สุพัฒนพงษ์ เสียบพลังงาน ปชป.ก่อหวอดบี้ปรับ รมต. ตั้ง กมธ.ลดกระแสม็อบ นศ.“ประยุทธ์” ออกปากพรรคการเมืองปัญหาเยอะแต่สู้ไหว โอดเจอดักหน้าดักหลังใครจะกล้าเข้ามา โอด 2 คนนอกยังไม่ยืนยันชัดเจน โผ ครม.บิ๊กตู่ 2/2 พลิกฝุ่นตลบ “ไพรินทร์” ถอนตัวผวาถูกลากไส้คดีเก่า เขย่าใหม่ “ปรีดี” นั่งรองนายกฯควบ รมว.คลัง “สุพัฒนพงษ์” รมว.พลังงาน “อนุชา” รมต.ประจำสำนักนายกฯ “สุชาติ” ได้เป็นจับกัง 1 สมใจ หลัง รปช.เป็นเด็กดียอมโยก “เอนก” ไปคุม อว. ส่วน “โฆษกบิ๊กอาย” ชวดตำแหน่ง รมต. ปชป.ปะทุ ส.ส.ก่อหวอดแอนตี้ กก.บห.บี้เปลี่ยนตัว รมต. มติสภาฯตั้ง กมธ.รับฟังนิสิตนักศึกษา พรรคฝ่ายค้านเมินไม่ร่วมซื้อเวลากระทุ้งนายกฯรับฟังเด็กๆเอง “โรม” ขู่นายกฯประชาชนกำลังมาชำระแค้น “พิธา” ซัด “บิ๊กตู่” ขวางความเจริญไล่หลีกทางไป “ปู” โวย ป.ป.ช.ขยันเร่งปิดคดีฝ่ายเดียว พ้อชีวิตโชคร้ายโหยหาความยุติธรรม “สมศักดิ์” คาใจ 12 ปีเพิ่งแจ้งข้อหา “เจ๊เป้า”โผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ประยุทธ์ 2/2 ฝุ่นตลบยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้อีก หลังจากมีกระแสคัดค้านทั้งชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตัวแทนสาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่แย่งชิงกันคุมกระทรวงพลังงาน ล่าสุดมีกระแสข่าวว่านายไพรินทร์ได้ขอถอนตัวออกไปแล้ว “บิ๊กป้อม” หน้าตึงย้อนสื่อรู้ได้ไงโผพลิกเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน โดยตอบคำถ ามสื่อมวลชนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ กรณีที่มีข่าวว่าโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ปรากฏออกมาไม่เป็นไปตามมติที่ประชุมของพรรค พปชร.เสนอ จะทำความเข้าใจกับแกนนำพรรคอย่างไรโดยย้อนว่า “รู้ได้อย่างไร” ผู้สื่อข่าวถามกรณีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา จัดแฟลชม็อบกระจายไปทั่วประเทศ ฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนเดินขึ้นห้องประชุมไปทันทียิ้มออกบอกโผ ครม.ไม่มีปัญหาต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการจัดโผ ครม.ลงตัวไม่มีปัญหาแล้วใช่หรือไม่ว่า “ไม่มี” เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ยอมคืนกระทรวงแรงงานให้พรรคพลังประชารัฐ สลับกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ดีอี) พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่าการพูดคุยกับนายสุเทพเรียบร้อยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้าปฏิเสธอีก เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร อารมณ์ดีแล้วใช่หรือไม่ รองนายกฯยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ดีๆ”นายกฯนั่งหัวโต๊ะถก หน.ส่วนราชการสำหรับความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 09.00 น. ทำเนียบรัฐบาล นายทาฮาโมอานา ไอเซอา คลูนี แมกเฟอร์ซัน เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมโอกาสเข้ารับตำแหน่ง จากนั้นเวลา 10.00 น. เดินทางไปที่กระทรวงการต่างประเทศและเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3/2563 และเป็นครั้งแรกที่กลับมาประชุม หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มดีขึ้น โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ทุกคนทำงานเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพยิ่ง ขอให้ข้าราชการทุกคนทั้งในและต่างประเทศทุกกระทรวง ทุ่มเท เสียสละ มีความอุตสาหะ จริงใจ มีทัศนคติที่ดี เพราะการทำงานช่วงต่อไปนี้แตกต่างจากช่วงรัฐบาลก่อนที่ผ่านมา ขอทุกคนช่วยกันเดินหน้าประเทศต่อไป แม้แต่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์สามารถเป็นไปได้ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องอัตลักษณ์ และความเหมาะสมของประเทศด้วยรับพรรคการเมืองปัญหาเยอะแต่สู้ไหวต่อมาเวลา 12.40 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับ ครม.หลังมีรายชื่อปรากฏหน้าหนังสือพิมพ์ว่า สื่อหนังสือพิมพ์เป็นคนปรับ ครม.เหรอเป็นเรื่องของท่านจะเสนอใครมาก็เสนอมา ขณะกำลังตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ ต้องหาคนเป็น มาจากที่ไหนอย่างไร ที่ไปที่มาอย่างไรแล้วตรวจสอบคุณสมบัติ ตอนนี้ต้องถามว่าเขารับหรือเปล่า ต้องทำให้เกิดความสมดุลทั้งสองอย่าง วันนี้ทุกคนรู้ว่าตนต้องดูทั้งการบริหารและการเมืองด้วย เรื่องพรรคการเมืองวันนี้ปัญหามีเยอะแต่ตนสู้ไหว เมื่อถามว่าสรุปแล้วปรับตำแหน่งที่ว่างลงเพียงเท่านั้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องปรับตำแหน่งที่ว่าง ตนปรับได้ต้องดูในภาพรวม เอาน่ะปรับมาหลายทีแล้ว เสร็จกลางเดือนหน้านี่แหละ เมื่อถามว่าจะเสร็จก่อนกลางเดือน ส.