ที่ "นักวิทย์ 32 ประเทศ" เรียกร้อง อ็อกซ์ฟอร์ดระบุไกลกว่า 10 เมตร "อภิรัชต์" เดือดข่าวไม่กักตัว!“บิ๊กแดง” ฉุนสื่อเสนอข่าว ผบ.ทบ.สหรัฐฯไม่ต้องกักตัว 14 วันตามมาตรการสาธารณสุขของไทย ขอแจงเหตุถึง ที่มาที่ไปเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ศรีสุวรรณ จรรยา จ่อเอาผิด ศบค.ไม่กักตัวบิ๊กทหารมะกัน ธ.ก.ส. เตรียมโอนเงินเยียวยาเกษตรกรรอบ 2 กลุ่มแจ้งบัญชีธนาคารใหม่ในวันที่ 9 ก.ค. ส่วนรอบ 3 จะโอนวันที่ 23 ก.ค. กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือห้างร้าน ผู้ประกอบการ ให้เคร่งครัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และวอนคนไทยลงทะเบียนแอป “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่ใช้บริการสถานที่ต่างๆ เผยโควิดจะกลับมาระบาดรอบสองหรือไม่อยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน สหรัฐฯยังครองอันดับ 1 ทั้งผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะและผู้เสียชีวิต วารสารโรคติดเชื้อแห่งอังกฤษเผยเชื้อโควิดลอยไกลในอากาศได้กว่า 10 เมตร เมลเบิร์นทนไม่ไหวต้องล็อกดาวน์อีกรอบหลังผู้ป่วยโควิดพุ่งเกือบสองร้อยคนขณะที่รัฐบาลขอให้ประชาชนระมัดระวังตัวเรื่องโควิด-19 และอย่า “การ์ดตก” ให้สวมใส่หน้ากาก อนามัยไว้เสมอเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ แต่กลับ มีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยและ ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมในงานเลี้ยง จนทำให้ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็น “อภิสิทธิ์ชน”ข่าวดี 43 วันแล้วไม่พบติดโควิดเพิ่มเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ข้อมูล covid-19” เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยวันที่ 7 ก.ค. ว่าไม่พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทั้งในประเทศและในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,195 ราย หายป่วย สะสม 3,072 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 43 วัน ส่วนคนไทยที่ตกค้าง ในต่างประเทศและเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 7 ก.ค. รวม 3 เที่ยวบิน จำนวน 209 ราย ในวันที่ 8 ก.ค.4 เที่ยวบิน จำนวน 600 ราย เอาผิด ศบค.ไม่กักตัว ผบ.ทบ.มะกันนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. เวลา 10.30 น. จะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ การใช้อำนาจของ ศบค.เป็นไปแบบไร้มาตรฐานและ ทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ จากกรณีอนุญาตให้ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. โดยไม่กำหนดมาตรการการกักตัว 14 วัน เหมือนคนต่างด้าวและคนไทยในต่างแดน ที่เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของโควิด-19 แม้ ศบค.ชี้แจงว่า ผบ.ทบ. สหรัฐฯ เยือนประเทศไทยตามข้อตกลงพิเศษ ในฐานะแขกทางการ ที่เข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว 14 วัน ถึงจะต้องปฏิบัติตาม มาตรการ 6 ข้อ ของ ศบค.อย่างเคร่งครัด แต่มาตรการดังกล่าวไม่ได้บ่งชี้ว่า การเดินทางมาของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ จะไม่ทำให้เชื้อโควิด-19 ที่อาจแฝงมาจากสหรัฐฯ มาสู่ คนไทย ดังนั้น ผบ.ทบ.สหรัฐฯและคณะ ที่มาจากประเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกเกือบ 3 ล้านคน จึงไม่อาจ เชื่อใจได้ว่าจะไม่เป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการฉะออกมาตรการโอ๋บิ๊กทหารสหรัฐฯนายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า มาตรการ 6 ข้อ ของ ศบค.เป็นข้อกำหนดที่ ศบค.คิดขึ้นมาเอง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ เป็นการเฉพาะ นายกรัฐมนตรีและโฆษก ศบค.บอกให้คนไทยการ์ดอย่าตก แต่คนของรัฐบาลกลับมีอภิสิทธิ์ชน อาทิ เมื่อคืนวันที่ 4 ก.