“ทัวร์ลง” อารมณ์สังคมเกรี้ยวกราดโลกโซเชียลกระหน่ำอัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รัฐบาล ศบค. เรื่อยไปจนถึงกองทัพหวั่นโควิดกลับมาระบาดภายในประเทศจากกรณีล่าสุด “คณะทูตซูดาน-ทหารอียิปต์”รัฐบาลการ์ดตก พลาดเสียเอง ทั้งที่กำชับกำชาประชาชนอยู่ตลอด ขอความร่วมมือแถมข่มขู่ปิดสถานที่ที่ไม่ปฏิบัติตาม กลายเป็นปมสองมาตรฐานระหว่างประชาชนทั่วไปกับระดับ “วีไอพี”หลังประเทศไทยปลอดเชื้อภายในมากว่า 50 วัน จนทั่วโลกแซ่ซ้องสรรเสริญ มาวันนี้คนไทยต้องกลับมาหวาดผวา แพนิคกำเริบอีกหน โรงเรียน โรงแรมที่เข้าข่ายเสี่ยงต้องแห่แหนกันปิดด้วยความจำเป็นและจำใจโดยเฉพาะที่ระยองเมืองท่องเที่ยวทางทะเล วิกฤติสาหัส ลูกค้าจองโรงแรมที่พักไว้ยกเลิกกราวรูด 90% เสียหายย่อยยับ น่าเห็นใจผู้ประกอบการในอารมณ์หักมุมจ่อกลับมาโกยรายได้กลายเป็นเจ๊งซ้ำซากชั่วโมงนี้ไม่ว่าฝ่ายต้าน ฝ่ายเชียร์ หรือคนกลางๆ ออกอาการหัวร้อนพร้อมใจกันสาดอารมณ์ใส่รัฐบาล ตัวการนำภัยมาใกล้ตัวอีกรอบ“นายกฯลุงตู่” ยืดอกออกมารับผิดชอบเอง นักเลงพอ ถือว่าดีกว่าโบ้ยไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือโบ้ยไปโบ้ยมาเหมือนบางหน่วยงานจนน่ารังเกียจ เพราะกลัวกระเด็นหลุดจากตำแหน่งนี่คือวัฒนธรรมอำนาจแบบไทยๆ ห่วงตัวเองมากกว่าประเทศชาติ น่าสมเพชงานนี้ “ลุงตู่” ได้แต้มภาวะผู้นำเต็ม 10 ไม่หัก ซื้อใจเจ้าหน้าที่ทุกระดับประทับใจ พร้อมถวายหัวทำงานให้ต่อ เพราะเห็นแล้วว่าตัวเองไม่ใช่กระโถนรองรับความผิดพลาดกระนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนให้รัฐบาลต้องทบทวนมาตรการหลายอย่าง ในภาวะที่ต้องป้องกันโควิด เศรษฐกิจก็ต้องเดิน ถ้าปิดบ้านปิดเมืองกันอีกรอบคงไม่ไหวแน่ อารมณ์คนยอมตายดีกว่ากลับไปล็อกดาวน์ ขณะที่รัฐบาลก็ไม่เหลือเงินมากระหน่ำอัดมาตรการเยียวยาแล้วดังนั้นต้องรีบจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้รวดเร็วเฉียบขาด สะอาดหมดจด ฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาเร็วที่สุด15 ก.ค.ลงทะเบียนวันแรก “เราเที่ยวด้วยกัน” โครงการปันสุขของรัฐบาลกร่อยไปถนัดใจ ยังดีที่สามารถใช้ได้ถึงเดือน ต.ค. ถ้ามองแง่ดีรัฐบาลสะสางปัญหาได้เร็วคงได้กลับมาเที่ยวกันบันเทิงแต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นใจผลออกมาในแง่ลบ โครงการอาจต้องเลื่อนยาว หรือล้มเลิกสถานการณ์ไม่สู้ดีนายกฯนิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องรีบบินด่วนไปถึงระยอง เช่นเดียวกับการปรับ ครม.อึมครึมนานไปไม่ดีแน่ ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งปั่นป่วนบั่นทอนรัฐบาล เศรษฐกิจก็รอการแก้ไขชักช้าไม่ได้ข่าวล่ามาเร็วสัญญาณชัดแจ้ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พร้อมคณะสี่กุมาร ประกาศยอมถอยลาออกยกทีมเปิดทางให้ “ลุงตู่” ปรับ ครม. เพราะเห็นใจที่กำลังโดนฝ่ายการเมืองขย่มหนัก “พี่ใหญ่บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคประชารัฐ และทีมงานกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ เดิมเกมรุกฆาตหนักข้อขึ้นทุกที นายกฯจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง“ลุงตู่” ไลน์หา “สมคิด” ยอมรับลำบากใจ รู้สึกแย่ ไม่รู้จะพูดต่อหน้ายังไง เพราะอยู่กันมานาน แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับ ครม.ด้วยเหตุผลทางการเมือง“สมคิด” ตอบกลับไปว่า รู้สถานการณ์ดี นายกฯไม่ต้องกังวลรู้ดีว่าในใจลึกๆนายกฯคิดอย่างไร ด้วยเหตุผลการเมืองยังไงก็หนีไม่พ้นต้องตัดสินใจเช่นนี้ลาจากกันด้วยดี “สมคิด” เตรียมตัวกลับไปรักษาสุขภาพเหมือนที่แจ้งนายกฯไว้ตั้งแต่รอบแรก แต่ “ลุงตู่” ก็ไว้ไมตรี บอกอย่าทิ้งกัน คอยอยู่ข้างหลังเป็นแบ็กอัปให้ด้วยงานนี้ได้ครื้นเครงกันทุกป้อมค่าย เก้าอี้ว่างบานตะไท วิ่งวุ่นฝุ่นตลบกันอีกยกแน่นอน จากที่เคยรวมตัวกันเฉพาะกิจ ศัตรูของศัตรูคือมิตรอาจถึงเวลาต้องกลับมาเป็นศัตรูกันเองใหม่เหนืออื่นใดการปรับ ครม.ด้วยเหตุผลทางการเมืองก็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลของบ้านเมืองย่อมสำคัญกว่า มิฉะนั้นเสียงก่นด่าเปิดเปิงการเมือง “โอลนอร์มอล”สัญญาณแบบนี้แน่นอนว่าการปรับ ครม.จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่โฉมหน้า ครม.ที่อยู่ในใจ “ลุงตู่” คือตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะ “โควตากลาง-ทีมงานเศรษฐกิจ” จะมือถึงและฟื้นความเชื่อมั่นให้รัฐบาลได้แค่ไหนเพราะสถานการณ์ที่รอตรงหน้าทั้งมหาวิกฤติเศรษฐกิจโควิดรอบสอง ท้าทายอันตรายทุกฝีก้าวหัวเลี้ยวหัวต่อเดิมพันอยู่รอด ไม่เหลือโอกาสให้แก้ตัว.ทีมข่าวการเมือง