ศัตรูที่น่ากลัวคือคนใกล้ตัวที่เชื่อสนิทใจ ใครจะนึกว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ผู้โผงผางปากคอเราะราย จะมาตกม้าตาย เพราะโดนหลานสาวแท้ๆของตัวเองเปิดโปงความร้ายกาจ ทั้งๆที่เขาเป็นคนชุบเลี้ยง “แมรี่ ทรัมป์” มากับมือ แถมยังส่งเสียเรียนหนังสือจนจบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาคลินิก และปลุกปั้นให้เป็นซีอีโอของทรัมป์โค้ชชิ่ง กรุ๊ป มีชีวิตอู้ฟู่ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมชั้นสูงก็เพราะความคับแค้นฝังใจ “แมรี่ ทรัมป์” คิดมาตลอดว่าพ่อตัวเองตายก่อนวัยอันควร ขณะอายุเพิ่ง 40 ต้นๆ เพราะถูกบีบคั้นจากคนในครอบครัว โดยปู่บ้าอำนาจ “เฟรด ทรัมป์” ร่วมมือกับอาใจร้าย “โดนัลด์ ทรัมป์” ผลักไสพ่อ “เฟรด ทรัมป์ จูเนียร์” ให้กลายเป็นคนขี้แพ้เมาหยำเป ทั้งๆที่โดยศักดิ์ศรีแล้ว พ่อเธอเป็นลูกชายคนโตของตระกูล ซึ่งสมควรสืบทอดธุรกิจและได้รับมรดกตกทอดทุกอย่าง บอกเลยว่าถ้าไม่สุดจะทนจริงๆ คนในครอบครัวคงไม่ออกมาแฉกันเองให้อายประชาชี“แมรี่ ทรัมป์” เสียพ่อผู้เป็นที่รักตั้งแต่อายุ 16 ปี นับแต่นั้นมาก็ต้องอยู่ภายใต้การอุปการะดูแลของคุณอาโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการบริหารธุรกิจของตระกูล ทั้งๆที่เก็บงำความแค้นไว้มิดชิด แต่มาระเบิดก็คราวที่เธอกับน้องชายถูกโกงมรดก เพราะมีมือดีแก้ไขพินัยกรรมของคุณปู่ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคอัลไซเมอร์ เมื่อปี 1999 ทำให้สองพี่น้องได้ส่วนแบ่งน้อยกว่าที่ควรจะเป็น งานนี้ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็คงรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังนอกจากจะฟ้องร้องอาเลิฟและพวกเรื่องถูกโกงมรดก “แมรี่ ทรัมป์” กับน้องชาย “เฟรดที่สาม” ยังออกมาทวงความยุติธรรมให้กับหลานตัวเอง หลังลูกน้องชายโดนตัดเงินช่วยเหลือจากกงสี ทั้งๆที่ป่วยหนักด้วยภาวะสมองพิการ สองพี่น้องขึ้นโรงขึ้นศาลจะเอาเรื่องให้ได้ แต่ก็ต้องสะอึกเมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ตอกหน้าว่า ทำไมกงสีต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คนในครอบครัวอีก ทั้งๆที่แบ่งมรดกกันไปหมดแล้วอาเล็กของบ้านอย่าง “โรเบิร์ต ทรัมป์” ถือหางเข้าข้าง “โดนัลด์ ทรัมป์” เต็มที่ ออกมาตอบโต้แทนว่า สองพี่น้องเจ้าปัญหาอย่าง “แมรี่ ทรัมป์” และ “เฟรดที่สาม” ได้เงินอุดหนุนจากกงสีคนละไม่ต่ำกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี โดยที่ไม่เคยช่วยทำมาหากิน ได้แต่งอมืองอเท้ารอส่วนแบ่ง แล้วจะมาเรียกร้องอะไรอีกมุมใครก็มุมมัน “แมรี่ ทรัมป์” ยืนยันนั่งยันว่า ถ้าพ่อเธอยังมีชีวิตอยู่ ในฐานะลูกชายคนโตของตระกูล ลูกหลานของพ่อคงไม่ตกเป็นเบี้ยล่าง ถูกโกงมรดก และโดนย่ำยีศักดิ์ศรีขนาดนี้ เธอยืนกรานว่าที่ออกมาต่อสู้ไม่ใช่เพื่อเงินอย่างเดียว แต่เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพ่อและครอบครัวของเธอ อย่างน้อยลูกของน้องชายก็เป็นเหลนคนโตของตระกูลทรัมป์ น่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่านี้ ยิ่งเด็กมาป่วยด้วยโรคร้ายครอบครัวยิ่งต้องประคบประหงม แต่นี่มาทิ้งกันอย่างไม่ใยดี หัวจิตหัวใจทำด้วยอะไรเอาจริงๆแล้ว สมัยยังมีชีวิตอยู่ “เฟรด ทรัมป์ จูเนียร์” ก็ใช้ชีวิตอย่างไม่เป็นโล้เป็นพายเท่าไหร่ ทั้งๆที่ถูกฟูมฟักให้สืบทอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อจาก “เฟรดผู้พ่อ” ในฐานะที่เป็นลูกชายคนโต แต่เขากลับใฝ่ฝันอยากเป็นนักบินมากกว่าทายาทธุรกิจใหญ่ ทว่า ความฝันไปไกลสุดแค่ได้แอร์โฮสเตสเป็นเมีย ไม่เคยมีโอกาสขับเครื่องบินจริงจัง เพราะถูกเลี้ยงมาแบบอาเสี่ย วันๆจึงเอาแต่ก๊งเหล้า และมักโทษน้องชายคนรองที่เก่งกว่าขยันกว่าว่าแย่งทุกอย่างไปทำ จนเขาไม่มีโอกาสแสดงฝีมือน้องชายคนรองที่ถูกหมายหัวก็คือ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้ฉลาดเป็นกรด และมีหัวเซงลี้ตั้งแต่เด็ก ในเมื่อลูกชายคนโตไม่รักดี “เฟรดผู้พ่อ” จึงต้องเบนเข็มไปทุ่มเทให้กับลูกชายคนรอง ที่สามารถกอบกู้กิจการให้พ้นจากวิกฤติ และสร้างความเจริญทางธุรกิจจนมีอาณาจักรใหญ่โตจริงอยู่ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ไม่ใช่ผู้นำในอุดมคติ แถมยังมีนิสัยเสียติดตัวเยอะแยะ ทั้งบ้าอำนาจ, ปากเสีย, ก้าวร้าว, ดูถูกเพศหญิง แต่การโดนลูกหลานตัวเองออกมาขุดรากเหง้าแฉ และกล่าวหาว่าเป็นบุคคลอันตรายที่สุดในโลก ทั้งขี้โกง, ขี้โกหก, ไร้ความปรานี, ชอบกดขี่, โอ้อวด, เห็นแก่ตัว, หลงตัวเองอย่างหนัก, อันธพาล และเหยียดหยามทางเพศ เป็นใครก็ต้องเจ็บจี๊ดทะลุถึงหัวใจคำว่า “มากเกินไปและไม่เคยพอ” ก็น่าจะเอามาใช้กับ “แมรี่ ทรัมป์” ได้ด้วย เพราะเธอก็เป็นผลผลิตจากความบิดเบี้ยวของตระกูลทรัมป์ ซึ่งเต็มไปด้วยคนจิตป่วนต่อต้านสังคม.มิสแซฟไฟร์