ค. มีการจัดงานวันชาติสหรัฐฯ ที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย นักการเมืองไทยร่วมงานมากมาย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุขและ “หมอบุ๋ม” น.ส.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วย โฆษก ศบค. ไปร่วมงานด้วย กลับไม่มีใครใส่แมสก์ ไม่มีระยะห่าง ชี้ให้เห็นคนของรัฐบาลและ ศบค.ไม่เป็นต้นแบบที่ดีป้องกันโควิด-19 แต่ประชาชนบังคับ ให้ต้องทำ จึงไม่อาจปล่อยให้กรณีดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์แบบไม่มีมาตรฐานของ ศบค.ได้ จะไป ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป“บิ๊กแดง” บูดปม ผบ.มะกันขณะเดียวกัน หลังจากมีกระแสไม่เห็นด้วย กรณี พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ. สหรัฐอเมริกาและคณะ ที่จะเดินทางมาเยือนไทย ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. ไม่ต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการของ กระทรวงสาธารณสุข ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไม่พอใจต่อการ นำเสนอข่าวของสื่อที่คลาดเคลื่อนในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเด็นถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและ ช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.ค. พล.อ.อภิรัชต์จะชี้แจงกรณีดังกล่าว ด้วยตัวเอง ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีรับอากาศยาน Cessna 182T เข้าประจำการในกองทัพบก ที่หมวดบิน C หน่วยบิน เดโชชัย 3 ภายในพื้นที่กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง โควิดอาจกลับมาถ้าคนไทยประมาทขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกยังมีแนวโน้มมีผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อสะสม 11,739,171 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย ตามลำดับ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่มีการกลับมาระบาดของโควิด-19 ในระลอก 2 เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย โครเอเชียสำหรับไทยการที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 43 และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 99 ของโลก มาจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่ช่วยกันป้องกันตัวเองจากโควิด-19 ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ แต่โควิด-19 อาจกลับมาระบาดระลอกใหม่ได้อีกครั้งหากคนไทยประมาทขอผู้ประกอบการเคร่งครัดนพ.โสภณกล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขยังขอความร่วมมือห้างร้าน/ผู้ประกอบการยังคงต้องเคร่งครัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เช่น ทำความสะอาดสถานที่ พื้นผิวที่มีผู้สัมผัสบ่อย จัดพื้นที่ลดความแออัด จัดจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย จุดบริการล้างมือ มีระบบระบายอากาศถ่ายเท ส่วนประชาชน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ร่วมกับการเว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆ งดการนำมือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก เลี่ยงการไปสถานที่แออัดคนรวมอยู่มาก และลงทะเบียนเข้า-ออก พร้อมประเมินกิจการ/สถานที่ ในแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่เข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ เพื่อนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคต่อไป โรคโควิด-19 จะกลับมาอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคนแก้ ก.ม.ใช้เงินชราภาพประกันสังคมวันเดียวกัน นายเอกภพ กตัญญู ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้แรงงานและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม กล่าวถึงการทวงคืนเงินสมทบชราภาพของผู้ประกันตน มาใช้บรรเทาความเดือดร้อนจากโควิดว่า ได้ยื่นหนังสือสำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงาน แต่ไม่มีความคืบหน้าจึงยื่นริเริ่มเสนอร่างแก้ไขกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 26 มิ.