เมื่อ 25 พ.ค. นายทาเร็ค เอล ไอสซามิ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานเวเนซุเอลา ทวีตพร้อมภาพเฉลิมฉลองด้วยความยินดีขณะที่เรือ 1 ใน 5 ลำ “ฟอร์จูน” ที่บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงราว 1.5 ล้านบาร์เรลของอิหร่าน จอดเทียบท่าโรงกลั่นน้ำมันเอล ปาลิโต รัฐคาราโบโบ ตอนเหนือของประเทศ ส่วนลำที่ 2 แล่นเข้าสู่เขตน่านน้ำเวเนฯ และทั้งหมดจะเทียบท่าเวเนฯในอีกไม่กี่วันข้างหน้าขณะที่รัฐบาลอิหร่านเตือนถึงสหรัฐฯก่อนหน้าว่าให้ระวังผลที่จะตามมาหากสกัดเรือบรรทุกน้ำมันเหล่านี้ไม่ให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง ท่ามกลางการเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดของสหรัฐฯที่กังวลว่าทั้งอิหร่านและเวเนฯ ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรทั้งสองประเทศ กำลังผูกสัมพันธ์ที่ยาวนานเพื่อไปสู่อีกระดับยุทธศาสตร์ทั้งนี้ เวเนฯต้องพึ่งพารายได้เกือบทั้งหมดจากน้ำมัน แต่ด้วยภาคการผลิตที่ลดต่ำลง แต่ทางรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร กล่าวโทษว่าสาเหตุจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ รวมถึงการโจมตีบริษัทน้ำมัน PDVSA ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของเวเนฯ แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเพราะรัฐบาลล้มเหลวในการลงทุนดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐาน และเมื่อเดือน เม.ย.กระทรวงพลังงานเผยราคาน้ำมันในประเทศตกต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี เหลือไม่ถึง 10 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เทียบกับเมื่อปีกลายราคาเฉลี่ย 56.70 เหรียญต่อบาร์เรล.