ค.ได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าเร็วกว่านี้คงไม่ได้ กั๊ก “ปรีดี–ไพรินทร์” ยังไม่คอนเฟิร์มเมื่อถามว่านายปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคมชัดเจนแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเขายังไม่ยืนยันชัดเจน ขอให้ทุกคนให้กำลังใจคนที่จะเข้ามาให้ร่วมมือกับรัฐบาล หากไปดักหน้าดักหลังใครจะกล้าเข้ามา ให้เขาเข้ามาพิสูจน์ฝีมือกันก่อน ใครเขาเข้ามาได้ ใครที่มีฝีมือให้เขาเข้ามาทำงาน 6 เดือนหรือ 1 ปี ได้หรือไม่ ถ้าไม่เดี๋ยวปรับใหม่ได้ ไม่ใช่ว่าจะปรับครั้งเดียวเสียเมื่อไหร่ไม่ตอบ “นฤมล” ได้นั่ง รมต.หรือไม่เมื่อถามถึงกระแสข่าวต่อสายหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ขอแลกกระทรวงแรงงานกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทำไมต้องอยากรู้ด้วยมันเป็นการบริหารของตน บางเรื่องมันพูดหรือคุยกันได้ การปรับ ครม.เมื่อประชาชนมอบความหวังไว้ที่ตนตนก็มอบความหวังทุกคนด้วยหวังจะได้ ครม.ที่ดีในวันหน้า ไม่ว่าจะเป็นใคร การทำงานทุกคนต้องกระตือรือร้น วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองอย่างเดียวที่ต้องแก้ปัญหา ต้องนึกถึงคนเป็นนายกฯด้วย การบริหารราชการยังมีเรื่องกฎหมาย การปรับกฎระเบียบและเรื่องอื่นๆอีกจำนวนมาก ถ้าเชื่อมั่นในตัวนายกฯขอให้เชื่อมั่นต่อไป จะทำให้ดีที่สุด แต่ถามว่าจะถูกใจทุกคนหรือไม่ที่นั่งตรงนี้คงไม่ได้ เมื่อถามว่าหลายคนอยากให้ชัดเจน นักการเมืองจะได้เลิกวิ่งเพื่อตำแหน่ง นายกฯย้อนถามว่า “วิ่งกับใคร ถ้าเป็นเรื่องของพรรคเป็นเรื่องภายในพรรคเขาเสนอมา รัฐบาลรับฟัง นายกฯต้องดูส่วนนี้ด้วย วันนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งต้องดูว่ากลไกเขาว่าอย่างไร ถ้าทุกคนคิดว่าเหมาะสมเข้ามาเป็นรัฐมนตรีพิสูจน์ฝีมือกันมาก็เท่านั้นเอง เมื่อถามว่าสรุปแล้วนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ (อ.แหม่ม) จะได้รัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามนี้ ขณะที่นางนฤมลที่เดินตามยืนอยู่ด้านหลัง พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้มๆจิบกาแฟชิล “อ.แหม่ม” นั่งแยกโต๊ะต่อมาเวลา 16.00 น. ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ ภายหลังเป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดหน้ากากอนามัยชู 2 นิ้วสัญลักษณ์สู้ๆ ส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าวก่อนเดินออกจากงาน จากนั้นแวะไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านอาหารในอาคารคิง เพาเวอร์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ อย่างอารมณ์ดี ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯและทีมงานแยกไปนั่งอีกโต๊ะว่าที่ รมต.ทยอยส่งเอกสารประวัติผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมารับแบบฟอร์มแสดงประวัติและแบบแสดงคุณสมบัติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเพื่อนำไปกรอกข้อมูล ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ค.แล้วทยอยมาส่งประวัติ ล่าสุดเวลา 10.50 น. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และ น.ส. จุฑาทัต เหล่าธรรมทัศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้นำประวัตินาย เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรค รปช. มายื่นให้สำนักเลขาธิการ ครม. รปช.ลั่นมืออาชีพไม่ทำให้นายกฯปวดหัวนายเขตรัฐกล่าวว่า มายื่นแบบแสดงประวัติและแบบแสดงคุณสมบัติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัย ส่วนจะเป็นกระทรวงใดให้อยู่ที่การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะพรรค รปช.เป็นพรรคของคนทำงาน เป็นมืออาชีพไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ที่จะทำให้นายกฯปวดหัวมากขึ้นเขย่าโผ “ปรีดี” รองนายกฯควบ รมว.คลังผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ว่าที่รัฐมนตรีตามโผทยอยให้ตัวแทนมาส่งเอกสารใบแสดงประวัติและแสดงคุณสมบัติที่สลค.เกือบครบแล้ว อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งสำคัญๆที่วางตัวคนนอกมาดำรงตำแหน่งมีปรับเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง โดยนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย จะมานั่งเป็นรองนายกฯควบ รมว.