ย. และในวันที่8ก.ค. คณะกรรมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญชี้แจงข้อเท็จจริงในการขอคืนเงินสมทบชราภาพมาโดยจะเสนอถึงความจำเป็นในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 77 ทวิ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ในกองทุนชราภาพก่อนอายุ 55 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากการช่วยเหลือผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 มีเวลาเพียง 90 วัน แต่หลัง 90วันไม่มีมาตรการต่อเนื่องทั้งที่คนตกงานว่างงานมาก ควรออกกฎกระทรวงนำเงินมาช่วยเหลือเฉพาะคนที่เดือดร้อนจากผลกระทบโควิด ไม่มีงานทำ ไม่ได้ขอให้ผู้ประกันตนทั้งหมด 16 ล้านคน ซึ่งประกันสังคมมีข้อมูลอยู่แล้ว จวกเยียวยาคนว่างงานอืดอาดด้าน น.ส.อรุณี ศรีโต กรรมการบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า การขอใช้เงินชราภาพก่อนกำหนด ต้องดูว่าเป็นความต้องการของผู้ประกันตนส่วนใหญ่ที่มีกว่า 10 ล้านคนหรือไม่ ถ้าเป็นความต้องการของคนเพียงหมื่นคนก็ไม่ใช่ ต้องดูเจตนารมณ์ของกฎหมายประกันสังคม ที่ต้องการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้คนทำงานได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีมีบำนาญใช้จ่ายยามบั้นปลายชีวิตหลังออกจากงาน เข้าใจคนที่มาเรียกร้องเพราะเดือดร้อนจริงๆ แต่ลักษณะคนไทยไม่ชอบออมอยากได้เงินก้อน ซึ่งได้มาไม่นานก็หมด ถ้าจะให้เอาไว้ใช้กันยาวๆ ผู้ดูแลกฎเกณฑ์ต้องเข้มแข็งต้องนึกถึงคนส่วนใหญ่เพื่อให้ยั่งยืน กฎหมายระบุไว้ชัดเจนเมื่อส่งเงินสมทบ 180 งวด หรือ 15 ปี ให้ได้รับบำนาญ แต่ก็ไม่ใช่จะไม่รับพิจารณาแก้ไขตามที่เรียกร้องเพราะมีการยื่นพิจารณาในบอร์ดเล่น 2 ครั้งแล้ว ถ้าจะต้องแก้กฎหมายต้องมีการประชาพิจารณ์มันจะนานมาก จะออกกฎกระทรวงให้นำเงินมาใช้ก็ไม่ได้เพราะจะแย้งกับกฎหมายประกันสังคมจึงเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลจะให้ผู้ประกันตนที่เดือดร้อนกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำจะง่ายกว่าไปแก้กฎหมายเสนอให้มืออาชีพมาบริหาร“ผู้ประกันตนว่างงาน ตกงานกันมาก เงินเยียวยาว่างงาน 62% ก็จ่ายช้ามากๆ ไม่ทันความเดือดร้อน เพราะการบริหารจัดการในระบบราชการล่าช้า ข้าราชการระดับ ผอ.กองต่างๆของประกันสังคมหมุนเวียนกันมา บางคนอยู่จัดหางานมานาน จู่ๆมากินตำแหน่งที่ประกันสังคม เมื่อคนที่มาไม่ตรงกับงาน จึงทำให้ประกันสังคมไม่เวิร์ก ต้องมาเรียนรู้กันใหม่ บอร์ดประกันสังคมจะคุยด้วย ก็ต้องมานั่งเล่าเรื่องเก่าให้ฟังใหม่ มันช้า ถ้าประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ จะสามารถหาคนเก่งมืออาชีพมาบริหาร เลขาประกันสังคมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอธิบดีมาจากกรมไหน เอามืออาชีพมาเลย เงินเดือนแพงหน่อยไม่เป็นไร ขอให้บริหารให้คล่องตัวว่องไวมีกำไรแต่แนวคิดนี้เสนอไปก็ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐมนตรีหรือข้าราชการผู้ใหญ่มักจะไม่เอาด้วย” น.ส.อรุณีกล่าวแอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าไทยโทษหนักที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่าตามที่สื่อนำเสนอข่าวแรงงานต่างด้าวแอบลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติต่างๆ หลังมีประกาศผ่อนปรนมาตรการป้องกันการระบาดโควิด-19 ขอประชาสัมพันธ์ เตือนขบวนการหรือกลุ่มคนที่เรียกเก็บค่าอำนวยความสะดวกช่วยเหลือนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาภายในราชอาณาจักร ถือว่ามีความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการจับกุม ปราบปรามเพื่อลดความเสี่ยง การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จากต่างประเทศเข้ามา พร้อมทั้งใช้มาตรการดำเนินการผลักดันกลับประเทศต้นทางทุกราย ธ.