หลังจากที่โควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทุกประเทศต่างประกาศใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจออกมาตรการต่างๆเพื่อยับยั้งไวรัสมรณะ ฮังการีเป็นประเทศหนึ่งที่ประกาศใช้กฎหมายพิเศษ แต่แทนที่จะถูกมองว่ากฎหมายมีอานุภาพมากน้อยแค่ไหน แต่กลับมีเสียงวิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีฮังการีฉวยโอกาสใช้กฎหมายเพิ่มอำนาจให้ตนเองไทยก็เป็นประเทศหนึ่งซึ่งประกาศ ใช้กฎหมายพิเศษเพื่อต่อสู้กับโควิด นั่นก็คือ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่มีเสียงวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศ แต่สื่อมวลชนไทยมองว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้นายกรัฐมนตรีกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีข้าราชการเป็นกลไกสำคัญที่คณะรัฐมนตรีถูกลดอำนาจฮังการีเคยเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ เป็นเวลานานหลายสิบปี การที่ นายกรัฐมนตรีจะกลับคืนสู่ระบอบอำนาจนิยม อาจเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งมาจากหัวหน้าคณะรัฐประหารก็อาจเห็นว่าระบอบอำนาจนิยมทำให้การปกคอรงประเทศคล่องตัว แต่ พ.ร.ก. ไม่ได้ทำให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเบ็ดเสร็จพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายพิเศษที่คณะรัฐมนตรีชอบอำนาจ ให้นายกรัฐมนตรีครั้งละไม่เกิน 3 เดือน เพื่อให้ออกข้อกำหนดต่างๆในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วน ครม.ก็ยังมีอำนาจบริหารรายการแผ่นดิน ฉะนั้น คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ว่า เป็นนายกฯ ผมทำคนเดียว ไม่ทราบหมายถึงอะไรการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีระบบสำคัญ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบรัฐสภาแบบอังกฤษกับระบบประธานาธิบดีแบบสหรัฐอเมริกา ระบบอเมริกันมีประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เช่นเดียวกับรัฐสภา ประธานาธิบดีเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร มีอำนาจแต่งตั้งและปลดรัฐมนตรีได้ตามใจ แต่ทุกอำนาจล้วนแต่ต้องมีการถ่วงดุลเห็นได้ชัดที่สุดในช่วงวิกฤติโควิดขณะนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเรื่องทะเลาะกับผู้ว่าการรัฐต่างๆเป็นประจำ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าจะป้องกันและรักษาผู้ป่วยอย่างไร จะปิดหรือเปิดเมืองได้เมื่อไร และเปิดอะไรบ้าง แสดงว่าแม้แต่ในระบบอเมริกัน ประธานาธิบดีก็ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีการถ่วง อำนาจโดยสภาและผู้ว่าการรัฐส่วนประเทศไทยใช้ระบบรัฐสภาแบบอังกฤษมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่การเมืองไทยจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ทั้งแบบเต็มใบและครึ่งใบ นายกฯในช่วงเผด็จการมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ในช่วงประชาธิปไตยแม้จะครึ่งใบต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญ.