สถานการณ์การเมือง ที่เคลื่อนไหว ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนคาดกันว่า การที่ปัญหาทั้งโรคระบาดพิษเศรษฐกิจตกต่ำ และการเมืองที่เข้าด้ายเข้าเข็ม จะเป็นปัจจัยนำไปสู่ การเลือกตั้งใหม่ ในอีกไม่ช้าไม่นาน การตั้งพรรคการเมือง เหล้าเก่าในขวดใหม่ หรือการเตรียมที่จะ ปรับ ครม. ในอีกเดือนสองเดือนนี้ การลงพื้นที่ของ ส.ส.และการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค ไม่ต่างจากการ จัดทัพ เพื่อลงสนามเลือกตั้งวัดดวงเท่าไหร่นักอดีตคนไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็น ภูมิธรรม เวชยชัย นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ จาตุรนต์ ฉายแสง ล้วนแต่ คนเดือนตุลา ที่หันมาจับมือกันเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง ชื่อกลุ่มอะไรก็แล้วแต่ถึงเวลาก็ต้องออกไปตั้งพรรคใหม่ ที่จะขับเคลื่อนทางการเมืองต่อไปในอีกบริบทเป็นบริบทที่มีความอิสระ และมีแนวทางการเมืองที่ชัดเจน ปลดเปลื้องภาระในอดีตทั้งหมด เช่นเดียวกับ คนเสื้อแดง ที่ยังอยู่ในสนามการเมือง และเช่นเดียวกับ กลุ่มแนวร่วมเพื่อไทย หรือ สมาชิกไทยรักษาชาติ ที่อาจจะมีพรรคใหม่ 2-3 พรรคหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความลงตัวและเป็นเหตุผลที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่จะต้องปักหลัก รักษาพรรคเพื่อไทยต่อไป แม้จะเหลือ ส.ส.ไม่เท่าเก่า หรืออาจจะเหลือแต่ ส.ส.กลุ่ม คุณหญิงสุดารัตน์ เพียวๆ ในที่สุดการแตกตัวออกมาเช่นนี้ มีทั้งเรื่องของปัญหาส่วนตัวและส่วนรวม แต่เชื่อว่าจะคลายความอึดอัดและเป็นการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ในสถานการณ์การเมืองที่ไม่มีความแน่นอนและคงไม่มี ความแตกต่าง จาก พรรคประชาธิปัตย์ เท่าไหร่นัก เพราะสุดท้ายแล้ว ประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็คงเหลือแค่กลุ่ม ส.ส.ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่การแตกตัวของ ส.ส.กทม. การตัดสินใจตั้งพรรคของ กรณ์ จาติกวณิช หรือการลาออกของแกนนำประชาธิปัตย์อีกหลายคนที่ไปอยู่กับ สุเทพ เทือกสุบรรณ บ้าง อยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บ้างก็เกิดจากปัญหาส่วนตัวและส่วนรวมเช่นกันปลาคนละน้ำคงจะอยู่ด้วยกันลำบาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น อุตตม สาวนายน หรือสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หรือแม้แต่สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในนามสี่ยอดกุมาร ก็ต้องมีทางเดินของตัวเองการยอมรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ของบรรดา ส.ส. พลังประชารัฐ มากกว่า สมคิด อุตตม หรือ สนธิรัตน์ ไม่จำเป็นต้องไปตีความอะไรมากมายเป็นปัญหาเดิมๆ เป็นปลาคนละน้ำเมื่อ ส.ส. คุยกับประธานยุทธศาสตร์พรรคแล้วเข้าใจกว่าใจถึงพึ่งได้กว่าหัวหน้าหรือเลขาธิการพรรค ก็อยากให้ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้นำเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรมากมาย หรือถ้า พล.อ.ประวิตรจะเป็นหัวหน้าพรรคก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเป็นเรื่องของบารมีล้วนๆ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th