ก.ส.โอนเงินเกษตรกรรอบ 2นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. ธนาคารจะโอนเงินรอบที่ 2 ของเดือน มิ.ย. ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่แจ้งหมายเลขบัญชีเข้ามาให้ใหม่ จำนวน 437 ราย เป็นเงิน 2.19 ล้านบาท หลังจากวันที่ 7 ก.ค.ธนาคารโอนเงินเยียวยาผ่านบัญชีต่างธนาคาร ในระบบพร้อมเพย์ในรอบที่ 1 ของเดือน พ.ค.ไปแล้ว ส่วนรอบที่ 3 จะโอนเงินให้ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.เป็นต้นไป ส่วนเกษตรที่ยังไม่ได้รับเงินจากธนาคาร เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบบัญชี 48,196 รายและเกษตรกรที่ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีให้ได้ เพราะไม่ได้แจ้งเลขที่บัญชีของตนเองเอาไว้ในระบบจำนวน 151,878 ราย รวมทั้งสิ้น 200,074 ราย หากธนาคารตรวจสอบบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะโอนเงินให้ภายในวันที่ 15 ก.ค.ส่งหนังสือถึงผู้สละสิทธิ์เงินเยียวยาด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีผู้สละสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5 พันบาท รวม 3 เดือน และได้รับหนังสือจาก สศค.ให้ดำเนินการคืนเงินชดเชยรายได้ที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ โดยให้ชำระเงินผ่านช่องทางโมบาย แบงกิ้งหรือเอทีเอ็มของธนาคารใดก็ได้ ว่า สศค.ส่งหนังสือไปให้ผู้ที่ลงทะเบียนในมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” ที่กดปุ่มขอสละสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน .com ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.เป็นต้นไป จำนวนหลายพันคนจริง ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ของการสละสิทธิ์เงินเยียวยาที่กระทรวงการคลังจะต้องเรียกเงินคืนให้ครบถ้วน ส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์และได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ไปแล้ว 3 เดือน ไม่ต้องคืนดำเนินการคืนเงิน เพราะจะไม่ได้รับหนังสือนี้ คนไทยกลับจากญี่ปุ่นอีก 149 คนที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจรับคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ JL 031 เครื่องลงเวลา 14.42 น. จำนวน 149 คน พบผู้โดยสารมีไข้สูง 9 คน จึงนำส่งโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือนำไปดำเนินการกักตัว 14 วันตามมาตรการรัฐแห่เที่ยวบ้านแม่กำปองส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน 4-7ก.ค. มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพาไปเที่ยวที่บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เพื่อสัมผัสธรรมชาติรวมถึงชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศเริ่มหนาวเย็น นายสุเทพ แสนมงคล นายอำเภอแม่ออน เปิดเผยว่า สั่งให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่นักท่องเที่ยวจะทยอยเดินทางกลับ เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก พร้อมตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันสิ่งผิดกฎหมายด้วย สิ้นสุดวันหยุดยาวแห่กลับกรุงขณะที่ประชาชนในหลายจังหวัด ทยอยเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในวันหยุดยาว เช่นจังหวัดนครสวรรค์ ถนนหลายสายในพื้นที่จังหวัดนี้ ที่ถือเป็นประตูจากภาคเหนือเข้าสู่กรุงเทพฯ มีรถหนาแน่นโดยเฉพาะบริเวณถนนพหลโยธิน ตั้งแต่บริเวณสามแยกอุทยานสวรรค์ สี่แยกเดชาติวงศ์ บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า ติดสะสมในช่วงทางแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร ส่วนถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณทางแยกนวมินทร์ ไปจนถึงสามแยกอุทยานสวรรค์ การจราจรหนาแน่นมาก ตำรวจเปิดช่องจราจรพิเศษบริเวณสะพานเดชาติวงศ์อีก 1 ช่องทาง