รอลุ้นคลายล็อกเฟสสอง ให้ห้างสรรพสินค้ากลับมารีสตาร์ตเปิดกิจการได้ตามปกติตามสัญญาณที่ดีขึ้นเรื่อยๆของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย ที่รักษาระดับเลขตัวเดียวเกือบตลอดสัปดาห์ ล่าสุด วันที่ 8 พ.ค.2563 มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 8 คน รวมมีผู้ติดเชื้อสะสม 3,000 ราย ขณะที่สถิติผู้ป่วยที่รักษาหายเป็นปกติมีจำนวนเพิ่มขึ้น เหลือผู้ป่วยนอนอยู่ในโรงพยาบาลน้อยลงแนวโน้มเอาอยู่ ควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้ บ่งบอกประสิทธิภาพการควบคุมโรคและรักษาได้ดีกว่ายักษ์ใหญ่หลายประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมหาศาล ล้มตายเป็นเบือแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไงก็ห้ามการ์ดตกช่วงการคลายล็อก อย่างที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยื่นคำขู่พร้อมกลับมาล็อกดาวน์อีกรอบ หากตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งกลับมาใหม่ตามสภาพที่คนไทยเริ่มไม่ยกการ์ดสูงเหมือนเก่า จากผลสำรวจกระทรวงสาธารณสุขรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบประชาชนใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง เหลือ 75% จากที่เคยทำได้ถึง 93-94% และการเว้นระยะห่างทางสังคมลดลงจาก 94% เหลือ 78%หลายคนย่ามใจกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ คงต้องกวดขันกันใหม่ ไม่หย่อนยานจนเกินเหตุมิเช่นนั้นโอกาสที่จะคลายล็อกระยะสองให้บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านค้าขนาดใหญ่ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ อาจจะฟาวล์ ถ้ายอดผู้ติดเชื้อกระโดดกลับมาใหม่ถึงเวลาที่คนไทยต้องปรับวิถีดำเนินชีวิตเป็นแบบ new normal รับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ถ้าทุกคนเคร่งครัดวินัยกันต่อเนื่อง บรรดาห้างร้านทุกแห่งจะได้กลับมาเปิดกิจการอีกครั้งภายในเวลาอันรวดเร็วยิ่งขึ้นในภาวะที่ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์พอๆกับการแพร่ระบาด ตามที่ประเมินกันว่าต้องใช้เวลาอีก 6-9 เดือน หรืออาจเป็นปีกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวคนไทยต้องกลืนเลือดกันยาวๆ ปากกัดตีนถีบอีกหลายปีเป็นโจทย์หินที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือจากสมาคมภาคธุรกิจช่วยกันประคองการจ้างงาน ให้ทุกคนมีงานทำในยามที่เศรษฐกิจโลกทรุดตัวหนัก ควบคู่ไปกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างที่เห็นมาตรการเฉพาะหน้า แจกเงิน 5,000 บาท 3 เดือน ให้คนขาดรายได้จากพิษโควิด-19 ทั่วประเทศ ที่ใช้งบ 5-6 แสนล้านบาท ยิ่งกว่าเมกะโปรเจกต์ยักษ์ แถมยังเป็นภารกิจฉุกเฉินเฉพาะหน้ากับคนเดือดร้อนกว่า 20-30 ล้านคนมันก็ไม่แปลกที่จะมีปัญหาขลุกขลักบ้าง แต่จากยุทธศาสตร์ที่ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง บริหารจัดการจนเริ่มเข้ารูปเข้ารอย มีผู้ได้รับการโอนเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 11 ล้านคน และสัปดาห์หน้าจะโอนให้อีก 2.8 ล้านคนเบ็ดเสร็จมีคนได้รับเงินเยียวยา 13-14 ล้านคน แม้จะช้าไปบ้าง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็เข้าใจปัญหาจริงๆอยู่ที่เกมการเมือง ลากปมเยียวยามาเป็นชนวนไฟไม่ใช่เฉพาะแค่ฝ่ายค้าน ทีมเพื่อไทย และแนวร่วมฝ่ายต้านที่ไม่ปล่อยให้รัฐบาล “บิ๊กตู่” ใช้เงินหลวงกวาดคะแนนนิยมง่ายๆแต่พวกที่แสบกว่าไล่เจาะยางกันโต้งๆคือ คนยี่ห้อประชาธิปัตย์ ทั้ง “เดอะคึกรายวัน” นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค คอยเตะตัดขา ประจานการแจกเงินล่าช้า ไม่ทันกับความเดือดร้อนของชาวบ้านตีปี๊บโห่ฮากระทรวงการคลัง กลบปมฉาวเรื่องการกักตุนหน้ากากอนามัย ได้จังหวะเบี่ยงตัวหลบปมด้อย ในหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่พากันชิ่งภารกิจร้อน กักตัวยาวในช่วงโควิดยังไม่นับเกมเลื่อยขาเก้าอี้จากคนกันเองในพรรคพลังประชารัฐ ที่ฉวยเหลี่ยมทิ่มแทง รมว.คลัง ตามเป้าหมายหาม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ดันรัฐมนตรีโลกลืมอย่าง สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ยึดขุนคลัง คุมเค้กเงินกู้โควิด 1 ล้านล้านบาทในจังหวะที่ “ลุงตู่” เองต้องรีบเบรกเกมเดือดในพลังประชารัฐ ออกมาการันตียังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆใน ครม.และพรรคพลังประชารัฐตัดบทให้ “อุตตม” สวมหัวโขน รมว.คลังและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐต่อไป โชว์ลูกเด็ดขาดให้เห็น ใครเป็นผู้มีอำนาจตัวจริง ไม่ให้พวกเขี้ยวลากดินในพรรคมากดหัวต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองในช่วงวิกฤติประเทศตัดตอนเกมการเมืองอันตรายไม่ให้ตามรังควานการฟื้นฟูประเทศให้ยากขึ้นไปอีก.ทีมข่าวการเมือง