ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือสินค้าโอท็อป กลับมาได้รับความ นิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นส่วนหนึ่งเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนไทยหันมาสนับสนุนสินค้าของคนในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่สำคัญสินค้าในกลุ่มของอาหาร ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดจากสารพิษอย่างแท้จริง เพราะเป็นกระบวนการผลิตที่ทำมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริงกาแฟมูลค้างคาว บ้านบางเหลียว ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เป็นอีกหนึ่งสินค้าโอทอปที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลูกและผลิตกันในชุมชนจุดเริ่มต้นมาจาก นายเขตร เทพไชย ปธ.สภา อบต.คีรีวง ผู้ค้นพบ เมล็ด กาแฟจากมูลค้างคาว ภายในถ้ำวารีรินทร์ แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ ต.คีรีวงนายเขตร กล่าวว่า ประมาณ 9 ปีก่อน ค้นพบเมล็ดกาแฟจากมูล ของค้างคาวที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำ ลองนำมาปลูกในสวนกาแฟเดิมที่มีอยู่แล้ว พบกลับปลูกได้ดีจากนั้นลองนำเอาเมล็ดกาแฟที่ได้มาคั่วและชงดื่ม ปรากฏได้รสชาติ ของกาแฟที่หอม อร่อย รสไม่ขมจนเกินไป ไม่ต้องผสมน้ำตาลหรือนมข้นหวานเวลาดื่มกินต่อมาให้เพื่อนในหมู่บ้านทดลองดื่ม ทุกคนก็ชื่นชอบ เลยขยายพันธุ์ ปลูกได้นับ 10 ไร่ พร้อมนำผลผลิตออกขายตามตลาดออนไลน์ มีคนที่ได้ลองชิม ติดใจในรสชาติของกาแฟจึงพัฒนาต่อเนื่องจนได้รับการการันตีเป็นสินค้าโอทอปของชุมชน ปัจจุบันกาแฟมูลค้างคาวกลายเป็นสินค้าที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จนทำราคาขายได้ กก.ละ 500 บาทหากมีการผลัดดัน กาแฟมูลค้างคาว ให้มีชื่อเสียง เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ก็พร้อมที่จะขยายพันธุ์ให้ชาวบ้านนำไปปลูกในพื้นที่ของตัวเองผู้ที่สนใจอยากทดลองชิมติดต่อได้ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบางเหลียวหรือโทร.08–9972–2513.วิสุทธิ์ รองพล