เพื่อระบายรถไม่ให้ติดสะสมถนนมิตรภาพรถหนาแน่นส่วนการจราจรบนถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณสี่แยกบ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา ติดขัดและชะลอตัวสะสมยาวกว่า 1 กม. รถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเต็ม 3 ช่องทางหลัก ขณะที่ตำรวจบังคับสัญญาณไฟจราจรด้วยมือ แทนระบบอัตโนมัติเร่งระบายรถยนต์ที่ติดสะสม เช่นเดียวกับถนนมิตรภาพ กม.90-97 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง มีรถยนต์สะสมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นจุดรวมของเส้นทางจากภาคอีสานเข้าสู่กรุงเทพฯ การเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง ต้องเปิดช่องทางพิเศษเพื่อระบายรถรถไฟสายใต้ผู้โดยสารล้นที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ และกลับไปทำงานตามจังหวัดต่างๆ ส่งผลให้รถไฟทุกขบวนทั้งขบวนท้องถิ่นในเส้นทางภาคใต้-กรุงเทพฯ มีผู้โดยสารหนาแน่น การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเพิ่มขบวนรถไฟอีก 3 ขบวน และมีผู้โดยสารเต็มหมดทุกขบวน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงมีมาตรการตรวจสอบ คัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งผู้โดยสารทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หวั่นเชื้อโควิด–19 ลอยในอากาศทางด้านต่างประเทศ วันเดียวกัน องค์การ อนามัยโลก (WHO) อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความเป็นไปได้กรณีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 239 คน จาก 32 ประเทศ ส่งจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องถึงอนามัยโลกให้ปรับยกระดับคำเตือนภัยระบาดของโคโรนาไวรัส “โควิด-19” โดยเชื่อว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายได้ทางอากาศ แตกต่างจากเชื้อโรคซาร์สและโค-โรนาไวรัส ชนิดที่ 2 ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อจากละอองของเหลวจากร่างกายผู้ป่วย อาทิ การไอหรือจาม อีกทั้งมาตรการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลจากที่เคยประเมินระยะปลอดภัยคือ 1 เมตร อาจต้องเพิ่มเป็นกว่า 2 เมตร อย่างไรก็ตาม หลักฐานพิสูจน์ยืนยันเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอ นอกจากนั้น อนามัยโลกยังแนะนำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้สวมใส่หน้ากากอนามัยชนิดปลอดภัยสูง “N95” ทั้งใช้อุปกรณ์อื่นๆ ปกป้องตัวเองอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะห้องที่ต้องใช้อุปกรณ์ระบายอากาศล่องลอยไกลกว่า 10 เมตรส่วนข้อมูลจากวารสารโรคติดเชื้อแห่งสถาบันออกซ์ฟอร์ดแห่งอังกฤษ ระบุถึงภาวะการติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจตามปกติจะติดต่อกันผ่านการหายใจ การพูดคุย การไอหรือจาม รวมถึงไวรัสที่ติดอยู่ตามของเหลวตกหล่น อาทิ น้ำลายหรือเสลด แต่หากเป็นเชื้อไวรัสขนาดเล็กมากจะสามารถล่องลอยในอากาศได้ไกลมากหลายสิบเมตรและไวรัสมีชีวิตล่องลอยในอากาศได้นานหลายชั่วโมงเมลเบิร์นล็อกดาวน์คนติดเชื้อพุ่งที่ออสเตรเลีย เมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย พื้นที่อาศัยของประชากรมากราว 5 ล้านคน ตกอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์หรือให้ผู้คนพำนักอยู่แต่ในบ้านอีกนาน 6 สัปดาห์ หลังพบผู้ติดเชื้อ “โควิด-19” เพิ่มขึ้นอีก 191 ราย เมื่อช่วงวันที่ 6 ก.ค. ถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อมากที่สุดภายในวันเดียว ทางการยังสั่งกักบริเวณผู้คนมากราว 3,000 คน ที่พักอาศัยบนอาคารสูง 9 หลัง ซึ่งพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลายรายก่อนหน้านี้ ขณะที่พรมแดนรัฐวิกตอเรียกับนิวเซาท์เวลส์ถูกสั่งปิดตั้งแต่เวลา 21.00 น. วันอังคาร 7 ก.ค.