เมื่อวันที่ 14 ก.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า แม้รัฐบาลอินเดียได้ประกาศบังคับใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม พร้อมสั่งให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเวลาอยู่ในที่สาธารณะมิฉะนั้นจะถูกค่าปรับมาตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ผลปรากฏว่าคำสั่งได้ถูกละเลยเป็นวงกว้าง ซึ่งจากการเปิดเผยของสำนักงานตำรวจกรุงนิวเดลี ระบุว่านับตั้งแต่เดือน มี.ค. ได้มีการออกใบสั่งปรับเงินในพื้นที่เมืองหลวงและปริมณฑลไปแล้วกว่า 42,000 ใบ และเมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ออกใบสั่งถึง 792 ใบทั้งนี้ จากข้อมูลของตำรวจอินเดียระบุว่า ยอดค่าปรับคนไม่สวมหน้ากากอนามัยทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมได้แล้วกว่าหลายแสนดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มหาศาลเมื่อเทียบกับค่าปรับในสกุลเงินรูปี ที่แต่ละเมืองที่ไม่เท่ากัน อย่างที่กรุงนิวเดลี คิดค่าปรับ 500 รูปี (6.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่นครมุมไบ คิดค่าปรับ 1,000 รูปี (13.2 ดอลลาร์) ขณะที่เมืองบังกาลอร์ คิดค่าปรับเพียง 200 รูปี (2.6 ดอลลาร์) แต่ยอดสะสมค่าปรับในกรอบเวลา 1 เดือน กลับสูงถึง 132,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่อย่างเมืองฟิโรซาบัด รัฐอุตตรประเทศ ทางภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ใช้วิธีจับผู้ฝ่าฝืนกฎเข้าฟังอบรม พร้อมให้คัดลายมือ 500 ครั้ง ว่า “ต้องสวมหน้ากากอนามัย”.เปรียบเทียบราคาทุกร้าน >>> คลิกที่นี่