คลัง อีกตำแหน่งหนึ่ง“ไพรินทร์” ถอนตัว “สุพัฒนพงษ์” คุมพลังงานผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกระทรวงพลังงาน ที่มีชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคมและอดีตผู้บริหาร ปตท.จะมาเป็น ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. กลับมีชื่อนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจนายกฯและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC จะมานั่งเป็น รมว.พลังงาน เพราะนายไพรินทร์ ได้ขอถอนตัวไป ไม่ขอเข้าร่วม ครม.ทั้งในตำแหน่ง รมว.พลังงาน และรองนายกรัฐมนตรีเนื่องจากเกรงจะตกเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง จากกรณีที่มีคดีค้างอยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในสมัยเป็นผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) “นฤมล” หลุดโผไปไม่ถึงฝั่งฝันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนโควตาพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ส่ง 3 รายชื่อให้นายกฯคือ นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พรรค พปชร. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเหรัญญิกพรรค ในส่วนของนายอนุชาน่าจะนิ่งแล้วในตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนนายสุชาติ มีความเป็นไปได้สูงที่จะไปนั่งเป็น รมว.แรงงาน หลังนายกฯต่อสายตรงถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรค รปช. ขอแลกกระทรวงแรงงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยให้นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรคไปเป็น รมว.อว. ทั้งนี้ เป็นการปรับ ครม.ทดแทนตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลงครบถ้วนแล้ว ตามที่นายกฯระบุไว้ว่าจะปรับแทนตำแหน่งที่ว่างลงเท่านั้น คือ 6 ตำแหน่ง ทำให้นางนฤมลไม่ได้รับการพิจารณาในการปรับ ครม.ครั้งนี้ โดยมีรายงานว่า นางนฤมลยังไม่ได้กรอกแบบประวัติและคุณสมบัติปชป.ปะทุอีก ส.ส.ก่อหวอดบี้ปรับ รมต.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้มี ส.ส.พรรครวมกลุ่มเรียกร้องให้ผู้บริหารพรรคปรับเปลี่ยน ครม.ภายในพรรค เพราะเห็นว่าการประเมินผลงานตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรครับปากไว้เมื่อการประชุม ส.ส.ที่เกาะเสม็ด จ.ระยองล่าช้าต้องใช้เวลา 1 เดือนประเมินผลงาน จะไม่ทันกับการปรับ ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ 2/2 จึงเห็นว่า ส.ส.ประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 7 คนได้จากผลงาน 1 ปีที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ ครม.สรุปผลงานรายกระทรวงของรัฐมนตรีแต่ละคนอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมามีปรากฏการณ์งัดข้อระหว่าง ส.ส.พรรคกับ กก.บห.ชุดนี้อย่างน้อย 2 เหตุการณ์ คือ 1.ในที่ประชุมใหญ่พรรคสามัญประจำปี ที่โรงแรมรามาการ์เด้น วาระเลือกเหรัญญิกพรรค ส.ส. 52 คนมีผู้ไม่อยู่ในห้องประชุมก่อนโหวตเลือก 5 คน เหลือ ส.ส.ในห้องประชุม 47 คน มีผู้ยกมือโหวตเลือกเหรัญญิกพรรค 24 คน งดออกเสียง 21 คน บัตรเสีย 2 ใบ คะแนนเสียงเฉียดฉิว 24 ต่อ 23“กัลยา” เงิบจัดเลี้ยงหงอย ส.ส.เมินผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2.งานเลี้ยง ส.ส.และอดีต ส.ส.ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ เงียบเหงามี ส.ส.เข้าร่วมบางตา จึงขอให้ กก.บห.เร่งประเมินผลงานรัฐมนตรีให้เสร็จก่อนที่นายกฯจะปรับ ครม.หากรัฐมนตรีคนใดไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลงาน จะได้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมขึ้นเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคต่อไป พท.เย้ยปรับ ครม.แย่ลง พปชร.อยู่ไม่ได้เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการปรับ ครม. ว่า วันนี้ยังไม่จบ ยังสับสน และต้องดูว่านายกฯปรับเพื่อแก้ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ หรือแก้ปัญหาประเทศ เชื่อว่าสังคมดูออก ว่าถ้าปรับเพื่อแก้ปัญหาประเทศการปรับมันต้องคิดอีกแบบหนึ่ง ตนจึงเป็นห่วง อยากฝากนายกฯอย่าสับสนในตัวเอง สิ่งที่ต้องระวังที่สุดอย่าเอาปัญหาของพรรคพลังประชารัฐมาเป็นปัญหาของประเทศประชาชนจะเสียโอกาส หากปรับแล้วแย่ลง ที่สุดแล้วพรรคพลังประชารัฐเองก็จะอยู่ไม่ได้ เราเป็นห่วงสถานการณ์ภายในพรรคเขาด้วยซ้ำ เท่าที่ฟังอยู่ก็ยังไม่จบ ปัญหาจะบานปลายด้วย ที่จริงเป็นเรื่องภายในของเขา แต่เราก็กลัวว่าจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาของประเทศ“เสรี” ซัดคนตกรุ่นขวางม็อบ นศ.ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาว่า เด็กสมัยนี้ทันโลกทันสังคมจะปิดกั้นไม่ให้แสดงความคิดเห็นไม่ได้ ใครปิดกั้นถือเป็นคนตกรุ่น เกรงตนเองจะสูญเสียอำนาจ ข้อเรียกร้องของนักศึกษา 3 ข้อที่ขอมาไม่ได้มากมายเกินความจริง ไม่ใช่แค่ยุบสภา แต่ไม่ควรจะอยู่ต่อไปอีกแล้ว ทำประเทศเสียหายขนาดนี้ เรื่องนอกสภาขอให้เป็นหน้าที่กลุ่มนักศึกษา ในสภาฯเป็นหน้าที่ ส.ส. ส่วนการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปถึงวันที่ 31 ส.ค.63 ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยมาตั้งนานแล้ว การอ้างโควิด-19 สร้างความหวาดกลัวให้ ประชาชน ทุกวันนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศแล้ว “เจ๊หน่อย” ท้า “บิ๊กตู่” คุยกับ นศ.เองคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การประชุมสภาฯพิจารณาญัตติด่วนรับฟังปัญหาของนิสิตนักศึกษา พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้ส่งรัฐบาลเพื่อให้นายกฯมารับฟังและพูดคุยโดยตรงกับนิสิตนักศึกษา ข้อเรียกร้องมีข้อสรุปที่ ชัดเจน ไปที่นายกฯโดยตรง ไม่มีความจำเป็นต้องตั้ง กมธ.วิสามัญมาฟังความเห็นของนิสิตนักศึกษาอีก เพราะเป็นการซื้อเวลา เป็นเกมการเมือง เพื่อลดแรงปะทะให้กับนายกฯเท่านั้น หากนายกฯไม่กลัวที่จะพบนิสิตนักศึกษาและจริงใจ ต้องสั่งให้ ส.ส.รัฐบาลโหวตสนับสนุนข้อเสนอพรรคร่วมฝ่ายค้าน การรับฟังพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาจะเป็นทางออกสันติวิธีตามระบอบประชาธิปไตยจี้นายกฯเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือนว่าแสดงถึงความไร้วุฒิภาวะผู้นำ โควิดควบคุมได้แล้วแต่เศรษฐกิจโคม่า ต้องให้น้ำหนักเร่งด่วนกลับมาที่การแก้ไข เศรษฐกิจยกเลิกการใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หนักข้อคือการใช้อำนาจพิเศษผิดเวลามันบ่งชี้ว่า ครม.ขาดเอกภาพ ไร้ความรู้ความสามารถ นายกฯจึงต้องไปใช้อำนาจพิเศษมาบูรณาการการจัดการ ให้ฝ่ายข้าราชการประจำมาเป็นหลักแทน ส่วนที่รัฐบาลถูกมองว่าตีขลุมใช้อำนาจกฎหมายพิเศษสกัดกั้นม็อบนักศึกษา นายกฯพูดเองว่ามี พ.ร.บ.การชุมนุมฯจัดการได้อยู่แล้ว สมควรโชว์ภาวะผู้นำยกเลิกการใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปใช้อำนาจกฎหมายปกติแทน“โรม” ขู่ผู้นำ ปชช.กำลังจะชำระแค้นเมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติด่วนเรื่องการขอให้สภาฯรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิตและนักศึกษาต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า อยากให้มองการชุมนุมของนักศึกษาด้วยแว่นมนุษยธรรม ข้อเรียกร้อง 1 ใน 3 คือ การร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกสร้างมาโดยไม้ใกล้ฝั่งอายุรวมเกินพันปี แต่คนรุ่นใหม่ไม่มีส่วนร่วม จึงต้องทำลายซากเดนเผด็จการให้คนรุ่นใหม่ได้สูดอากาศหายใจแบบที่ต้องการ คนบริหารควรกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน อยู่เฉยๆจะเป็นประโยชน์กว่าบริหารประเทศ ข้อเสนอให้ตั้งคณะ กมธ.รับฟังความเห็นเหมือนประวิงเวลา เอาความรู้สึกคนกำลังโกรธแค้นไปขังเอาไว้ ฝาก นายกฯว่าบาปกรรมทั้งหลายที่ก่อขึ้นวันนี้ประชาชนกำลังทวงถาม นายกฯต้องไม่โยนบาปให้สภาฯ หากยังปฏิบัติเช่นเดิม ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่คุกเข่าอ้อนวอน พูดจาไม่ดี ประพฤติเหมือนก่อน ขอเรียนนายกฯว่า winter is coming.จวกต่อ พ.ร.ก.คุมไวรัสหรือวัยรุ่นน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าถ้าจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ฝ่ายค้านก็พร้อม แต่ถ้าเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญนี้จะเป็นแค่พิธีกรรมให้ พล.อ.ประยุทธ์ชุบตัวตั้งรัฐบาลใหม่ ก่อนยุบสภาต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชนก่อน พล.อ.ประยุทธ์รับฟังความเห็นกลุ่มต่างๆได้ แต่เหตุใดรับฟังความเห็นนักศึกษาไม่ได้หรือเห็นนักศึกษาเป็นศัตรู ยังต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก สรุป พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้คุมไวรัสหรือวัยรุ่น ไม่เห็นด้วยที่จะตั้ง กมธ.วิสามัญมารับฟังความเห็นนักศึกษา เพราะคู่กรณีนักศึกษาคือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่สภาฯ ชี้ม็อบนิสิตอานุภาพมากกว่า ต.