ตามเวลาประเทศไทย ส่วนพื้นที่อื่นของออสเตรเลียเริ่มผ่อนปรนมาตรการคุมเข้ม ทั้งนี้ ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 8,755 ราย ผู้เสียชีวิต 106 ราย ส่วนนิวซีแลนด์สั่งตรวจสอบผู้คนที่เดินกลับเข้าประเทศอย่างเข้มงวด แม้ว่าไม่เจอผู้ติดเชื้อรายใหม่แล้ว 67 วัน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 1,536 ราย ผู้เสียชีวิต 22 รายตรวจผู้นำบราซิลติดเชื้อประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล เตรียมเข้ารับการตรวจภาวะติดเชื้อโควิด-19 หลังผ่านการตรวจปอดแล้วไม่พบความผิดปกติ แต่ผู้นำบราซิลมีอาการเหมือนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และเมื่อช่วงเดือน พ.ค. นายโบลโซนาโรเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 แล้ว 3 ครั้ง ได้ผลเป็นลบทุกครั้ง ซึ่งนายโบลโซนาโรเป็นที่รู้กันดีว่าเขาไม่กลัวความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยทั้งคู่ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยตามสถานที่สาธารณะ ทั้งพยายามเปิดเมืองเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่บราซิลพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 1.62 ล้านราย อยู่อันดับ 2 ของโลก ผู้เสียชีวิตมากกว่า 6.55 หมื่นราย แต่ทางการเมืองเซา เปาโลยังอนุญาตเปิดผับ บาร์และร้านอาหารตามปกติแล้ว หลังล็อกดาวน์ไปนานกว่า 100 วัน สเปนพิจารณา “ภูมิคุ้มกันหมู่”รัฐบาลสเปนอยู่ระหว่างพิจารณาใช้ทฤษฎี “ภูมิคุ้มกันหมู่”--Herd Immunity หวังปกป้องประชาชนจากการระบาดของโควิด-19 โดยแนวทาง “ภูมิคุ้มกันหมู่” หมายถึง สถานการณ์ที่สัดส่วนของประชากรมีภูมิคุ้มกันไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างเองตามธรรมชาติหรือได้รับวัคซีนป้องกันโรค มีจำนวนมากพอจนเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่กระจายหรือถูกส่งผ่านไปยังคนอื่นๆหรือเมื่อคนในพื้นที่นั้นๆได้รับวัคซีนหรือได้รับเชื้อแล้วร่างกายมีภูมิคุ้มกันจนไม่ป่วยอีก อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ยังมีการถกเถียงกันอยู่มากว่าจะได้ผลดีจริงหรือไม่ ขณะที่สเปนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วเกือบ 3 แสนราย ผู้เสียชีวิตกว่า 2.84 หมื่นรายสถานการณ์อินเดียยังหนักสถานการณ์โควิด-19 ในเอเชีย อินเดียมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แล้วเกิน 2 หมื่นราย ผู้ติดเชื้อมากกว่า 721,310 ราย อยู่อันดับ 3 ของโลก ผู้ติดเชื้อรายใหม่ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 22,252 ราย ผู้เสียชีวิต 467 ราย ส่วนอินโดนีเซีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,268 ราย ผู้เสียชีวิต 68 ราย รวมผู้ติดเชื้อในอินโดนีเซียใกล้ 6.5 หมื่นราย ผู้เสียชีวิตกว่า 3,309 ราย รัสเซีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 6,368 ราย รวมผู้ติดเชื้อในรัสเซียเกือบ 7 แสนราย ผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,500 ราย ส่วนจีนพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 8 ราย รวมผู้ติดเชื้อกว่า 83,565 ราย ผู้เสียชีวิตกว่า 4,634 ราย ขณะที่จีนกำลังเริ่มการสอบเข้ามหาวิทยาลัยประจำปี ฮ่องกง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14 ราย รวมผู้ติดเชื้อกว่า 1,300 ราย ผู้เสียชีวิต 7 รายสหรัฐฯป่วย–ตายครองอันดับ 1สรุปตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จนถึง 7 ก.ค. ทั่วโลก อยู่ที่ 11.7 ล้านราย ผู้เสียชีวิตกว่า 5.41 แสนราย หายป่วยกว่า 6.75 ล้านราย สหรัฐฯติดเชื้อมากที่สุดกว่า 3.04 ล้านราย ตามด้วย บราซิลกว่า 1.62 ล้านราย อันดับ 3 อินเดีย กว่า 7.22 แสนราย อันดับ 4 รัสเซีย เกือบ 7 แสนราย อันดับ 5 เปรู กว่า 3.05 แสนราย ส่วนผู้เสียชีวิต สหรัฐฯ อันดับ 1 จำนวนกว่า 1.33 แสนราย อันดับ 2 บราซิล 6.55 หมื่นราย อันดับ 3 อังกฤษ 4.42 หมื่นราย อันดับ 4 อิตาลี 3.5 หมื่นราย และอันดับ 5 เม็กซิโก 3.12 หมื่นราย