นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 คลี่คลายลง ตนจะเดินหน้าปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู และนักเรียน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงภาษาอังกฤษเท่านั้นแต่รวมถึงการมีทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีด้วย ซึ่งแนวทางการดำเนินการก่อนหน้าที่ตนมารับตำแหน่ง รมว.ศธ.ได้เห็นโครงการของ ศธ.เรื่องการยกระดับภาษาอังกฤษที่มีการดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เช่น โครงการ Boot Camp โดยนำครูภาษาอังกฤษมาอบรมพัฒนาทักษะภาษาแบบเข้มข้น เป็นต้น ส่วนนโยบายของตนที่มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปต่อยอดดำเนินการ คือการพัฒนาศูนย์ พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือศูนย์อีริค (ERIC) เพื่อต่อยอดเป็นสถาบันทดสอบและวางกรอบมาตรฐานภาษาอังกฤษให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลรมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำหรับการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอยากให้เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย โดยครูประจำชั้นจะต้องสามารถสอนพูดภาษาอังกฤษแบบสื่อสารในชีวิตประจำวันด้วยคำศัพท์พื้นฐานง่ายๆ ส่วนระดับเด็กโตก็จะต้องพูดสื่อสารภาษาอังกฤษได้แล้ว ขณะที่ผู้เรียนสายอาชีพหรือนักศึกษาอาชีวศึกษาจะต้องมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้น โดยเด็กกลุ่มสายอาชีพตนอยากพัฒนาภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นที่ไม่ใช่แค่พูดสื่อสารได้เท่านั้น แต่เด็กอาชีวะจะต้องเรียนรู้ภาษาในสาขาวิชาที่เรียนให้ได้ด้วย เพราะตนเข้าใจถึงเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการในเรื่องภาษาของเด็กอาชีวะ ดังนั้นหลังจากวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไป ตนจะเดินหน้าพัฒนาภาษาอังกฤษของนักเรียนทุกระดับชั้นแบบเข้มข้นแน่นอน เนื่องจากตนตั้งเป้าหมายว่าอีก 3 ปีข้างหน้าเด็กไทยจะต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษให้ได้ทุกคน.