ช่วงนี้ WFH หรือ work from home เป็นโอกาสให้หลายคนทดลองทำอาหารรับประทานเอง สำหรับนักชิมที่ต้องลงครัวมาเป็นเชฟเอง วันนี้เลยมีเมนูอร่อยคนที่ชื่นชอบกินอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะ “ซูชิ” ที่ทำง่ายสำหรับเชฟสมัครเล่น แต่ได้ความอร่อยเทียบเท่าเชฟมืออาชีพ เพียงมีตัวช่วยที่ดี “ซูชิ พลัส บาย ไคเซนมารุ” “น้ำส้มซูชิสูตรพิเศษ” ใหม่ล่าสุด เจ้าแรกในประเทศไทย ที่มาของความอร่อย เริ่มจาก เรืองยศสุวรรณ สุวรรณธาร ผู้บริหารของ บริษัท ไคเซนมารุ (Kai Sen Maru Co.,Ltd.) ผู้จัดจำหน่าย ปลาแซลมอน หลากหลายสายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก ปลาทูน่าครีบเหลือง (มากุโร่) และวัตถุดิบหลักสำหรับอาหารญี่ปุ่น ประเภทข้าวปั้นหน้าต่างๆได้ริเริ่มทำ “น้ำส้มซูชิสูตรพิเศษ” ใหม่ล่าสุด เจ้าแรก ซึ่งนอกจากจะให้มีสีสันสวยงามและมีคุณค่าทางโภชนาการจากพืชผักสมุนไพร โดย เรืองยศสุวรรณ บอกว่า โดยทั่วไปซูชิมีองค์ประกอบคือ ข้าวญี่ปุ่นผสมน้ำส้ม และปลาดิบ ซึ่งจะได้รับคุณค่าทางอาหารโอเมก้า 3 จากเนื้อปลาเป็นหลัก แต่ “ซูชิ พลัส” คือนวัตกรรมใหม่ โดยการนำน้ำส้มซูชิมาผสมกับน้ำสกัดจากพืชผักและผลไม้ต่างๆ ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพความสดใหม่ ปราศจากการแต่งสี แต่งกลิ่น ทำให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ส่วนรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ได้มาจากตัวน้ำส้มซูชิ ส่วนสีและกลิ่นจะได้จากน้ำที่สกัดมาแตกต่างกันโดย ซูชิ พลัส มีทั้งหมด 7 รสชาติ ได้แก่1.“ซูชิผสมดอกเก๊กฮวย” ช่วยลดไขมันในตับและในหลอดเลือด2.“ซูชิผสมดอกกระเจี๊ยบ” ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ3.“ซูชิผสมดอกอัญชัน” ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย4.“ซูชิผสมใบชาเขียว” ช่วยล้างและกำจัดสารพิษในลำไส้5.“ซูชิผสมแครอท” ช่วยบำรุงสายตา ผิว และเส้นผม6.“ซูชิผสมบีทรูท” ช่วยเสริมสร้างบำรุงตับและสมอง7.“ซูชิผสมมะตูม” ช่วยรักษาโรคในลำไส้ ป้องกันโรคเบาหวาน โดยได้ส่งจำหน่าย ซูชิ พลัส แล้วที่ซุปเปอร์มาร์เกต ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น เซ็นทรัล, แม็กซ์แวลู และสยามพารากอน รวมทั้งสิ้น 119 สาขา ทั่วประเทศ โทร.0-2247-5241 และ 0-2247-2144พร้อมกันนี้ เชฟอนุวัฒน์ อู่ทอง เชฟของไคเซนมารุ ได้มาเผยว่าถึงเคล็ดลับการทำ “ซูชิ” แบบง่ายๆ แม้จะเป็นมือสมัครเล่น ก็ทำอร่อยได้ ด้วยการปรุงน้ำส้มสูตรพิเศษของ “ซูชิ พลัส” ทั้ง 7 รสชาติ เครื่องปรุง ประกอบด้วย1.ข้าวญี่ปุ่น2.น้ำส้มสูตรพิเศษซูชิ พลัส3.ปลาแซลมอนดิบ หรือปูอัด4.ส่าหร่ายแผ่นใหญ่5.แตงกวาญี่ปุ่น หรือแครอท ตามชอบ วิธีการทำหุงข้าวญี่ปุ่น เมื่อสุกนำมาคลุกเคล้ากับน้ำส้มซูชิ พลัส รสชาติที่ชื่นชอบ โดยสัดส่วนคือ ข้าว 100 กรัม ใช้น้ำส้มซูชิ พลัส 20 มิลลิกรัม หากข้าว 200 กรัม น้ำส้ม 40 มิลลิกรัม เป็นต้น เริ่มจากคลุกข้าว ให้เข้ากับน้ำส้มจนทั่ว หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้อิ่มตัว ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยนำมาปั้นข้าวซูชิ ด้วยการตักข้าววางบนสาหร่ายบนเสื่อไม้ไผ่ห่อซูชิ ตามด้วยปลาแซลมอน และผักตามที่ชื่นชอบ ก่อนม้วนให้เป็นแท่งกลม แล้วตัดให้เป็นคำๆเชฟอนุวัฒน์ ได้เล่าถึงความเป็นมาของซูชิเพิ่มเติมว่า ที่มีข้าวผสมกับน้ำส้ม และทานคู่กับปลา เนื้อ หรือของคาวอื่นๆ จุดกำเนิดของซูชิจริงๆ เกิดจากความคิดที่จะถนอมอาหาร ถนอมเนื้อปลา โดยการนำข้าวมาหมักกับเนื้อปลา เพื่อต้องการป้องกันการเน่าเปื่อยของเนื้อปลา ส่วนการรับประทานซูชิให้ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น ต้องมีเครื่องเคียงอย่าง ขิงดอง และที่สำคัญคือ วาซาบิ ที่มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อโรคที่จะมีอยู่ในเนื้อ.