ค.16–19นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาทั้ง 3 เรื่อง แต่การยุบสภายังไม่ใช่ทางออก ปัญหาแท้จริงมาจากรัฐธรรมนูญปี 60ทางออกแรกต้องตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยแก้ไขมาตรา 256 ก่อนเปิดประตูแก้ไขมาตราอื่น การเคลื่อนไหวของน้องนิสิตนักศึกษานี้คล้ายสมัย ต.ค.16 และ 19 แต่มีอานุภาพมากกว่า เคลื่อนไหวบนท้องถนนในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียนและสื่อโซเชียลอย่างเป็นระบบ รัฐบาลอย่าประมาท อย่ามองข้ามเสียงเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา นี่คือปัญหาข้อเท็จจริงของประเทศ เรามีบทเรียนหลายครั้งเมื่อไหร่ที่มีรัฐบาลคิดจะสืบทอดอำนาจ ประเทศจะจบด้วยการลงถนนทุกรอบ ไม่อยากเห็นเหตุการณ์บานปลาย อยากเห็นการเปิดโต๊ะเจรจาคุยกันหาทางออก รัฐบาลอย่าทำตัวเป็นผู้สูงอายุที่หูหนักโปรดรับฟังเสียงน้องๆนิสิตนักศึกษาด้วย“พิธา” ไล่ “ตู่” หลีกไป ชงตั้ง ส.ส.ร.รื้อ รธน.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญปี 60 เป็นแค่ใบอนุญาตให้คณะรัฐประหารได้บริหารประเทศไปเรื่อยๆ อยู่เหนืออำนาจประชาชนตลอดไป เป็นเหตุผลต้องแก้รัฐธรรมนูญ พรรคขอเสนอ 5 ข้อ 1.ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที 2.ทบทวนการดำเนินคดีความการเมืองหยุดปิดปากนักศึกษา 3.หยุดคุกคามเยาวชนหยุดปฏิบัติการไอโอ 4.พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวขัดขวางความเจริญประเทศ ควรหลีกทางไป 5.ควรมี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชนมาร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่กำหนดวุฒิการศึกษา แต่กำหนดอายุ 18ปีขึ้นไปจากทุกชนชั้น เป็นบันไดขั้นแรกที่เป็นทางออกประเทศไทย ถึงเวลาต้องยอมรับความจริง นอกเหนือจากข้อเรียกร้อง3ข้อของนักศึกษา ยังมีการแสดงออกประเด็นอื่นๆที่เป็นความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจในสังคม แต่เป็นความรู้สึกของยุคสมัย ถ้าพร้อมรับฟังเสียงคนรุ่นใหม่จริงๆต้องตั้งสติ เปิดใจปรับมุมมอง แต่ถ้าไม่รับฟัง มองเยาวชนที่ออกมาเป็นภัยคุกคาม ประเทศจะไม่มีทางออก เพราะพวกเราช่วยกันฆ่าอนาคตของประเทศแล้วฝ่ายค้านไม่ร่วม กมธ.วิสามัญซื้อเวลาผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ส.ส.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.วิสามัญรับฟังความเห็นนักเรียน นักศึกษาด้วยคะแนน 260 ต่อ 178 เสียง งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน1และให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ 39 คนมาพิจารณา อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติมีมติไม่ส่งรายชื่อบุคคลเข้าร่วมเป็น กมธ.วิสามัญดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่านายกฯควรมารับฟังปัญหาด้วยตัวเองกับนักศึกษา ไม่ต้องการให้สภาฯเป็นตัวกลาง อีกทั้งการตั้ง กมธ.วิสามัญเป็นการประวิงเวลาในการแก้ปัญหาเท่านั้น ทบ.รับลูกนักธุรกิจอินเดียถกปมหมิ่นที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาว่า มีนิสิตนักศึกษาออกมาชุมนุมมากกว่าตุลาฯ 16 และพฤษาทมิฬ 35 แต่ห่วงว่าต้องไม่ก้าวล่วงสถาบันจะทำให้จุดแข็งกลายเป็นจุดอ่อน จะนำไปสู่การสูญเสียจำนวนมาก ถ้ายึดมั่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อไม่ล่วงละเมิดสถาบันจะได้แนวร่วมจากประชาชนจำนวนมากผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดีย ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 70 ปี โพสต์เฟซบุ๊กระบุเตรียมเดินทางมาพบ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เวลา 13.00 น.วันที่24 ก.ค. หารือเรื่องการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เบื้องต้นสำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) มอบหมายให้หัวหน้าแผนกกองประชาสัมพันธ์ให้การต้อนรับและรับมอบหนังสือร้องเรียน บริเวณหน้าบก.ทบ. ส่วนกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ฉีกรูป พล.อ.อภิรัชต์บนเวทีปราศรัยหน้าบก.ทบ. เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ทบ.