เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการจัดสรรงบประมาณโครงการอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า เรื่องนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) มีข้อสรุปว่าโครงการอาหารกลางวันจะต้องจัดให้ครบกับเด็กทุกคนในช่วงเวลาเปิดภาคเรียนจริงในวันที่ 1 ก.ค. อย่างไรก็ ตามระหว่างนี้ที่มีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดโครงการอาหารกลางวันให้แก่เด็กที่มีปัจจัยพื้นฐานความยากจนพิเศษจำนวน 500,000 คน โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นหน่วยงานกลางบริหารจัดเงินสนับสนุนจาก กสศ.ให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงเลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า การจัดสรรงบประมาณโครงการอาหารกลางวันขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดสรรลงไปให้ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเมื่อมีการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค. สพฐ.จะเร่งจัดสรรเงินงบประมาณไปพร้อมกับวันเปิดภาคเรียน โดยนักเรียนระดับถมศึกษาทุกคนจะได้รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ขณะเดียวกันหากในวันที่ 1 ก.ค. การแพร่ระบาดของไวรัสยังไม่พ้นวิกฤติ สพฐ.ได้มีข้อเสนอถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไปว่าให้มีการประกอบอาหารกลางวันที่โรงเรียนและให้เด็กมารับกลับไปรับประทานที่บ้านเหมือนในรูปแบบ Take home นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้เสนอขอขยายเกณฑ์กลุ่มอายุนักเรียนที่ได้การจัดสรรงบประมาณโครงการอาหารกลางวันจากเดิมให้สำหรับเด็กระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ขยายเพิ่มครอบคลุมเด็กให้มากขึ้น โดยให้เริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว เนื่องจากมีกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสที่มีจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึง ม.3 ด้วย ซึ่งก็อยากให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสการเติมเต็มอาหารตามหลักโภชนาการครบทุกวัน.