สายเลือดลูกแม่ค้าข้าวแกงที่ติดตัวมาตั้งแต่เล็ก ต้องทำหน้าที่เป็นลูกมือของแม่ในครัว ไม่ว่าจะเป็นตำน้ำพริก, สับเนื้อหมู, ล้างผัก และทอดปลา ช่วยสะสมฝีมือการทำอาหารไทยให้ “นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้” กลายเป็นเชฟมากพรสวรรค์ ประกอบกับมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จึงมักคิดค้นทดลองทำอาหารไทยแปลกใหม่เสมอ และเพราะชะตาชีวิตถูกลิขิตไว้แล้ว สาวไทยผู้คมเข้มจับพลัดจับผลูได้พบรักกับเจ้าของร้านขายของเก่าชาวเบลเยียม “มร.คาร์ล สเต็ปเป้” ระหว่างตามพี่ชายไปเรียนต่อที่เบลเยียม จนมีโอกาสเปิดร้านอาหารไทยในต่างแดน และสร้างชื่อเสียงให้ “บลูเอเลเฟ่นท์” โด่งดังไปทั่วโลก “มาดามนูรอ” ย้อนรำลึกว่า เนื่องจากสามีค้าขายของเก่า จึงมีลูกค้ามาเยี่ยมเสมอ ทำให้มาดามได้โชว์เสน่ห์ปลายจวักทำอาหารไทยให้เป็นที่ติดอกติดใจของทุกคน ด้วยแรงเชียร์จากเพื่อนๆ มาดามตัดสินใจเปิดร้านอาหารไทยสาขาแรกในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อปี 2523 ใช้ชื่อว่า “บลูเอเลเฟ่นท์” โดยสาขาแรกร่วมหุ้นกับเพื่อนคนไทย ด้วยเงินลงทุน 1.5 ล้านบาท มาดามควบคุมดูแลส่วนครัวและการประกอบอาหารทั้งหมด โดยสิ่งที่ยึดมั่นตั้งแต่แรกถึงทุกวันนี้คือ ใช้รสชาติความอร่อยแบบไทยต้นตำรับ นอกเหนือจากเรื่องอาหารแล้ว มาดามยังตั้งใจนำเสนอความเป็นไทยอย่างชัดเจน ตั้งแต่การแต่งร้านด้วยบรรยากาศงดงามแบบไทย, พนักงานเสิร์ฟแต่งกายด้วยชุดผ้าไหม และการบริการในแบบไทยๆ โดยผู้จัดการร้านและพนักงานเสิร์ฟเป็นคนไทยทั้งหมด เพราะเชื่อว่า งานบริการที่ดีแบบไทยจะอยู่ในสายเลือดของคนไทยเท่านั้น ชื่อเสียงของ “บลูเอเลเฟ่นท์” ถูกกล่าวขานไม่เฉพาะในกรุงบรัสเซลส์ แม้แต่ชาวยุโรปชาติอื่นๆ ก็ยังเดินทางมาชิมฝีมือมาดาม ปัจจุบันบลูเอเลเฟ่นท์ขยายสาขาไปยังเมืองใหญ่ๆหลายประเทศ รวมถึงปารีส, โคเปนเฮเกน, มอลตา, กรุงเทพฯ และภูเก็ตก็ด้วยฝีไม้ลายมือของมาดาม เลยมีเสียงเรียกร้องให้เปิดโรงเรียนสอนทำอาหารไทย มาดามจึงต่อยอดบลูเอเลเฟ่นท์ไปอีกขั้น ด้วยการคิดค้นผลิตภัณฑ์เครื่องแกงไทยกับซอสปรุงรสต่างๆออกวางจำหน่าย เพื่อให้ลูกค้าได้นำกลับไปปรุงเองที่บ้านเมื่อได้รับการชักชวนจาก “คอลัมน์ตั้งสำรับคาวหวาน” ให้อวดฝีมือขั้นเทพ มาดามเลือกเมนูไทยโบราณหาทานยากอย่าง “แกงระแวงแก้มวัว” ทานคู่ “ยำปลาสลิดและโรตี” มาฝากคุณผู้อ่านไทยรัฐ เครื่องโขลก (ปริมาณสำหรับแก้มวัว 250 กรัม) : พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด, ขมิ้นสด (ซอย) 1½ ช้อนโต๊ะ, ตะไคร้ (ซอย) 2 ช้อนโต๊ะ, ข่า 1 ช้อนโต๊ะ, หัวหอมแดง (ซอย) 1 ช้อนโต๊ะ, กระเทียมไทย 1½ ช้อนโต๊ะ, ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา, ลูกผักชี ½ ช้อนชา, ลูกยี่หร่า ½ ช้อนชา, เกลือ 1 ช้อนชา, รากผักชี ½ ช้อนโต๊ะวิธีทำ : นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปโขลกจนเนื้อละเอียดส่วนผสมเครื่องแกง : เนื้อแก้มวัว (รวนหางกะทิ) 250 กรัม (รวนกับหางกะทิ หรือน้ำเปล่า 30 นาที), น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 1 ถ้วยตวง, ใบมะกรูด (ฉีก) 2 ใบ, พริกชี้ฟ้า (หั่นแฉลบ) 1 เม็ด, ใบโหระพา 6 ใบ, น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ : 1) ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมันพืช นำพริกแกงที่โขลกไว้ลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม แล้วใส่กะทิ 1 ทัพพี เคี่ยวจนแตกมัน 2) ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา จากนั้นใส่กะทิที่เหลือลงไป 3) ใส่เนื้อแก้มวัวที่รวนกะทิไว้ ตามด้วยใบมะกรูดฉีก, พริกชี้ฟ้า และใบโหระพา 4) ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมยำปลาสลิดและโรตี...ถ้าไม่สะดวกตำเครื่องแกงเอง สามารถซื้อเครื่องแกงสำเร็จรูปได้ที่ร้าน หรือตามซุปเปอร์มาร์เกตชั้นนำ รับรองว่าอร่อยเหมือนมาดามไปทำให้ทานที่บ้าน.