มีพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9ความตอนหนึ่งว่า “...คนเราจะอยู่สุขสบายแต่คนเดียวไม่ได้ ถ้าคนที่อยู่ล้อมรอบมีความทุกข์ยากควรต้องแบ่งเบาความทุกข์ยากของเขาบ้าง ตามกำลังและความสามารถเท่าที่จะทำได้...”เห็นควรน้อมรำลึกนำแนวพระราชดำรัสปรับไปใช้เข้ากับสถานการณ์วิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดทำวิถีชีวิตหลายคนเปลี่ยนถึงเวลา “แบ่งปัน” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างเฉกเช่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำร่องโครงการ “รับอาหารฟรีครับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ให้ตำรวจทุกจังหวัดจัดกิจกรรมตั้ง “โรงทาน” ในพื้นที่เหมาะสม เพื่อแจกจ่าย อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันประเดิมมอบทุน 50,000 บาทเป็น “ขวัญถุง” ให้ บก.น.1-9 และ บก.ภ.ทุกจังหวัด นำไปสานต่อโครงการในพื้นที่ ด้วยการแสวงหาความร่วมมือ ผู้มีจิตศรัทธา เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมตามกำลังศรัทธามี พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ร่วมขยายโครงการไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกหน่วยขณะที่ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. เดินหน้า “สะพานบุญ” ระดมทีมตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 และจิตอาสาพระราชทานจัดถุงยังชีพ “พอใจ-พอเพียง” แจกแก่ผู้ด้อยโอกาสตามชุมชนย่านปากคลองตลาดต่อยอดไปถึง พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล. พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ ผกก. 6 บก.ทล. พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สว.ส.ทล.1 กก. 6 บก.ทล. (นครราชสีมา) ลุยเยี่ยมชาวบ้านในพื้นที่ มอบถุงยังชีพประทังครอบครัวแม้ตำรวจชั้นผู้ปฏิบัติอีกจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญภาวะ “รัดเข็มขัด” ไม่ต่างกัน แต่จำเป็นต้องเลือกทำหน้าที่ “พิทักษ์สันติราษฎร์” ไว้ก่อน “ปากท้องตัวเอง”หากเลือกน้อมนำตามศาสตร์ของ “ในหลวงภูมิพล” เชื่อว่าทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันพอใจในความพอเพียง.สหบาท