เป็นที่คาดหมายกันว่าผลกระทบจากโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยลงอย่างหนักหนาสาหัสนับตั้งแต่เศรษฐกิจตกตํ่าครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อ ค.ศ.1930 หรือ พ.ศ.2473 เป็นต้นมาธนาคารโลกเคยคาดไว้ว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวประมาณร้อยละ 5.2 และล่าสุดไอเอ็มเอฟคาดว่าจะหดประมาณ 4.9 ดูเหมือนจะน้อยลงหน่อย แต่ก็ยังน่ากลัวอยู่นั่นเองของไทยเรา สภาพัฒน์ คาดว่าจะลดลงร้อยละ 6.5 แต่ล่าสุดเมื่อ ไม่กี่วันมานี้ คณะกรรมการการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะติดลบถึง 8.1 เปอร์เซ็นต์ทำให้คำอุปมาอุปไมยที่ว่า “ปีกลายเผาหลอก...ปีนี้เผาจริง” กลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่งวาทกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2539 ต่อมาจนถึงปี 2540 เมื่อครั้งเศรษฐกิจไทยประสบภาวะต้มยำกุ้งโดยนำมาจากธรรมเนียมปฏิบัติในการฌาปนกิจผู้วายชนม์ของสังคมไทยที่จะมีการ “เผาหลอก” ให้ญาติมิตรทั่วๆไปขึ้นวางดอกไม้จันทน์เสียครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงมีการจุดไฟ “เผาจริง”กลายเป็นวาทกรรมที่โดนใจประชาชนชาวไทยอย่างมาก เป็นเหตุให้ยังคงฮิตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันผมเองก็พลอยเคลิ้มไปด้วย และเผลอหยิบมาใช้อยู่บ้าง แต่มีอยู่วันหนึ่งลองมานั่งนึกๆดูประสานักเรียนเศรษฐศาสตร์ก็พบว่า สำนวนนี้ ไม่สะท้อนความเป็นจริงของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่เราเคยเรียนนี่นาเพราะในทฤษฎี “วัฏจักรเศรษฐกิจ” สอนไว้ว่า เศรษฐกิจจะมีทั้งขาขึ้นและขาลงหมุนเวียนกันอยู่ตลอด...เวลาขึ้นมันก็จะขึ้นขึ้นและขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด เสร็จแล้วมันก็จะค่อยๆร่วงลงมา ลง ลง ลงไปจนถึงจุดตํ่าที่สุด แล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้นเดือดเนื้อร้อนใจสาหัสสากรรจ์ ณ จุดตํ่าสุดนั้นเป็นเวลาหนึ่ง แล้ว ก็จะค่อยๆฟื้นตัวกลับมาใหม่จะยาวนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละรัฐบาล หรือแม้แต่รัฐบาลที่ทำอะไรไม่เป็นเลย เศรษฐกิจก็จะฟื้นขึ้นมาได้เองอยู่ดีด้วยกลไกและคุณสมบัติที่อยู่ในตัวของมนุษย์โดยธรรมชาติมันจะค่อยๆฟื้นขึ้นฟื้นขึ้นกลับมาสู่ขาขึ้นอีกครั้ง แล้วก็ขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดรอบใหม่แล้วก็จะตกลงมาใหม่...เวียนวนเช่นนี้เป็นนิรันดรเมื่อเศรษฐกิจไม่เคย “ตาย” ก็ไม่จำเป็นต้องมีการ “เผา” ไม่ว่าจะเป็น “เผาหลอก” หรือ “เผาจริง”ข้อเท็จจริงนี้พิสูจน์ได้จากประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ รวมทั้งเมื่อครั้งเศรษฐกิจตกตํ่าครั้งใหญ่ ค.ศ.1930 (พ.ศ.2473) ก็พิสูจน์แล้ว เศรษฐกิจโลกมิได้ตาย เศรษฐกิจของประเทศต่างๆก็ไม่ตาย ค่อยๆกลับมาเจริญรุ่งเรือง แล้วก็ตกตํ่าอีกหลายครั้งหลายหนรวมทั้งหนนี้ข้อสำคัญในการรับมือกับมันก็คือ เมื่อเรารู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น เราก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ แล้วก็สู้กับมันอย่างทรหดอดทนและไม่ย่อท้อรัฐบาลท่านทำหน้าที่ของท่านแล้ว จะถูกบ้าง ผิดบ้าง ตรงเป้าบ้าง ไม่ตรงบ้าง แต่ก็พยายามทำหน้าที่ขอให้ภาคเอกชนและประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ตุนสะเบียงกรัง ทางเศรษฐกิจไว้ได้มากที่สุดในช่วงที่ยังไม่วิกฤติ ออกมาช่วยเหลือเจือจานอีกแรงหนึ่ง ก็จะช่วยให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ใครที่รวยและมีเงินเหลืออยู่เยอะเพราะมือยาวกว่า สาวเอา GDP ไปเป็นของตนเองได้มากกว่า ก็ให้เอาออกมาใช้จะลงทุนใหม่ๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรืออย่างไม่ทำอะไรเลยก็ขอให้ออกมาแจกข้าว แจกนํ้าต่อชีวิตคนจน ต่อชีวิตคนตกงาน ดังที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็ยังดี...ขอขอบพระคุณล่วงหน้าอดทน อดกลั้นทุกๆฝ่าย และอย่าอายหากจะต้องไปกินอาหารตามโรงทานของวัด หรือตามสถานที่ที่รัฐบาลจัดไว้เพื่อความอยู่รอดแต่จงอายที่จะทำอกุศล โดยเฉพาะการก่ออาชญากรรมปล้นจี้ชิงทรัพย์ หรือหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมายอย่าท้อ อย่าถอย และอย่าไปตระหนกกับคำว่า “ปีนี้เผาจริง” เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีการเผาจริง แม้จะสาหัสแค่ไหนก็ตามเนื่องจากในตำราเศรษฐศาสตร์สอนไว้และพิสูจน์แล้วว่า “เศรษฐกิจโลก” หรือ “เศรษฐกิจประเทศไหน” ก็ตาม ไม่เคยตายครับ มันแค่สลบหรือซบเซาลงไปเท่านั้น พอถึงที่สุดแล้วก็จะฟื้นขึ้นมาเอง.“ซูม”