ไม่ได้แจ้งความเอาผิด“นวชีวิน” ยื่น 4 ข้อเยียวยาปากท้องเมื่อเวลา 11.15 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศุภโชติ กระต่ายป้อง ฝ่ายประสานงานแนวร่วมนวชีวิน พร้อมนายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน เดินทางมายื่นหนังสือเรื่อง “ขอให้ดำเนินมาตรการเยียวยาปากท้องเพื่อนร่วมชาติถ้วนหน้าทันที” ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นายศุภโชติกล่าวว่าวิกฤติโรคระบาดโคโรนาไวรัสทำให้เกิดผลกระทบเศรษฐกิจ ปากท้องคนไทยเป็นวงกว้าง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการภาครัฐล้มเหลว ปล่อยปละละเลย ขาดความรับผิดชอบที่หนักแน่นในการแก้ปัญหาสืบเนื่องต่อมา แนวร่วมนวชีวินและภาคประชาชน มีข้อเสนอดังนี้ 1.ขยายให้เงินเยียวยาเดือนละ 5,000 ครอบคลุมคนทุกระดับถ้วนหน้า 2.ประกันการว่างงานและมีเงินเดือนรองรับการว่างงานของผู้จบการศึกษา แต่ยังไม่มีงานรองรับ 3.รัฐต้องลดค่าบำรุงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าขนส่งสาธารณะลง 50 เปอร์เซ็นต์ 4.มีมาตรการรายได้พืชผล2 หนุ่มระยองไล่นายกฯ อารยะขัดขืนส่วนที่ จ.ระยอง เมื่อเวลา 10.00 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายณัฐชนน พยัฆพันธ์ ที่เคยชูป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อครั้งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จ.ระยอง วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา เดินทางไป สภ.เมืองระยอง ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหารวม 4 ข้อหา 1.ทำกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดการระบาดของโรคตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2. ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานโรคติดต่อตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 3. ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุอันควร และ 4. หลบหนีการจับกุมระหว่างการสืบสวน ทั้งคู่ขอแสดงอารยะขัดขืนไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน ปฏิเสธทั้ง 4 ข้อกล่าวหา เนื่องจากทั้งหมดไม่เป็นความจริง ก่อนเดินทางกลับม็อบขอนแก่นล้นอาลัย รธน.ไล่ รบ.สำหรับความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนิสิตนักศึกษาตามต่างจังหวัดต่างๆ เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สวนรัชดานุสรณ์ ตรงข้ามศาลากลาง จ.ขอนแก่น กลุ่มนักศึกษา พร้อมด้วยกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยจำนวนมาก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “อีสานบ่ย่านเด้อ” เปิดเวทีปราศรัยโจมตีขับไล่รัฐบาล โดยหมุนเวียนกันขึ้นปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ ให้นายกฯลาออก นอกจากนี้ ยังนำรถขยายเสียงขับไปตามถนน เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุม รวมทั้งติดตั้งป้ายไว้อาลัยรัฐธรรมนูญทั้ง 20 ฉบับของไทยที่หายไป เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ โดยมีนักศึกษาและประชาชนสนใจเข้าร่วมอย่างล้นหลามมอ.ปัตตานีใส่เกียร์บี้ “ลุงตู่” ไขก๊อกที่อาคารกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กลุ่มนักศึกษาร่วมจัดกิจกรรม “หมุดหมายประชาธิปไตย ร่วมไล่เผด็จการไปด้วยกัน” แม้ก่อนหน้านั้นนายนิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกประกาศห้ามใช้พื้นที่ภายใน 5 วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยยกเหตุผลจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและควบคุมการระบาดโควิด-19 แต่กลุ่มนักศึกษายังคงเดินหน้าจัดกิจกรรม เพราะถือเป็นการแสดงออกตามหน้าที่พลเมือง จากนั้นพากันปราศรัยโจมตีรัฐบาลเรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แก้รัฐธรรมนูญและให้นายกฯลาออกปทุมธานีตอกย้ำให้มันจบที่รุ่นเราที่บริเวณฟุตปาท ตรงข้ามห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี กลุ่มนักศึกษาและประชาชนมาร่วมชุมนุม ภายใต้กิจกรรม “เฮ้ย! วัยรุ่น ให้มันจบที่รุ่นเรา รังสิตจะไม่ทนเผด็จการ” นำโดยนายณัฐวุฒิ สมบูรณทรัพย์ แกนนำกลุ่มซียูส พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษาจาก 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ ภาคีนักศึกษา ม.กรุงเทพ กลุ่มรังสิตพะยอมเก๋า และเครือข่ายราชมงคล เรียกร้องประชาธิปไตย แถลงจุดยืนจะไม่ร่วม กมธ.รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาที่ตั้งมาเพื่อซื้อเจตนารมณ์ของเรา ให้รัฐบาลโละองค์กรอิสระที่ไม่เป็นอิสระ ยกเลิก 250 ส.ว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนจริงๆเยาวชนเมืองเก่าลั่นสู้เพื่ออนาคตส่วนที่บึงพระราม จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มเยาวชนและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จัดกิจกรรมชุมนุมภายใต้ชื่อ “Flash Mob ไม่ทนอีกต่อไป...อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป” แสดงพลังเขียนข้อความบนผ้าใบสีขาว อ่านบทกวีทางการเมือง และแสดงดนตรี มีแกนนำสลับกันปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าเยาวชนจะต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง ไม่ยินยอมต่อสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำไว้ ขณะที่การจัดกิจกรรมที่นัดหมายรวมตัวกันที่ลานกิจกรรมคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร “ลูกภูพานต้านเผด็จการ” ได้ถูกยกเลิกไป “ปู” โวย ป.ป.ช.ขยันเร่งคดีฝ่ายเดียวเมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณี ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดในโครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020 วงเงิน 240 ล้านบาท โดยมิชอบนั้น เกิดความสงสัยและขอตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.ขยันเร่งรัดคดีตนฝ่ายเดียว เพราะภายในเดือนนี้เดือนเดียว ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกับตนถึง 2 คดีติดกัน ซึ่งผิดกับคดีที่ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันถูกร้อง และขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ดูเหมือน ป.ป.ช. จะให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลปัจจุบันมากเป็นพิเศษในหลายคดี ทั้งที่เป็นคดีที่สังคมกังขาและตั้งข้อสงสัยมากมายกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.และผลการพิจารณาหลายคดี ค้านกับความรู้สึกของประชาชนอัด รบ. “บิ๊กตู่” ทำต่อโรดโชว์ไม่ถูกสอบน.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า กรณีการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง เพราะการโยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะด้านความมั่นคง ต้องเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจของรัฐบาล รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โยกย้ายข้าราชการมากมาย แต่กลับไม่มีความผิดเพราะมีมาตรา 44 คุ้มครอง ส่วนเรื่องจัดทำโครงการโรดโชว์สร้างอนาคตไทย สืบเนื่องจากรัฐบาลของตนเสนอนโยบายสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายเรื่อง โดยการออกร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน เป็นโครงการทำให้เกิดการรับรู้และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ ไม่มีเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ พิจารณาถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้งบฯ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ทันสมัยและเกิดการสร้างงาน ต่อมารัฐบาลปัจจุบันนำโครงการนี้มาดำเนินการต่อและออกนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน 3 ล้านล้านมากกว่ารัฐบาลของตนโดยปราศจากการท้วงติงหรือการตรวจสอบจาก ป.ป.ช.ตัดพ้อชีวิตโชคร้ายโหยหาความยุติธรรมน.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุต่อว่า ทุกวันนี้ตนใช้ชีวิตอย่างเงียบๆในต่างประเทศอย่างปุถุชนทั่วไป แต่ยังต้องมาถูกกล่าวหาในทางอาญา 2 เรื่อง ติดต่อกันในเวลาไม่ถึง 1 เดือน เพื่อให้มีการพิจารณาคดีลับหลัง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ช่างสอดคล้องหรือเหมือนกับความโชคร้ายในชีวิตของตน ที่โหยหาความยุติธรรมว่าเมื่อไหร่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองอันเป็นที่รักของตนเช่นกันเสียที ไม่อยากให้ความยุติธรรมต้องเลือกข้าง ความยุติธรรมต้องไม่เหลื่อมล้ำ ถ้าเป็นนักการเมืองหรืออดีตนักการเมืองฝ่ายหนึ่งทำอะไรผิดเสมอ แต่อีกฝ่ายทำอะไรไม่ผิดเลย ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่วันใดวันหนึ่งความศรัทธา ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจหมดสิ้นไปยก คตร.