อีกกทางหนึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจงบประมาณประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ผ่านวาระแรกไปแล้ว ตั้ง กมธ. 72 คน เพื่อพิจารณาและแปรญัตติภายใน 30 วัน จากนั้นก็จะเข้าสู่วาระ 2 และ 3เงื่อนไขกฎหมายกำหนดว่าต้องเสร็จภายในเวลา 105 วัน คือก่อนวันที่ 28 ก.ย.63 จากนั้นก็ส่งให้วุฒิสภาพิจารณากลั่นกรองจะสนุกก็ตรงขั้นตอนการพิจารณาใน กมธ.นี่แหละ...แต่ละชื่อที่ปรากฎออกมานั้นล้วนไม่ธรรมดามีเซียนเก๋าๆเชี่ยวประสบการณ์ไม่น้อยนี่ก็เป็นรางวัลทางการเมืองอีกประเภทหนึ่งเพื่อตอบแทนให้กับบรรดา ส.ส.ในแต่ละพรรค ยิ่งในรัฐบาลสามารถเยียวยาให้กับพวกที่ “อกหัก” ไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีถามว่าจะไปเทียบเคียงกับตำแหน่งเสนาบดีได้หรือ?คำตอบก็คือเงินอยู่ที่ไหนสดชื่นแจ่มใสพลัน!ในขั้นแปรญัตตินั้นเม็ดเงินก้อนใหญ่อย่างนี้เส้นทางเงินไปตรงไหนโครงการอะไรทั้งประเทศนั้นได้รับรู้กันหมดที่เห็นฟาดกัน จิกกัดกันในการอภิปรายนั้นก็เรื่องหนึ่ง จะเกิดความต่างความเหมือนกันในเวทีนี้แหละเพราะสถานการณ์จะต่างกันมีทั้งดุเดือด ต่อรอง ประนีประนอม เล่ห์เพทุบายครบรสมากกว่ากันเยอะ...ทำเป็นเล่นไปนายอุตตม สาวนายน ในฐานะรัฐมนตรีคลังคงต้องทำหน้าที่ประธาน กมธ.ชุดนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องควบคุม ประสานงานเพื่อให้วงเงินในกรอบผ่านไปได้จะเป็นช่องทางเรียกคืนความพึงพอใจ กลับมาได้ไม่มากก็น้อยยิ่งปัญหาขัดแย้งในพลังประชารัฐ ถึงขั้นถูกขับไล่ไสส่งทีม “4 กุมาร” เร่งเร้าให้นายกฯปรับ ครม.เพื่อหวังเข้าไปสวมแทนลอง ลด แลก แจก แถมแบบเล่นเป็นทำเป็นให้ดีเถอะ...ที่กรุ่นๆในใจจะหายเป็นปลิดทิ้ง...หากผลักดันให้เม็ดเงินกระจายไปในโครงการลงพื้นที่เป้าหมาย ตามที่พึงปรารถนาได้อะไรต่อมิอะไรมันก็เปลี่ยนไปได้ทั้งนั้นเป็นบุญเป็นคุณสนับสนุนส่งเสริมกันง่ายๆอย่างนี้แหละ...ว่ากันเรื่องเงินๆทองๆที่จะนำพาไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง เคยพูดคุยกับบรรดาข้าราชการมหาดไทยได้ให้คำแนะนำด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาเขาเสนอสั้นๆง่ายๆว่า “เลือกตั้งท้องถิ่น” เห็นผลแน่...นอกจากจะทำให้ท้องถิ่นเกิดความคึกคักไปทั่วประเทศแล้วยังทำให้มีเม็ดเงินกระจายไปอย่างทั่วถึงมือชาวบ้านรากหญ้าด้วยกระบวนการเลือกตั้งอย่างเป็นรูปธรรมปูพรมลงไปไม่ต้องผ่านบัตรสวัสดิการลงทะเบียนอะไรให้ยุ่งยากไม่ต้องไปขอร้องให้ช่วยกันใช้เงินเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน แต่ด้วยกลไกการเลือกตั้งนั้น จะขับเคลื่อนด้วยตัวของมันเองเนื่องจากต้องมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น สารพัดเพื่อผลแห่งการเลือกตั้ง หาก “ใจถึง-พึ่งได้” ก็จำเป็นที่จะต้องใส่หน้าตักมากขึ้นยิ่งพรรคการเมืองระดับชาติยุคสมัยใหม่นี้ ต่างก็ให้ความสนใจลงลึกไปถึงการเมืองท้องถิ่นเพื่อหวังปักหมุดฐานเสียงควบแน่นมากขึ้นรัฐบาลก็จะได้ 2 เด้ง คืออุดหนุนประชาธิปไตยและกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวมิหนำซ้ำยังใช้เป็นตัววัดคะแนนนิยมพื้นฐานได้อีกด้วย.“สายล่อฟ้า”