อมกับการจ่ายเงินผ่านธนาคารไปยังผู้รับเงิน โดยผู้จ่ายเงินไม่ต้องยื่นแบบและไม่ต้องออกและจัดส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก ผู้จ่ายเงินจะได้รับใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์จากกรมสรรพากร การเก็บรักษาใบเสร็จรับเงินจึงสะดวกมากขึ้น และสามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายบนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร2. ผู้รับเงินไม่ต้องเก็บรักษาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ต้องยื่นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษี รวมทั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายบนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ทำให้สะดวกและมีต้นทุนลดลง3. กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางออนไลน์ ผู้เสียภาษีจึงได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น และไม่ต้องยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อกรมสรรพากรดร.เอกนิติ เปิดเผยว่า มีธนาคารเข้าร่วมกับกรมสรรพากรแล้วเกือบทุกธนาคาร คาดว่าจะเริ่มกับธนาคารขนาดใหญ่ก่อน จะเริ่มให้บริการ e-Withholding Tax กลุ่มแรกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยระบบจะสอดคล้องกับ การลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 2% สำหรับการจ่ายเงินผ่าน e-Withholding Tax ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564ถือเป็นการ Transformation ครั้งใหญ่ของกรมสรรพากรเลยทีเดียวดร.เอกนิติ ยังเปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ด้วยว่า กรมสรรพากรจะนำ “ระบบบล็อกเชน” มาใช้ “คืนภาษีนักท่องเที่ยว” เป็นประเทศแรกในโลกอีกด้วยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 2553-2562 มีนักท่องเที่ยวขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น 6 เท่า จาก 352,000 คน ในปี 2553 เป็น 2.6 ล้านคน ในปี 2562 มูลค่าการซื้อสินค้าก็เพิ่มขึ้นจาก 10,900 ล้านบาท เป็น 46,000 ล้านบาท กรมสรรพากรจึงร่วมกับ กรมศุลกากร สนง.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ธนาคารกรุงไทย เปิดตัวโครงการ Vat Refund For Tourists โดยนำระบบ Blockchain มาใช้คืนภาษีให้นักท่องเที่ยวผ่าน Mobile App เป็นประเทศแรกของโลกอีกไม่นาน คนไทย 68 ล้านคน และ ธุรกิจทุกบริษัท จะต้องเข้าสู่ ระบบภาษีดิจิทัล ทั้งหมด ใครมีเงินได้เท่าไหร่ ต้องเสียภาษีเท่าไหร่ กดปุ๊บรู้ปั๊บทันที หนีไม่ได้แน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”