ยุค รบ. “บิ๊กตู่” ตีตราถูกต้องนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า โครงการโรดโชว์สร้างอนาคตประเทศเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้จัดจ้างผู้ทําโครงการอย่างถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ยืนยันได้เพราะได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสำนักเลขาธิการนายกฯ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า โครงการดำเนินการมาถูกต้องและได้อนุมัติจ่ายค่าจ้างการจัดทําโครงการให้กับเอกชน ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ได้ดำเนินการถูกต้องตามข้อกฎหมายและระเบียบราชการทุกประการ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเป็นธรรมในกระบวน การยุติธรรมในขั้นตอนสำนักงานอัยการสูงสุดและกระบวนการทางศาลต่อไป“สมศักดิ์” คาใจ 12 ปีเพิ่งแจ้งข้อหา “เจ๊เป้า”เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีอนุกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหานางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยาอดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ปี 51 กรณีทุจริตโครงการฝายแม้ว 770 ล้านบาทว่า ต้องย้อนกลับไปกว่า 12 ปี มีการลงชื่อร้องเรียนแต่ตรวจสอบข้อเท็จจริงคนลงชื่อยืนยันว่าไม่ได้ลงชื่อร้องเรียน กระบวนการสอบเหมือนจงใจจะชี้นำหรือหาเหตุผลจับผิดให้ได้หรือไม่ การพิจารณายาวนานเปลี่ยนอนุกรรมการหลายชุด จนเข้าใจว่ายุติไปแล้ว กระทั่งผ่านมา 12 ปี ป.ป.ช.เพิ่งมาแจ้งให้รับทราบว่านางอนงค์วรรณเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ตั้งกรรมการสอบสวนตรวจสอบหลายครั้งว่าได้การดำเนินงานจริงหรือไม่ มีรูปถ่ายยืนยันพร้อมค่าพิกัดของฝายทุกตัวและเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไปตรวจสอบได้ทำหนังสือให้กรมบัญชีกลางเข้าตรวจสอบด้วย ผลการชี้แจงของกรมบัญชีกลางยืนยันว่างานมีประสิทธิภาพคุ้มค่าการลงทุนสร้างฝายตามหลักการ–คุ้มค่าเงินนายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการออกแบบฝาย เป็นไปตามหลักวิชาการกรมอุทยานที่ได้ศึกษาและกำหนดค่าพิกัดพื้นที่ไว้หลายปี ขั้นตอนการออกแบบมีมาก่อนที่นางอนงค์วรรณรับตำแหน่ง โครงการนี้ผลักดันมานานแต่ไม่สำเร็จเพราะงบฯไม่เพียงพอ ฝายช่วยดักตะกอน ชะลอน้ำไหลให้น้ำซึมลงดินเหมือนธนาคารน้ำใต้ดินที่เราพูดถึงกันในปัจจุบัน พื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญเป็นแหล่งเติมน้ำให้น้ำในเขื่อนต่างๆ การทำฝายชะลอน้ำในราคาประมาณตัวละ 5,000 บาท มีอายุใช้งาน 3-5 ปี จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก ปัจจุบันทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯและหน่วยงานอื่นยังดำเนินการกิจกรรมนี้อยู่ เรื่องนี้ยาวนานมาถึง 12 ปีนางอนงค์วรรณไม่เคยถูกเชิญให้เข้าชี้แจงใดๆเลย ภรรยาตนพร้อมจะไปให้ข้อมูลในวันที่ 3 ส.ค.แน่นอน “เสรี” ฉะ กกต.รีบรับรอง ลต.ซ่อมลำปางที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณี กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 4 จ.ลำปางว่า อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน กกต.มีเวลาถึง 60 วัน แต่แค่ 30 วันจะรีบประกาศผลทำไม กกต.เชิญตนไปให้ถ้อยคำวันที่ 24 ก.ค. แต่ยังไม่ถึงวันนัดให้ถ้อยคำ กกต.มาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งซ่อมเพื่ออะไร ดังนั้นวันที่ 24 ก.ค.คงไม่ไปแน่จริงลองตัดสิทธิ์มาจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนประธาน กกต.รีบลงพื้นที่ จ.ลำปางแล้วประกาศว่าการเลือกตั้งที่ จ.ลำปางบริสุทธิ์เที่ยงธรรม ยกเป็นต้นแบบการเลือกตั้งทั้งที่มีการทุจริตเลือกตั้งเต็มไปหมด หลักฐานชัดเจน กกต.ยังรีบประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง แล้วการเลือกตั้งที่ จ.สมุทรปราการเขต 5 จะเป็นอย่างไร“สมชัย” ฉุนยื่นสอบจรรยาบรรณ “จรุงวิทย์”เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เข้ายื่นหนังสือต่อประธาน กกต.ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบจรรยาบรรณ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กรณี กกต.มีมติให้สำนักงาน กกต.เชิญไปให้ข้อมูลการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปาง โดยนายสมชัยกล่าวว่า ไม่ติดใจที่ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งไปก่อนจะสอบสวนร้องเรียนทุจริตแล้วเสร็จ แต่ กกต.มีมติเชิญตนมาให้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.แต่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กลับให้ กกต.ลำปางมีหนังสือเชิญไปให้ข้อมูลที่จังหวัด หนังสือมาถึงล่าช้าบ่ายวันที่ 22 ก.ค. แต่ กกต.ประกาศรับรองแล้ว ทำงานลักษณะนี้ใช้ไม่ได้ สร้างเงื่อนไขเป็นภาระให้ประชาชน ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระขาดจรรยาบรรณ ขอให้ประธาน กกต.และ กกต.ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกับเลขาธิการ กกต. หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงให้ตั้งคณะกรรมการสอบการประพฤติผิดจริยธรรม