เสรีภาพสื่อก็ควรยืนอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพราะความรับผิดชอบนั้นเหนืออื่นใดทั้งหมด!!เคยย้ำมาหลายหนว่า ความรุนแรงที่กระทำต่อเด็กและเยาวชนนั้นไม่ควรจะมีภาพและเสียงปรากฏในจอโทรทัศน์เรามีกฎหมายคุ้มครองเรื่องนี้อยู่ แต่สื่อก็ไม่ค่อยเคารพ กระทำละเมิดบ่อยครั้ง กลายเป็นเรื่องชาชินในจอทีวีไปแล้วจนมีคำพูดถากถางว่าสื่อกระทำละเมิดซ้ำเด็กและเยาวชน ซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่า!!กรณีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้องชมพู่” นั้นแตกต่างออกไป เพราะก่อนหน้านี้สื่อทีวีถูกตำหนิ เผยแพร่รูปถ่ายน้องชมพู่ เผยชื่อและใบหน้าพ่อและแม่ รวมถึงญาติพี่น้องทุกคนสื่อทีวีผิดหรือไม่? ซึ่งจะต้องอธิบายกัน จะได้ไม่เข้าใจผิดๆแรกเริ่มน้องชมพู่หายตัวไปจากบ้าน ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุ เป็น “คดีคนหาย” ซึ่งสื่อสามารถลงรูปเด็กได้ เพื่อการติดตามหาเบาะแสแต่ภายหลังอีก 4 วัน พบศพน้องชมพู่ คดีคนหายจึงกลายเป็น “คดีชันสูตรพลิกศพ” ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปถึงสาเหตุการเสียชีวิตของน้องชมพู่แต่ถ้าสื่อใดหรือใครผู้ใดนำภาพศพน้องชมพู่มาเปิดเผยต่อสาธารณะ อันนี้ถือว่ามีความผิดชัดเจนข้อหา “ละเมิดศพ”ภาพถ่ายศพและสำนวนการชันสูตรพลิกศพ ถือเป็นหลักฐานในชั้นสอบสวน ไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะได้อันนี้ต้องเข้าใจตรงกัน!!‘‘แจ๋วริมจอ’’jaewrimjor@gmail.com